
ล่องใต้ดูสวนเกษตรไร่นาสวนผสมผลงานชิ้นโบแดงของเมืองตรัง
ราวกับฟ้าเป็นใจ พอถึงกำหนดวันที่พวกเราจะไปเยือนแปลงเกษตรในรูปแบบของไร่นาสวนผสม ของ ไม ไกรสุทธิ์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาไร่นาสวนผสมตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงคนล่าสุด (ปี 2552) ที่หมู่ 2 ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ฝนที่ตกพร่ำๆ ตลอดคืนเมื่อวันวานหยุดทันที
ในพื้นที่ภาคใต้นั้น ต้องยอมรับว่า มีน้อยมากที่เกษตรกรจะยึดอาชีพทำไร่นาสวนผสม หรือแปลงปลูกผักสวนครัว เพราะส่วนใหญ่จะเน้นที่ปลูกไม้เศรษฐกิจอย่างอื่น ที่เห็นว่าเหนื่อยน้อยกว่า ที่เห็นกันชัดเจนคือ การทำสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน และไม้ผล อย่างลองกอง ทะเรียน มังคุด เป็นต้น ทั้งที่ในความเป็นจริงชาวปักษ์ใต้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้บริโภคผักควบคู่กับอาหารหลักแทบทุกมื้อ แต่พืชผักเหล่านี้ส่วนใหญ่จะนำมาจากภาคกลาง
ไม เป็นเกษตรกรส่วนน้อยที่หันเอาดีทางด้านการทำไร่นาส่วนผสมบนพื้นที่ 5 ที่หมู่ 2 ต.นาชุมเห็ด โดยเขาให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงจากอาชีพดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ที่เน้นการทำนา กระนั้นการที่จะแหวกแนวอาชีพใหม่ที่แตกต่างไปจากบรรพบุรุษนั้น ต้องอาศัยความอดกลั้น อดทน ซึ่งเขายอมว่า เพราะต้องหาหนทางที่จะเพิ่มรายได้ และยกระดับฐานะความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นต้องยอมทุกอย่าง
เราออกจากสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ ในตอนเช้าขณะที่พระอาทิตย์พ้นทิวไม้เพียงน้อย ยามนั้นอากาศยังสบาย เพียงครู่เดียวรถตู้นำเรามุ่งหน้าสู่แปลงเกษตรไร่นาสวนผสมของไม โดยใช้เวลาจากสนามบินหาดใหญ่ถึง ต.นาชุมเห็ด ใช้เวลา 1 ชั่ว 30 นาที ถึงแปลงเกษตรไร่นาสวนผสมของไม ท่ามกลางชาวบ้านมาต้อนรับจำนวนมาก
แปลงเกษตรของไม มีเนื้อที่ทั้งหมด 5 ไร่ รอบๆ แปลงเขาปลูกมะพร้าวน้ำหอม ภายในแปลงขุดร่องน้ำหลายแห่ง เพื่อใช้รดน้ำต้นไม้ ในร่องน้ำเลี้ยงปลานิล ปลาตะเพียน บนร่องปลูกส้มโอ 85 ต้น สลับกับไม้ผลอย่างอื่นเล็กน้อย อาทิ ส้มโชกุน ทั้งฝรั่ง พืชผักสวนครัวสารพัดชนิด รวมถึงพืชสมุนไพรและการเลี้ยงผึ้ง รอบร่องน้ำปลูกผักกูด ในแต่ละเดือนจะมีรายได้จากผลผลิตในแปลงตกเดือนละเรือนหมื่นบาท เพราะต้นทุนไม่สูง ทั้งหมดจะเน้นในการใช้ปุ๋ย น้ำยากำจัดแมลงชีวภาพที่ขึ้นมาเอง
ที่จริง ไม ไม่ใช่คนยากจนนัก เพราะเขาได้มรดกจากครอบครัวเป็นที่สวนทั้งหมด 51 ไร่ แบ่งเป็นสวนยางพารา 31 ไร่ ทำนาข้าว 13 ไร่ ไม้ผล (ลองกอง/มังคุด) 7 ไร่ และซื้อเองเพื่อทำแปลงเกษตรในรูปแบบไร่นาสวนผสม 5 ไร่ เดิมเป็นที่นาร้างในสภาพดินที่ไม่มีความเหมาะสมกับการทำการเกษตรแม้แต่น้อย เนื่องจากได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติคือน้ำท่วม โดยกระแสน้ำพัดพาตะกอน เศษไม้ ก้อนหิน กรวดทรายจนไม่สามารถทำนาได้เลย
"ผมคิดแล้วคิดอีกที่จะหาวิธีในการทำประโยชน์จากที่ดินผืนนี้ ในที่สุดได้ปรึกษาหารือคนภายในครอบครัว ญาติพี่น้อง และคนเคารพนับถือ ต่างเห็นพ้องว่า ควรหาบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ข้อคิดเห็นเสนอแนะหาแนวทางแก้ไขได้ จึงตัดสินใจขอคำปรึกษาหารือเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบล แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่ ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่เกษตรตำบลได้แนะนำถึงวิธีในการที่จะปรับปรุงบำรุงดิน คือให้ไปปรึกษาหารือที่สถานีพัฒนาที่ดินตรัง ผมจึงสมัครเป็นหมอดินอาสา นับเป็นจุดเริ่มต้นของการตอบสนองแนวคิด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมพยายามค้นคว้าและพัฒนามาเรื่อยๆ กระทั่งพื้นที่เดิมมีแต่ตะกอน กรวด ทราย ทับถม จนกลับมาเป็นพื้ที่ที่สมบูรณ์ สามารถปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก ไม้ประดับและการเลี้ยงปลาจนถึงวันนี้ และตลอดระยะเวลาที่ผมทำงาน ผมถือคติประจำใจว่า เหงื่อทุกหยดเพื่ออนาคตของแผ่นดินไทย” ไมกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ไมบอกด้วยว่า การทำเกษตรที่จะให้ประสบผลสำเร็จ เบื้องต้นต้องทราบว่า ที่ดินแต่ละแปลงขาดธาตุอาหารประเภทใด จึงต้องปรับปรุงให้สภาพดินที่สมบูรณ์ แต่เมื่อดินสมบูรณ์แล้ว ต้องดูด้วยในแต่ละพื้นที่มีภูมิอากาศอย่างไร เหมาะที่จะปลูกพืชชนิดไหน และหัวใจสำคัญต้องดูว่า เมื่อปลูกแล้วจะขายที่ไหน ให้ใคร เมื่อเราได้ข้อมูลแล้วจึงลงมือทำสวนปลูกพืชได้ และการปลูกนั้นต้องพยายามให้ต้นทุนต่ำที่สุด อะไรทำเองก็ไม่ต้องซื้อ
"ในสวนของผม ไม่ใช้ยากำจัดวัชพืช แต่ใช้วิธีกำจัดโดยการตัดแล้วนำมาทำปุ๋ยหมัก และส่วนหนึ่งไว้คลุมโคนต้น เพื่อป้องกันการชะล้างของดินและเก็บรักษาความชื้น ปุ๋ยอินทรีย์ผมผลิตเอง จากทะลายปาล์ม กากน้ำตาลปลา เศษพืชผัก เศษอาหารในครัวเรือน สารเคมีในการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชไม่ใช้เด็ดขาด ใช้พืชสมุนไพรที่สามารถป้องกันกำจัดได้ เช่น หัวกลอย บอระเพ็ด ข่า สะเดา และน้ำส้มควันไม้ นอกจากนี้ผมเลี้ยงผึ้งมิ้นด้วย เพื่อช่วยในการผสมเกสร และสามารถเก็บผลผลิตน้ำผึ้งเพื่อการบริโภคและจำหน่าย" ไมกล่าว
ด้าน จิรวัฒน์ สิงห์ดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง บอกว่า ไมถือเป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้า ที่สามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์เข้ากับการทำแปลงเกษตรไร่นาสวนผสมผสานจนประสบผลสำเร็จ ทางอำเภอย่านตาขาวจึงเสนอชื่อเข้าประกวดจนได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นระดับอำเภอ ขยับขึ้นระดับจังหวัด และระดับประเทศ ถือว่าเป็นเกียรติยศอันสูงส่งที่ได้รับรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม ประจำปี 2552 ในวันพืชมงคลที่ผ่านมา
จากความสำเร็จของ ไม ไกรสุทธิ์ ทำให้วันนี้เขาได้รับคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาชุมเห็ด และเป็นหมอดินอาสาอีกด้วย
ดลมนัส กาเจ



