
'ธิดา'ซัดรายงาน'คอป.'ไม่เป็นกลาง
'ธิดา' ซัดรายงาน 'คอป.' บิดเบือน-ไม่เป็นกลาง เหตุตั้ง 'พันธมิตรฯ' เป็นอนุกรรมการ จี้ 'ยงยุทธ' ตั้งคกก.ชุดใหม่ตรวจสอบ
21 ก.ย.55 นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วยนายวรุวฒิ วิชัยดิษฐ โฆษกนปช. เเละแกนนำนปช.เเถลงข่าวสถานการณ์การเมืองในช่วงนี้ โดยนางธิดาแถลงข่าวถึงกรณีรายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่ง ชาติ (คอป.) ว่า ไม่มีความเป็นกลาง เนื่องจากมีการแต่งตั้งผู้ที่มีทัศนคติด้านลบต่อกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าเป็นอนุกรรมการไม่ว่าจะเป็น นายเมธา มาสขาว ซึ่งเคยทำงานในคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ซึ่งอยู่ฝั่งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและมีความใกล้ชิดกับนายสุริยะใส กตะศิลา อดีตผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ รวมถึงนายชัยวัฒน์ ตรีวิทยา หัวหน้าการ์ดกลุ่มพันธมิตรฯ ก็เป็นอนุกรรมการเช่นกัน โดยนายคณิต ณ นคร ในฐานะประธาน คอป.ทราบข้อมูลเหล่านี้ดี
ทั้งนี้นายคณิตยังออกมากล่าวว่า ใกล้ชิดกลุ่มพันธมิตรฯแล้วทำไม เราไม่ได้วางกฎเกณฑ์เรื่องคุณสมบัติของคนที่มาทำงาน แสดงว่านายคณิตรู้ดีว่าตนเองและคนส่วนหนึ่งใน คอป.ไม่เป็นกลาง และไม่มีมีคุณสมบัติที่จะเป็นกรรมการคอป. เท่ากับการแต่งตั้งคณะบุคคลที่เป็นกรรมการ คอป.ละเมิดหลักการพื้นฐานการไม่มีส่วนได้เสีย เพราะอนุกรรมการมีประวัติสนับสนุนหรือเกลียดชังข้างหนึ่งข้างใด
"จึงขอย้ำว่าคนเสื้อแดง จะไม่ยอมรับรายงานชุดดังกล่าว เพราะมีการบิดเบือน ไม่โปร่งใส ใส่ร้ายคนเสื้อแดงและสร้างความชอบธรรมให้เจ้าหน้าที่รัฐในการใช้ความรุนแรงปราบปรามประชาชน ซึ่งรายงานชุดนี้ ก็เปรียบเหมือนกับยาพิษ" นางธิดา ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการแถลงข่าว นางธิดาได้เปิดคลิปเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อปี 2553 ที่มีชายชุดดำปะปนอยู่กับฝ่ายทหารและภาพชายชุดแดงสะพายอาวุธเข้าไปในเขตของทหารได้อย่างสะดวกโดยไม่มีการห้ามปรามจากทหาร อาจหมายความได้ว่าเป็นพวกเดียวกันได้หรือไม่ และที่ชัดเจนที่สุดคือภาพของทหารยศ ส.ท. ที่ใส่เสื้อแดงเข้าไปปะปนกับกลุ่มผู้ชุมนุม จากหลักฐานที่ปรากฏในคลิปแสดงว่าทหารจะใส่เสื้อสีใดก็ได้ อยากถามนายคณิต และนายสมชาย หอมลออ กรรมการ คอป.ว่าเคยนำเสนอข้อมูลเหล่านี้หรือไม่
นางธิดา ยังกล่าวถึงกรณีที่ศาลอาญามีคำสั่งจากการไต่สวนคดีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง คนขับแท็กซี่ จ.ยโสธร ที่ระบุว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ โดยไม่มีชายชุดดำเข้ามาเกี่ยวข้องว่า เมื่อมาถึงจุดนี้พบว่าในความเป็นจริง เราจะเปลี่ยนให้ความเท็จอยู่เหนือความจริงและให้สังคมแตกร้าวอีกไม่ได้ เพราะคนเสื้อแดงถูกกระทำ คุมขัง ดำเนินคดี อย่างไม่เป็นธรรมมาแล้ว และรายงานของ คอป.ยังสรุปออกมาเช่นนี้อีก เท่ากับเป็นการซ้ำเติม เปรียบเสมือนฆ่าคนเสื้อแดงด้านเกียรติยศ ชื่อเสียง ซ้ำอีกครั้งใช่หรือไม่
“แม้ว่ารายงานของ คอป.จะมีข้อดีอยู่บ้าง แต่ก็ถูกกลบด้วยการสร้างความชอบธรรมให้กับฝ่ายปราบปราม เราจึงคิดว่าควรเปลี่ยนชื่อของ คอป.เป็น คณะกรรมการบิดเบือนความจริงเพื่อนำไปสู่ความแตกร้าวแห่งประเทศไทย” นางธิดา กล่าว
'ธิดา'จี้'ยงยุทธ'ตั้งคกก.ชุดใหม่ตรวจสอบรายงาน คอป.
นางธิดา ถาวรเศรษฐ กล่าวต่อว่า ตนจะเดินทางไปพบที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ประธานคณะกรรมการ ปคอป. เเละคณะกรรมการ ปคอป. เพื่อชี้ให้เห็นว่า นปช.ไม่ยอมรับรายงานของ คอป.ในส่วนของการหาข้อเท็จจริงที่มีเนื้อหาเป็นพิษ ซึ่ง ปคอป.อาจจะเลือกวิธีตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาแทน เพื่อปรับปรุงตรวจสอบรายงานของ คอป.โดยเฉพาะเรื่องการค้นหาความจริง หรืออีกทางคือทิ้งรายงานของ คอป.ไว้ แล้วให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไปดีกว่ามาดูในรายงานที่อ้างว่าเห็นแต่ชายชุดดำ
นอกจากนี้ นปช.จะทำข้อคิดเห็นเป็นภาษาอังกฤษส่งไปสถานทูต สื่อมวลชน และองค์กรระหว่างประเทศว่า ประชาชนไทยไม่เห็นด้วยกับรายงานของคอป. นอกจากจะไม่นำไปสู่ความปรองดองแล้ว แต่จะสร้างความแตกร้าวอย่างหนักอีกด้วย
'สมชาย' แจงรายงาน คอป.มีความเป็นธรรม
นายสมชาย หอมละออ ในฐานะคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กังวัลว่ารายงานของคอป.จะไม่มีความเป็นกลาง เนื่องจากบางคนในคณะกรรมการคอป. เคยร่วมงานกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ว่า เรื่องนี้ตนมองว่าไม่ว่าจะเป็นการร่วมงานกับพันธมิตร หรือ นปช. ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล เป็นความคิดความเห็นที่แตกต่างกันไป บางคนที่เคยไปร่วมงานกับพันธมิตร เขาอาจจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำบางอย่างของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ได้ แต่ในหลายคนที่อดีตนั้นเคยร่วมงานกับพันธมิตร แต่ขณะนี้ก็กลายมาเป็นแกนนำนปช. ก็มีให้เห็นชัดเจน ซึ่งตนคิดว่า การทำงานของคณะกรรมการคอป. เป็นการทำงานเป็นกลุ่ม ที่มาจากหลายฝ่าย ซึ่งอาจจะมีความคิดที่แตกต่างกัน แต่ก็ต้องทำตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
"อยากถามว่านายงานเราไม่ยุติธรรมตรงไหน ต้องมีเหตุผล และแสดงความคิดเห็นมา ไม่ใช่มาพูดลอยๆ เชื่อว่าคนที่ติดตามเรื่องนี้จะรู้เอง" นายสมชาย กล่าว
อนุกรรมการ คอป.ยันข้อมูลรายงานเชื่อถือได้
นายเมธา มาสขาว ในฐานะอนุกรรมการคณะกรรมการอิสระตรวจสอบความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.) กล่าวกับ “สำนักข่าวเนชั่น” ถึงข้อกล่าวหาว่ามีความสนิทสนมกับกลุ่มพันธมิตร และนำไปสู่การโจมตีรายงานของคอป.ว่าไม่มีความเป็นกลาง ว่า ยอมรับว่ารู้จักกับกลุ่มพันธมิตรจริง โดยรู้จักตั้งแต่ทำกิจกรรมนักศึกษาเป็นเลขาธิการ สนนท. ปี 2544 และนอกจากสนิทกับนายสุริยะใส กตะศิลาแล้วยังสนิทกับนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปช.ด้วย
อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการชุมนุม 193 วันของกลุ่มพันธมิตร ตนไม่เคยไปร่วมชุมนุมแม้แต่วันเดียว จะมีเพียงแค่เดินไปสังเกตการณ์หนึ่งครั้งหน้าสำนักงานสหประชาชาติเท่านั้น ทั้งนี้การเชื่อมโยงตนกับกลุ่มพันธมิตรฯนั้น เชื่อว่าเป็นผลมาจากบุคคลที่มีคนเจตนาไม่ดีต่อรายงาน คอป.เพราะไม่ยอมรับบางเรื่องเลยต้องการบิดเบือน แต่ไม่ยอมพิจารณาข้อเท็จจริงในรายงาน เพราะถ้าอ่านรายงาน คอป. จนจบทั้งหมด 300 กว่าหน้า จะพบว่ามีทั้งส่วนที่เป็นของกลุ่ม นปช. คนชุดดำ และส่วนความผิดพลาดของศูนย์อำนวยการรักษาสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)
นายเมธา กล่าวต่อว่า หน้าที่ของอนุกรรมการในคอป.นั้น จะให้ข้อมูลย่อยเฉพาะกรณี และอยู่ภายในอนุกรรมการตรวจสอบอีกที และในอนุกรรมการจากหลากหลายที่มา บางคนก็เป็นอาจารย์ในศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ จากการสลายการชุมนุมเดือน เม.ย. - พ.ค. 53 (ศปช.) ด้วยซ้ำแต่ทั้งหมดมาทำงานร่วมกันเพื่อค้นหาความจริงและจากทุกฝ่ายเพื่อความปรองดอง
“ นอกจากกลุ่มพันธมิตร ผมยังรู้จักดีกับแกนนำคนเสื้อแดงหลายคน เช่น อาจารย์เยี่ยมยอด ศรีมันตะ ประธานเครือข่ายประชาธิปไตย นอกจากนี้ปัจจุบันตนเป็นเลขาธิการคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จึงใกล้ชิดกับทุกฝ่าย ไม่ว่าแดงหรือว่าเหลือง โดยตนไม่อาจเป็นเหลืองและเป็นแดงได้ เพราะคนรุ่นพฤษภา 2535 ก็แยกไปอยู่ทั้งสองสี” นายเมธา กล่าว
ส่วนนายชัยวัฒน์ ตรีวิทยา อนุกรรการย่อยอีกคนที่เป็นข่าวด้วยนั้น นายเมธา กล่าวว่า นายชัยวัฒน์เคยเข้าร่วมพันธมิตร เพราะเคยเป็นเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป). และตนก็เป็นคนชักชวนให้มาร่วมงานเอง เพราะเขาเป็นคนมีความสามารถ ประสานงานข้อมูลกับกลุ่มต่างๆ ได้ดี



