
ฝนตก..จิตตก..อ๊ะป่าว
ฝนตก..จิตตก..อ๊ะป่าว
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ของประเทศคงได้ชุ่มฉ่ำกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาไม่เว้นแต่ละวัน หลายคนอาจมองในแง่ดีว่าฝนตกทำให้อากาศดีไม่ร้อนอบอ้าว แต่ในทางตรงกันข้ามผู้คนจำนวนมากอาจถึงขั้นจิตตก ด้วยเป็นปัญหารบกวนทั้งด้านจิตใจ และลำบากทั้งกายไปพร้อมกัน ทั้งยังอาจลุกลามไปสู่ปัญหาน้ำท่วมดังเช่นเมื่อปีที่ผ่านมา ถึงรัฐบาลจะออกมายืนยันว่า "เอาอยู่" แต่คนไทยคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองไปฟังความคิดเห็นพร้อมๆ กัน
เริ่มจาก "พอร์ช" ธนกร ป้อมหลักทอง นักศึกษาปี 3 คณะธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ยอมรับว่า ฝนฟ้าที่ตกในกรุงเทพฯ ทุกวัน และตกครั้งละนานๆ รู้สึกเป็นกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมเหมือนปีที่แล้ว เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นอีกชีวิตคงลำบากอีกแน่ๆ ตอนนี้บ้านย่านจรัญสนิทวงศ์ที่ครั้งก่อนน้ำท่วมหนักก็เพิ่มซ่อมเสร็จ ระหว่างนั้นต้องหนีน้ำไปอยู่คอนโดมิเนียม โดยเฉพาะการเดินทางไปเรียนลำบากมาก
"ปกติจะขึ้นรถเมล์ไปเรียน ทุกวันนี้พอฝนตกหนักๆ บางครั้งก็นั่งแท็กซี่หรือให้คนที่บ้านขับรถไปส่ง เดือดร้อนกันไปหมด น้ำท่วมปีที่แล้วลำบากมากมหาวิทยาลัยก็ต้องปิด มีการเลื่อนเวลาเรียน เลื่อนสอบ พอหลังน้ำลดก็ต้องมาอัดๆ เครียดมาก อีกอย่างผมเรียนด้วยทำงานไปด้วยช่วงนั้นงานก็หาย เลื่อนอย่างไม่มีกำหนด หรือยกเลิกไปเลย ทำให้รายได้หายไปเยอะ ก็เริ่มวิตกว่าจะซ้ำรอยเดิมอีก จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเรื่องนี้ช่วยกันให้เต็มที่ ได้ข่าวว่าตอนนี้แถวรังสิตก็เริ่มท่วมแล้ว สงสารคนที่อยู่บ้านชั้นเดียว ไม่อยากให้ท่วมอีกเลย" นักศึกษาหนุ่ม เผยความรู้สึก
สำหรับบริษัทประชาสัมพันธ์ "ตุ๊ก" เพียงเพ็ญ พรายแสง ผู้อำนวยการ บริษัท พับบลิคฮิต จำกัด เปิดใจว่า ฝนตกจิตตกทันที มันเครียดมาก ยิ่งเป็นวันที่มีงานและเชิญนักข่าวมาร่วมงานแล้ว ถ้าฝนตกนักข่าวอาจจะถอดใจไม่มาทำข่าว ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องให้ความมั่นใจแก่ลูกค้าว่าต้องเข้าใจและเมื่อเสร็จงานนักข่าวเขาจะลงข่าวงานให้ ทุกอย่างจะช้าออกไปหมด จะรวนไปหมด ก็จะต้องรอให้นานที่สุด แต่เมื่อมาได้เพียงครึ่งหนึ่งก็ต้องเริ่มงานทันที มิเช่นนั้นจะยิ่งรวนไปกว่าเดิม
"งานนี้ยกตัวอย่างได้เลยอย่างเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จัดงานวันศุกร์ ฝนตกหนัก และทุกคนต้องติดอยู่บนถนนกันหลายชั่วโมง วันนั้นทำเอาเครียด แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไป ตอนนี้ไม่ว่าจะจัดงานอะไรต้องเผื่อเวลา เพราะอากาศไม่ได้เป็นดั่งใจ เช้าขึ้นมาถ้าฝนตกก็ไหว้พระกันเลย พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นักประชาสัมพันธ์หรือพีอาร์นี่ละต้องทำบุญเยอะ เอาไสยศาสตร์เขาสู้ (หัวเราะ) ติดสินบนกันทีเดียว ของบางอย่างมันเหนือธรรมชาตินะ และที่สำคัญเราต้องให้ความมั่นใจในงานของเราด้วย บอกทั้งลูกค้าและนักข่าวให้เข้าใจ ก็โอเคนะ" พีอาร์คนเก่ง ให้ความเห็น
ด้าน เจตน์ จารุพันธ์ อาจารย์ประจำสาขานิเทศศาสตร์ กลุ่มวิชาวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และสื่อใหม่ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ที่เคยลุ้นจนสุดตัวเมื่อน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ด้วยอีก 800 เมตรบ้านของเขาก็จะถูกน้ำท่วมเช่นกัน ทั้งยังเคยประสบเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่อินเดียมาก่อน เผยว่า ทุกครั้งที่ฝนตกลงมามีผลทำให้จิตตกไม่ต่างจากปีที่แล้ว และเชื่อว่าหลายๆ คนคงจิตตกเช่นเดียวกัน ทั้งผู้ที่มีและไม่มีประสบการณ์น้ำท่วมมาก่อน
"ที่จิตตกเพราะปีก่อนปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีประสบการณ์ และยังไม่มีความสำเร็จให้เห็น เชื่อว่าประชาชนหลายฝ่ายคงอดไม่ได้ที่จะกลัว ขณะเดียวกันสื่อบางส่วนก็ยังขาดความเข้าใจในการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับน้ำท่วม เพราะบางจังหวัดเขาท่วมเป็นปกติอยู่แล้ว แต่เมื่อสื่อประโคมข่าวน้ำท่วมยิ่งเป็นการเพิ่มกระแสให้หลายคนเริ่มหวาดกลัว ไม่รวมถึงการใช้มุมกล้อง ภาพและเสียง ที่ให้ความรู้สึกเกินจริง บางพื้นที่ผมบอกได้เลยว่าเขากลัวไม่ท่วม เพราะเขาใช้ชีวิตอยู่กับน้ำ เขาสามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้ การตั้งประเด็นของสื่อเรื่องฝนตก ภัยพิบัติทางธรรมชาติประชาชนให้ความสนใจอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องความหวาดกลัวมาแน่ และผู้ที่มีบทบาททางสังคมต้องตระหนักเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชนด้วย
ปีนี้ทุกครั้งที่ฝนตกผมจะคิดเสมอ ยิ่งคนที่มีประสบการณ์อันเลวร้ายจะรู้สึกกังวลมากกว่าปกติ แต่สิ่งที่ผมกลัวมากกว่าปีที่แล้วคือปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ อย่างต่างคนต่างกั้นน้ำ ครั้งนี้ไม่มีใครพูดเลยว่าเมื่อกั้นแล้วน้ำจะเปลี่ยนทิศไปทางไหนหรือไม่อย่างไร ตรงนี้ไม่มีใครออกมาวิเคราะห์และมีลู่ทางในการแก้ไขเลย เพราะท้ายที่สุดคงเป็นเรื่องการมีส่วนร่วมของคนในสังคม ด้านความรับผิดชอบต่อวิกฤติที่เกิดขึ้น เพราะคงไม่ต้องถามว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะใคร" อ.เจตน์ กล่าว
เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าและอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง "ลูกปลา" ปรินรดา สุขชัย ที่เพิ่งจะเปิดกิจการได้ไม่นาน กล่าวว่า ยังไม่กังวลเรื่องปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก และเปอร์เซ็นต์ของน้ำท่วมที่หลายๆ คนวิตกกันสักเท่าไร เพราะเหตุการณ์เหล่านั้นยังมาไม่ถึง เรียกว่าอยู่กับปัจจุบันและทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเป็นหลัก ดังนั้นเรื่องของอนาคตหากกรุงเทพมหานครจะต้องเจอกับภาวะน้ำท่วมจริงๆ ชนิดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น
"ธุรกิจอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า ใช้ชีวิตอยู่ในห้างตั้งแต่เช้าจนดึก เรื่องฝนตกจึงไม่มีผลกระทบต่อตัวเองสักเท่าไร แต่กังวลเรื่องลูกค้าที่จะมาช็อปปิ้งมากกว่า เพราะการทำธุรกิจขายของไม่ว่าจะขายได้หรือไม่ได้ อย่างไรครบเดือนจะต้องจ่ายค่าเช่า ถ้าขายไม่ได้บ่อยๆ ของก็จมไปพร้อมๆ กับการขาดทุน ยิ่งถ้าเกิดน้ำท่วมแบบปีก่อนไปไหนไม่ได้ ต่อให้ห้างสรรพสินค้าปิด แต่หากยังคงคิดค่าเช่าเหมือนเดิมจะกลายเป็นเรื่องเครียดมาก ส่วนใหญ่คนขายของจะกังวลเรื่องเงินหมุนมากกว่าน้ำท่วม ดังนั้นถ้าอนาคตท่วมจริงค่อยเครียดดีกว่า" ลูกปลา แจง
ในความเห็นของแม่ค้าขายอาหารตามตลาดนัดอย่าง ภาสินี เจริญช้าง ก็บอกว่าฟ้าฝนที่แปรปรวนทำให้จิตตกได้เกือบทุกวัน ที่สำคัญคือลูกค้าไม่สามารถเดินออกมาซื้อของได้ ส่วนแม่ค้าก็ต้องแบกร่มมากางขายกลางสายฝนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาระในการขนส่งก็มีเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ถ้าเกิดน้ำท่วมขังรายได้ในวันนั้นก็ต้องหายไปเลย
"ปกติต้องสลับกันไปขายตลาดย่านบางนาและสวนหลวง ต้องขนของเยอะมาก เวลาไม่แน่ใจก็ต้องขนร่มไปด้วย ส่วนใหญ่ฝนจะตกเช้ากับเย็นซึ่งเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นอกจากหยุดขายในตลาดช่วงเย็นไปเลยเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งเป็นเรื่องที่พ่อค้าแม่ค้าเกือบทุกรายเลือกทำกัน ส่วนตัวเคยไปต่างจังหวัดแล้วติดน้ำท่วมเห็นสภาพความเป็นอยู่แล้วรู้เลยว่าถ้าน้ำมาแบบนี้ตรงที่เราขายของเป็นประจำคงต้องหยุดขายไปเลย ถึงเวลานั้นคงขาดรายได้ไปพักหนึ่ง แต่คิดว่าตอนนี้หน่วยงานต่างๆ ก็กำลังพยายามจัดการเรื่องน้ำอย่างเต็มที่ ถ้าฝนตกแบบนี้ทุกวันแล้วน้ำจะท่วมอีกก็คงไม่มากเหมือนแต่ก่อน และก็คงไม่ท่วมถึงพื้นที่แถบนี้ที่รอดจากปีที่แล้วให้เราทำมาหากินได้อยู่" แม่ค้าขายอาหารเพื่อสุขภาพ กล่าว
สรุปฝนตกในเมืองต่างเป็นเรื่องกลุ้มของคน แต่ถ้าฝนตกในท้องที่ที่ต้องการน้ำก็เห็นจะเป็นความชุ่มฉ่ำ ชื่นใจ แต่ใครล่ะ...จะบังคับธรรมชาติได้



