ข่าว

'ยงยุทธ'เมินยูเอ็นแทงกั๊กข้อเสนอคอป.

'ยงยุทธ'เมินยูเอ็นแทงกั๊กข้อเสนอคอป.

21 ก.ย. 2555

'ยงยุทธ' แทงกั๊กข้อเสนอคอป. เมินยูเอ็น ขีดเส้น ธ.ค.เสวนาปรองดองต้องเสร็จ แนะนำปลัดใหม่ ขอคนอกหักอย่าน้อยใจ สั่งผู้ว่าฯ พกโทรศัพท์ติดตัว ติดตามข้อมูลน้ำท่วม รับรบ.ยังไม่ได้ให้เงินกทม.ไปจ่ายเยียวยาน้ำท่วม เชื่อโผผู้ว่าฯ ไร้ปัญหา

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 ก.ย. 55  นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสาน และติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) กล่าวถึงรายงานฉบับสมบูรณ์ของคอป.ว่า เอาประเด็นที่ทางคอป.เสนอมา รวมถึงข้อเสนอต่างๆ อาทิ ความเห็นของ นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มาประมวลร่วมกัน ขณะนี้ไม่อยากชี้นำคณะกรรมการ ปคอป. ทั้งนี้ ปคอป.จะมีการประชุมกันในเร็ววันนี้ หากมีข้อยุติประการใดจะแถลงให้ทราบอีกครั้ง

          ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านของสมาชิกพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดงจะทำให้เป็นอุปสรรคต่อ ปคอป.ที่จะดำเนินการหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่เป็นอุปสรรค เพราะเป็นความเห็นที่หลากหลายและมีประโยชน์ ไม่ได้รังเกียจ ใครมีความเห็นอย่างไรก็เสนอมาให้ที่ประชุม ปคอป.ทราบ คิดว่าจะใช้เวลาหารือในเรื่องนี้สักระยะหนึ่ง คาดว่าไม่เกินสิ้นปี 2555 น่าจะจบหมด ทั้งเรื่องปรองดอง รัฐธรรมนูญ และรายงานของ คอป. โดยหากมีข้อยุติแล้วจะมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ

          เมื่อถามถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ว่าเคยชื่นชมและนำข้อเสนอแนะของ คอป.มาใช้หลายเรื่อง แต่ระยะหลังกลับไม่ปฏิบัติตาม นายยงยุทธ กล่าวว่า เราไม่ได้ทำทั้งหมด แต่ที่ ปคอป.นำมาใช้คือ ในส่วนที่ต้องเยียวยา ส่วนในเรื่องหลักเกณฑ์ในการเยียวยา คอป.เองก็ออกมาถล่ม ปคอป.ตั้งหลายครั้งหลายหน ซึ่งเรื่องการเยียวยาเป็นประเด็นที่เห็นด้วยกันทั้งสังคม และรายละเอียดก็ไม่ได้เอาของ คอป.มา เพราะ คอป.ระบุว่า ต้องให้เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมประมาณ 3 ล้านบาท แต่รัฐบาลเยียวยาประมาณ 7 ล้านบาท

          เมื่อถามย้ำว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า หากเรื่องใดที่ คอป.เสนอแนะและเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลก็จะถูกนำมาใช้ แต่เรื่องใดที่เป็นโทษ รัฐบาลก็ไม่นำมาใช้ นายยงยุทธ ปฏิเสธว่า ไม่จริง เพราะเรื่องการเยียวยา หากถามคนในประเทศไทยก็เห็นควรว่าต้องเยียวยา ถึงมีไม่เห็นด้วยก็มีน้อยมาก แต่เรื่องต้นเหตุของปัญหาในประเทศ อยากถามว่ามีคนเห็นด้วยทั้งหมดหรือไม่ว่าเกิดจากคนๆ นี้ ตนคิดว่าไม่เลย และมีความคิดเห็นแตกต่างกันเยอะมากด้วย เมื่อถามย้ำอีกว่า สรุปว่าเรื่องการเยียวยาที่ ปคอป.ดำเนินการ ไม่ได้นำมาจากข้อเสนอแนะของ คอป.ใช่หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ถูกต้อง เพราะเรื่องเยียวยาเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ได้ประกาศไว้ว่า หากเราเป็นรัฐบาลจะเยียวยาพี่น้องประชาชนที่บาดเจ็บจากการออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เราพูดไว้ก่อนแล้ว 

          ส่วนกรณีที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) สนับสนุนให้รัฐบาลนำข้อเสนอแนะของ คอป.ไปปฏิบัตินั้น นายยงยุทธ กล่าวว่า ตนไม่ได้ยินว่า ยูเอ็น พูด ไม่ได้ข่าวเลย อาจเป็นความเห็นของแต่ละฝ่าย และถ้ายูเอ็นและองค์กรไหนในต่างประเทศมีความเห็นอย่างไรรัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม เพราะเราเป็นประเทศที่มีอธิปไตยของเราเอง เมื่อถามอีกว่า แสดงว่ารัฐบาลไม่อยากให้มีการเผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์ของ คอป. นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่เคยมีใครห้ามหรือมีมติไม่ให้มีการเผยแพร่ หากอยากเผยแพร่ก็เผยแพร่ไป เราก็มีโฆษกของ ปคอป.ที่ต้องชี้แจง ส่วนกรณีของ คอป.ที่จะเผยแพร่นั้น เป็นเรื่องของ คอป. แต่ ปคอป.เองก็มีโฆษก ปคอป. คอยทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์

 

ขีดเส้นเดือน ธ.ค. เสวนาปรองดองต้องเรียบร้อย

 

          นายยงยุทธ กล่าวถึงเรื่องการทำประชาเสวนาเพื่อหาทางออกประเทศไทย ที่กระทรวงมหาดไทยในฐานะประธานกรรมการประสานและติดตามการดำเนินงาน ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) นั้น เป็นงานสำคัญเร่งด่วน และจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้

 

เผยผ่านปลัดมา 7 คน ไม่เห็นใครแตะอัลไพน์สักราย

 

          นายยงยุทธ กล่าวถึงการเพิกถอนคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย กรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ตามมติ ป.ป.ช. ว่า "จะไม่พูดเรื่องนี้อีก ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายและไม่มีความกังวลใจ การเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ผ่านมามีปลัดกระทรวงมา 7 คน ก็ไม่เห็นใครนำเรื่องนี้มาพิจารณาใหม่แม้แต่รายเดียว แต่ตนก็ขอไม่วิจารณ์ ให้ไปถามปลัดกระทรวงคนใหม่ และกรรมการที่จะดำเนินการเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามไม่แน่ใจว่านายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เหลืออายุราชการอีกเพียง 1 สัปดาห์จะดำเนินการหรือไม่"

 

แนะนำปลัดใหม่กลางที่ประชุมกระทรวง ขอคนอกหักอย่าน้อยใจ

 

          นายยงยุทธ ประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด โดยนายยงยุทธกล่าวว่า การประชุมกระทรวงในครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายของการทำหน้าของปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง และอธิบดี ที่จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ ในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมงานกันมา ขอให้ทุกคนที่จะเกษียณอายุราชการและที่จะเปลี่ยนตำแหน่งใหม่ ขออวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรงและให้ผู้ที่ได้ตำแหน่งใหม่ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานหน้าที่ ขอบคุณทุกคนที่ ร่วมกันสร้างชื่อเสียงให้กระทรวงมหาดไทย ส่วนภัยพิบัติที่กำลังจะมาที่คาดว่าไม่เกิน 3 สัปดาห์

          นอกจากนี้นายยงยุทธ ได้กล่าวถึง นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่า ได้เหน็ดเหนื่อยกับตนมามาก จึงขออาสากลับไปทำงานผู้ตรวจกระทรวงตามเดิม

          "ขอยกสุภาษิตจีนมาให้โอวาทกับทุกคนว่า ตำแหน่งงานที่สูงนั้นได้มาจากความรู้ความสามารถและมีความดีเป็นพื้นฐาน และต้องมีวาสนาบารมี ฟ้ากำหนด และขออย่าน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่ได้ตำแหน่งตามที่หวังไว้ ต้องเข้าใจว่า ที่เราไม่ได้ไม่ใช่ว่าเราไม่มีความรู้ความสามารถ แต่ต้องมี วาสนา บารมี ฟ้ากำหนดด้วย"

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการประชุมกระทรวงนายยงยุทธ ได้มีการเปิดตัว นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ว่าที่ปลัดกระทรวงคนใหม่ ซึ่งได้รับเสียงตบมือจากข้าราชการกระทรวงด้วย

 

สั่งผู้ว่าฯพกโทรศัพท์ติดตัว ตามข้อมูลน้ำท่วมให้เร็ว

 

          นายยงยุทธ กล่าวผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ว่า ขอฝากให้ทางปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง และผู้ว่าฯ ทั้ง 76 จังหวัด ที่ผ่านมาเราบริหารจัดการภัยพิบัติที่เกิดขึ้นแบบเชิงทฤษฎีมากเกินไป แต่ในทางแนวทางการปฏิบัติการป้องกันภัยพิบัตินั้นต้องอาศัย พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ที่ต้องผนวกกับระเบียบราชการบริหารโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการ มาใช้สั่งการในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้น

          นายยงยุทธ กล่าวว่า เนื่องมาจากกรณีน้ำท่วมที่ จ.สุโขทัย ซึ่งเกิดน้ำลอดใต้เขื่อนมาท่วมพื้นที่เกษตรที่ประชาชน เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงแต่ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว จึงได้แบ่งระดับการสถานการณ์ภัยพิบัติออกเป็น 2 ช่วงระยะการเกิดภัยพิบัติ คือ 1. ช่วงระยะภัยพิบัติเริ่มต้น จะเป็นหน้าที่ของท้องถิ่น ผู้ว่าฯจังหวัดนั้นๆ ที่จะต้องเป็นแก้ไขสถานการณ์ของจังหวัดด้วยตนเอง 2. ภัยพิบัติเกินกว่าที่จังหวัดจะสามารถรับมือได้ ซึ่งจะต้องเป็นหน้าที่ของตนในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยแห่งชาติ ที่จะต้องติดต่อประสานงานกับกองทัพบก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) และ ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ร่วมกันดำเนิน ซึ่งภัยพิบัติที่ผ่านมาใช้เวลาเพียง 2 วัน ปริมาณน้ำก็ดีขึ้นปัญหาก็เริ่มทุเลาลง

          นายยงยุทธ กล่าวต่อว่า ขอแจ้งเตือนจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เเละจังหวัดสุโขทัยให้เฝ้าระวังเตรียมการรับมือภัยพิบัติที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยให้ผู้ว่าฯนำโทรศัพท์ติดตัวไว้ตลอดเพราะเวลาเกิดปัญหาที่ไรโทรศัพท์ไปหาไม่รับสายทุกที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และตนได้พูดเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว

          "ผมขอฝากให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ที่ประสบปัญหาภัยพิบัติในพื้นที่ ให้ติดตามข่าวสารและดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนเพราะที่ผ่านมาเวลาปัญหาเกิดการแก้ไขปัญหา ก็แก้ปัญหาช้าทำให้ผมโดนนายกรัฐมนตรีตำหนิอยู่บ่อยครั้ง เพราะบางครั้งนายกรัฐมนตรีรู้ข้อมูลมากกว่าผู้ว่าฯอีก จึงอยากฝากบอกผู้ว่าฯทุกจังหวัดให้ติดตามข่าวสารข้อมูลอย่างใกล้ชิดด้วย"

 

ยอมรับรบ.ยังไม่ได้ให้เงินกทม.ไปจ่ายเยียวยาน้ำท่วม

 

          นายยงยุทธ กล่าวว่า กรณีการจ่ายเยียวยาน้ำท่วมของกทม. ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ได้อนุมัติเงินเยียวยาตามที่กทม. ขอมา และตนได้ให้ข้อมูลนายกฯ ผิดพลาดไปว่า จ่ายให้กทม.ไปหมดแล้ว แต่ข้อเท็จจริงรัฐบาลค้างจ่ายกทม.อยู่ประมาณกว่า 1 พันล้านบาท และเงินยังอยู่ในขั้นตอนของกรมบัญชีกลาง จึงอยากเรียนว่าเงินส่วนนี้รัฐบาลค้างจ่ายให้กับกทม. แต่ตนได้ตกลงกับรองผู้ว่าฯกทม.ไปแล้วว่า ให้สำรองเงินของ กทม.ไปก่อน แล้วรัฐบาลจะชดใช้คืนให้ในภายหลัง

 

เชื่อโผผู้ว่าฯ ไร้ปัญหา อ้าง 'นายกฯ' ยังคิดเห็นคล้ายกัน

 

          นายยงยุทธ กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะใช้ผลการประเมินจากหลายผลงาน อาทิ การแก้ปัญหายาเสพติด โครงการป้องกันน้ำท่วมมีความล่าช้าหรือไม่ รวมถึงความโปร่งใส เป็นต้น ทั้งนี้ นายกฯได้ลงพื้นที่หลายครั้ง รู้จักผู้ว่าฯทุกคน เพราะฉะนั้นเวลาเอ่ยชื่อใครมาก็จะทราบทันทีว่าบุคคลนั้นมีความสามารถแค่ไหน ดังนั้น เรื่องโผผู้ว่าฯคงไม่มีปัญหา เพราะจะมีความเห็นคล้ายกัน และการแต่งตั้งโยกย้ายที่ผ่านมาก็พบว่ามีสงบดี ไม่มีใครร้องเรียน นอกจากนี้ปัญหาเรื่องทุจริตงบน้ำท่วมหลังจากที่ ป.ป.ท.ออกมาเปิดเผยก็เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา แต่ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน เพราะตอนนี้ทราบจากการนำเสนอข่าวเท่านั้น ยังไมได้ระบุชี้ชัดว่าเป็นใคร โครงการอะไร และในพื้นที่ก็มีโครงการที่รับผิดชอบจากหลายกระทรวง จึงต้องขอความชัดเจน