ข่าว

'นิคมอุตฯบ้านค่าย'สิ่งท้าทาย'กนอ.'

'นิคมอุตฯบ้านค่าย'สิ่งท้าทาย'กนอ.'

22 ก.ย. 2555

นิคมอุตสาหกรรมบ้านค่าย ความท้าทายของ กนอ.ในการเดินหน้า : รายงานพิเศษ : โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

          ผลพวงจากศาลปกครองจังหวัดระยอง มีคำสั่งพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ส.8/2554 เพิกถอนประกาศจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมระยอง (บ้านค่าย) ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่รวมกว่า 2,000 ไร่ ครอบคลุมเขต ต.หนองบัว และ ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยผู้ฟ้องคดีคือ เศรษฐา ปิตุเตชะ และพวกรวม 386 คน มอบอำนาจให้ ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เป็นทนายร่างคำฟ้อง ส่วนผู้ถูกฟ้อง ประกอบด้วย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) คณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ต่อการออกประกาศจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมทั่วไป นิคมอุตสาหกรรมระยอง (บ้านค่าย) เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2554 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2554 เป็นโครงการไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

          สาระของคำร้องที่มีผลให้ศาลปกครองมีคำสั่งพิพากษา เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา คือ การประกาศจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าว ได้ก่อ และ/หรืออาจทำให้เกิดความเดือดร้อน และเกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีกับพวก รวมทั้งประชาชนใน อ.บ้านค่าย เกิดการแย่งน้ำในภาคการเกษตร ปัญหามลพิษ ขณะที่กระบวนการจัดตั้งเขตอุตสาหกรรม ไม่มีการทำประชาพิจารณ์ การดำเนินการมีความไม่โปร่งใส ในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และผลกระทบทางสุขภาพ (HIA) 

          ขณะเดียวกัน บริเวณพื้นที่ประกาศตั้งอยู่ในพื้นที่ประเภทอนุรักษ์ ชนบทและเกษตรกรรม ตามร่างผังเมืองรวมจังหวัดระยอง ศาลปกครองระยองได้พิพากษาตามคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งหมด เป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่า การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ดำเนินการประกาศจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมระยอง (บ้านค่าย) ด้วยการดำเนินการที่ไม่ชอบ ขัดแย้งกับกฎหมายหลายฉบับ 

          นิคมอุตสาหกรรมระยอง (บ้านค่าย) ผ่านความเห็นชอบของ กนอ. ในเดือนมีนาคม 2553 ที่จะร่วมดำเนินการกับบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิดนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ (Eco-Industrial Estate) ที่จะรองรับอุตสาหกรรมในอนาคตที่มีประสิทธิภาพในการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ นิคมอุตสาหกรรมระยอง (บ้านค่าย) ใช้พื้นที่เพื่อดำเนินการรวม 2,194 ไร่ และถูกวางบทบาทให้เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมสะอาด ของกลุ่มบริษัทในเครือไออาร์พีซี อาทิ โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบเพื่อทำเป็น B-100 ฯลฯ และจัดให้มีศูนย์ฝึกอบรมและศูนย์วิจัยพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตทางการเกษตร

          ในการดำเนินการของ กนอ. ต่อโครงการนี้ ด้วยการออกประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เรื่องการจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมทั่วไป นิคมอุตสาหกรรมระยอง (บ้านค่าย) ในราชกิจจานุเบกษา มิถุนายน 2554 ก็ต้องเผชิญกับแรงต่อต้านจากภาคประชาชนทันที โดยการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มคนบ้านค่ายรักบ้านเกิด ซึ่งประเด็นที่มีการนำมาขยายผล เพื่อคัดค้านการเพิ่มขึ้นของนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดระยองก็คือ การประกาศพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมระยอง (บ้านค่าย) บนพื้นที่ประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม และพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม ตามร่างผังเมืองรวมจังหวัดระยอง ซึ่งร่างผังเมืองฉบับนี้ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผ่านกระบวนการตามกฎหมายที่เป็นสาธารณะ

          ประเด็นถัดมาคือ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติมีมติเห็นชอบข้อเสนอต่อการกำหนดมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะพื้นที่มาบตาพุดและพื้นที่เกี่ยวข้อง ในเดือนเมษายน 2554 ให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำผังเมืองในพื้นที่ อ.บ้านค่าย และ อ.วังจันทร์ เพื่อควบคุมมิให้มีการพัฒนาใดๆ ที่จะมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ขณะที่สถานที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ใช้ใน จ.ระยอง ขณะเดียวกันมีความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และผลกระทบทางสุขภาพ (HIA) ที่ไม่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างจริงจัง ข้ออ้างเหล่านี้ทำให้แผนงานของ กนอ. ต่อการที่จะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมระยอง (บ้านค่าย) อยู่ในภาวะที่ชะงักงันไปในที่สุด

          อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวจากทาง กนอ. ในฐานะเจ้าของโครงการ ที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองก็เป็นความเคลื่อนไหวอีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะจะเป็นการต่อสู้ในประเด็นที่อ่อนไหว กล่าวคือในขณะที่ศาลปกครองจังหวัดระยอง เห็นว่าควรจะมีการทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ให้เรียบร้อยก่อนที่จะประกาศเขตพื้นที่นิคม เพื่อไม่ให้ชุมชนได้รับผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่ในส่วนของ กนอ. ก็ให้แนวทางอีกด้านว่า กรณีของการประกาศเขตพื้นที่ก่อนเป็นสิ่งที่สามารถทำได้  

          จากนั้นจึงจะนำไปสู่การจัดทำอีไอเอได้ชัดเจนขึ้น เพราะมีการประกาศถึงแนวพื้นที่อย่างชัดเจน การทำเรื่องอุทธรณ์ต่อศาลปกครองที่ กนอ. วางเอาไว้ก็คือ   การตอกย้ำว่า รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผ่านการพิจารณาจากสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การเห็นความสำคัญของกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชน

          "วันที่ 25 กันยายนนี้ คณะกรรมการของ กนอ. จะมีการประชุมในเรื่องนี้ คาดว่าจะมีมติออกมาว่าควรจะเนินการอย่างไรกับโครงการนิคมอุตสาหกรรมระยอง  โดยเฉพาะการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้มาจากความผิดพลาดของ กนอ. ต่อการประกาศเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมุมมองที่แตกต่างกันในขั้นตอนดำเนินการ" วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สะท้อนความเห็น

          "คำพิพากษาของศาลปกครองระยองถือว่าชัดเจน เป็นบรรทัดฐานที่จะทำให้หน่วยงานของรัฐ ต้องรับฟังเสียงของประชาชน ต้องดำเนินการศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้เรียบร้อย ก่อนที่จะประกาศจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม การที่มีคำสั่งของศาลปกครองระยอง เป็นการแสดงให้เห็นว่า กนอ. จัดตั้งนิคมบ้านค่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย" ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ผู้รับมอบอำนาจ ระบุ

 

          มติของที่ประชุมกนอ.ที่จะมีขึ้นจึงน่าสนใจอย่างยิ่งว่า จะเดินไปข้างหน้าด้วยการอุทธรณ์ถึงศาลปกครองสูงสุด หรือยอมยุติโครงการนี้ ... คำตอบกำลังจะปรากฏ

 

 

--------------------

(นิคมอุตสาหกรรมบ้านค่าย ความท้าทายของ กนอ.ในการเดินหน้า : รายงานพิเศษ : โดย...ทีมข่าวภูมิภาค)