ข่าว

'เฉลิม'ปูด'รองแต้ม'ลาออกเล่นการเมือง

'เฉลิม'ปูด'รองแต้ม'ลาออกเล่นการเมือง

21 ก.ย. 2555

'เฉลิม' ปูด 'มือปราบหูดำ' ลาออกเพื่อเล่นการเมือง ชี้ 'หน่อคำ' กลับคำให้การไม่กระทบรูปคดีไทย ปัดบินสิงคโปร์พบ 'ทักษิณ' ถกปรับ ครม.

                       21 ก.ย.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติชี้มูลว่ามีความผิดทางวินัยร้ายแรงว่า ตนไม่ทราบ จะออกทำไมอายุยังน้อย ส่วนการที่ปปช.ชี้มูลความผิดนั้นสามารถสู้คดีได้ จะลาออกทำไมยังหนุ่มยังแน่น

                       เมื่อถามว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่มีแต่ที่ตนได้ข่าวทางลึกมาว่าพล.ต.ต.วิชัย จะเตรียมตัวลงสมัครรองผู้ว่าฯกทม. กับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่พรรคฝั่งรัฐบาล แต่จะเป็นพรรคไหนนั้นตนยังไม่ทราบ

                       เมื่อถามว่าการที่ พล.ต.ต.วิชัย ลงเล่นการเมืองนั้นจะได้รับการตอบรับอย่างไร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.ต.ต.วิชัย ก็เป็นคนมีพวก “มือปราบหูดำ” ผมชอบเขามานาน

                       เมื่อถามเป็นห่วงหรือไม่หากในตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.เป็นพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้ว่าเป็นพล.ต.ต.วิชัย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ใช่ พล.ต.ต.วิชัย ไม่ได้ลงพรรคนี้

 

เชื่อ 'หน่อคำ' กลับคำให้การไม่กระทบรูปคดีไทย

 

                       รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายหน่อคำ หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธในแม่น้ำโขง กลับคำให้การในชั้นสอบสวนกับตำรวจจีนว่า เชื่อว่าจะไม่กระทบกับข้อมูลของทางการไทย โดยข้อเท็จจริงพยานหลักฐานทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว และธรรมดาที่จำเลยจะให้การปฏิเสธเมื่อถึงชั้นศาล ทั้งนี้ตนไม่พูดในรายละเอียดเพราะถือเป็นความลับในสำนวนการสอบสวน และไม่ใช่นายหน่อคำคนเดียว ยังมีนายจำรัส อีกคนซึ่งถูกจับไปแล้วเหมือนกัน

                       รองนายกฯ ยังกล่าวว่า นายหน่อคำอาจจะถูกประหารชีวิตที่จีน เพราะโทษหนัก และในส่วนของทางคดีนั้น ได้มีเจ้าหน้าที่ของไทยเข้าร่วมสอบด้วย ซึ่ง พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. ก็ร่วมไปสอบ ตนก็ได้ติดต่อประสานงานกันตลอด และขอเรียนว่าเราเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดมาถูกทางแล้วจากการร่วมมือกันของจีน พม่า ลาว และไทย

 

'เฉลิม'ปัดบินพบ'แม้ว'ถกปรับครม.

 

                       รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเตรียมการเดินทางไปชมการแข่งขันรถสูตร1 หรือ ฟอร์มูล่าวัน ที่ประเทศสิงคโปร์ในวันที่ 22 - 23 ก.ย.นี้ โดยอาจจะได้พบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่จะไปชมการแข่งขันด้วยเช่นกันว่า ไม่ได้พบ เพราะตนไปกับหลานสองคน คงไม่มีเวลาได้เจอกันเพราะใครๆก็อยากดูฟอร์มูลล่าวัน และตนมีพรรคพวกเยอะที่สิงคโปร์ ไม่ต้องเช่าโรงแรม อาหารการกินมีครบ เมื่อถามว่าเห็นก่อนหน้านี้เคยบอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เคยชวนไปดูฟอร์มูล่าวัน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า นานแล้วแต่ตอนนั้นไม่มีเวลา ส่วนที่มองว่าการไปสิงคโปร์ครั้งนี้เป็นกระแสเกี่ยวโยงกับการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) รองนายกฯ กล่าวว่า “ท่านนายกฯเป็นอิสระ จะปรับท่านก็ปรับ เมื่อวานท่านก็บอกอยู่ว่าไม่ปรับ”

                       “ ผมไม่เคยใส่ใจ การทำงานของผมไม่ว่าสมัยไหน ผมมีหน้าที่ทำผมก็ทำ ผมไม่เคยวิ่งเต้น ผมเป็นรองนายกฯก็ไม่ได้คดโกงอะไร เป็นหรือไม่เป็นเท่ากัน ไม่ตื่นเต้น” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการสัมภาษณ์ รองนายกฯ ได้สอบถามนักข่าวว่า เมื่อวานนายกฯบอกว่าจะไม่ปรับไม่ใช่หรือ ซึ่งผู้สื่อข่าวตอบว่า นายกฯบอกว่าถ้าปรับแล้วจะแจ้งให้ทราบ ซึ่งร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อ้าว ถ้าปรับก็ไม่ได้อยู่อะดิ ถ้าปรับออกก็ไม่ได้เป็นก็เท่านั้น และผมไม่มั่นใจเลยว่าจะได้อยู่ต่อหรือไม่ เพราะท่านนายกฯท่านลึกซึ้ง ส่วนที่มีข่าวว่าจะปรับให้ พล.ต.อ. เพรียวพันธุ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร. เข้ามาเป็นรองนายกฯ หลังเกษียณ นั้นก็อยู่ที่นายก

                       เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯก็ไม่สำคัญเท่าพี่นายกฯหรอก ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “อ๋อ ท่านนายก บอกแล้วนี่ว่าครม.ปรับในเมืองไทย”

 

'เฉลิม' ชี้รายงาน คอป. ไม่มีผลทางกฎหมาย

 

                       ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงกรณีการทำคดีผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมปี 2553 ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ตนคิดว่านายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ยังมีอีกหลายดาบ เช่นการเผยว่าคดีนี้มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมจำนวน 11 ศพ ก็เพราะนายธาริตได้ทำงานอยู่ในศอฉ.และเป็นฝ่ายกฎหมาย ซึ่งนายธาริตได้พูดอะไรบอกอะไรก็ไม่มีใครฟัง เพราะสมัยนั้นใหญ่กันเหลือเกิน ทั้งนี้ตนไม่ได้สะใจไม่ได้ซ้ำเติม แต่ชีวิตคนมีคุณค่าคนตายต้องคิดถึงครอบครัวเขาต่างกรรมต่างวาระใครตกเป็นผู้ต้องหาก็เหนื่อย

                       ส่วนกรณีที่รายงานของคอป.มีการระบุว่ามีชายชุดดำ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ใครก็ตามหลีกเลี่ยงคำสั่งศาลไม่ได้ แต่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองชาติ(คอป.) เป็นคณะบุคคลมีความเห็นบางคนก็ยอมรับ บางคนก็ไม่ยอมรับแต่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เขียนรายงานอีกร้อยฉบับก็คือ คอป. ใครที่โน้มเอียงไปทางนั้นก็คิดว่าชัดเจน แต่คำสั่งศาลนั่นแน่นอนชัดเจนที่สุด และในวันที่ 1 ต.ค.ก็จะมีการชี้อีก ก็อยู่ที่ข้อเท็จจริงในการไต่สวน ตนได้บอกกับนายธาริต แล้วว่าให้ตรงไปตรงมา

                       เมื่อถามว่าขณะนี้ประชาชนสับสนในเรื่องของชายชุดดำว่าแท้จริงแล้วอยู่ฝั่งไหน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “คำสั่งศาลไม่มีนะ ไม่เห็นชายชุดดำ” เมื่อถามอีกว่าที่สุดแล้วสังคมได้อะไรจากรายงานของคอป. ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “ได้อ่านไง ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย” เมื่อถามย้ำว่าจะได้ประโยชน์อะไรหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่แสดงความเห็น ไม่อยากทะเลาะกับเขา

                       ทั้งนี้เมื่อถามว่า น.ส. ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส. พรรคเพื่อไทย ได้นำหลักฐานมาชี้แจงว่ามีชายชุดดำอยู่ในกลุ่มทหารด้วย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ต้องขยายความ เอาแค่คำสั่งศาล คดีไต่สวนชันสูตรพลิกศพก็เพียงพอแล้ว อย่าไปยุ่งอย่างอื่นเลย

                       เมื่อถามว่าข้อมูลชายชุดดำของคปอ.จะนำมาใส่ในการสอบสวนของดีเอสไอหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า คอป.ไม่มีผลอะไร แต่ก็แล้วแต่เขาตนไม่ชี้นำ แต่ไม่มีผลทางกฎหมาย

                       อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงระบะเวลาที่จะส่งให้อัยการฟ้อง ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า พอศาลไต่สวนมีคำสั่งแล้ว พนักงานอัยการก็จะนำสำนวนการสอบสวนให้พนักงานสอบสวนนครบาล และพนักงานสอบสวนนครบาลก็จะส่งให้ดีเอสไอ ถ้าพยานหลักฐานพร้อมมีน้ำหนักก็ฟ้อง

                       ผู้สื่อข่วรายงานว่าในช่วงหนึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม ได้ชี้แจงกับสื่อมวลชนถึงการที่มีเปลี่ยนนามสกุลของนายธาริต โดยรองนายกฯ กล่าวยืนยันว่า นายธาริต นามสกุล “เพ็งดิษฐ์”  ไม่ใช่นามสกุล “เปลี่ยนสี” พร้อมกับกล่าวว่า “ผมบอกกับธาริตว่ามาถึงวันนี้นอกกติกาไม่ได้ ถ้านอกกติกาคุณไม่ทำคุณก็ผิด ถ้าแกล้งเขาคุณก็ผิด ตรงไปตรงมาผมแบ็คล้านเปอร์เซ็นต์ และนายธาริตไม่มีถอดใจหรอก”

 

'เฉลิม' ยังไม่ปักใจเชื่อตำรวจเอี่ยวฆ่า 2 ผัวเมียไร่สัปปะรด

                       ร.ต.อ.เฉลิม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอุ้มฆ่าสองผัวเมียเจ้าของไร่สับปะรด ที่ จ.อุทัยธานี ที่มีนายตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องในคดีว่า ไม่ใช่เป็นเพราะตนสั่งเหรอ ตนเป็นตำรวจเก่ารู้ว่าอยู่ในไร่ต้องค้นไร่ก่อน พบโครงกระดูกแล้ว และตนได้คุยกับผบช.ภ.7 วานนี้ว่าพบโครงกระดูกแล้วต้องสรุปว่ามีกี่คน ผู้หญิงหรือผู้ชายและจะเอาเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ไปตรวจ และตนห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรแล้ว ไม่มีการปกป้องใครผิดก็ผิด

                       เมื่อถามว่าทำไมอาวุธปืนมากขนาดนั้น รองนายกฯ กล่าวว่า คนเขาชอบ นักยิงปืนเขาชอบ และเป็นปืนที่มีทะเบียน และยืนยันว่าตนไม่ปกป้อง ผิดก็ผิด แต่ตนไม่ปักใจว่าเขาผิด