ข่าว

เทศบาลเมืองปราจีนบุรีน้ำท่วมอย่างหนัก

เทศบาลเมืองปราจีนบุรีน้ำท่วมอย่างหนัก

21 ก.ย. 2555

เทศบาลเมืองปราจีนอ่วม ฝนตกหนักตลอดทั้งคืนประกอบกับน้ำแม่น้ำปราจีนบุรีมีระดับสูงขึ้น ทำให้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน 100 หลังคาเรือน ขณะที่พิษณุโลกน้ำท่วมกระทบปลากระชังเริ่มตายปรับตัวเข้ากับน้ำใหม่ไม่ทัน

          วันที่ 21 ก.ย.55  เวลา 01.00 น.  ฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้ในเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรีน้ำท่วมอย่างหนัก เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่องมาตลอดทั้งคืนประกอบกับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีมีระดับสูงขึ้นทำให้น้ำไหลเข้าท่วมเมืองปราจีนบุรี มีระดับน้ำสูงกว่า 40-50 เซนติเมตร เทศบาลเมืองปราจีนบุรีรีบเร่งระบายน้ำออกตลอดทั้งคืน โดยใช้เครื่องสูบน้ำจำนวน 20 กว่าเครื่อง ขนาดเครื่อง 50 แรงม้า เร่งระบายออกเร็วที่สุด
 
          โดยน้ำที่ท่วมระดับน้ำเฉลี่ย 50 เซนติเมตร น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลาย 100 หลังคาเรือน ท่วมบนถนนราษฎรดำริ ถนนหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ขนส่งจังหวัดปราจีนบุรี ชุมชนแก้วพิจิตร หน้าธนาคารกรุงเทพ หน้าธนาคารกรุงไทย ตลาดชายน้ำ หน้าโรงเรียนปราจีนกัลยาณี สี่แยกไฟแดงกลางเมืองปราจีนบุรี

 

 

น้ำท่วมกระทบปลากระชังเริ่มตายปรับตัวเข้ากับน้ำใหม่ไม่ทัน

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากปริมาณน้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางระกำ อ.พรหมพิราม และ อ.เมืองพิษณุโลก ได้ท่วมขยายวงกว้างกินพื้นที่กว่า 100,000 ไร่แล้ว เบื้องต้นทางชลประทานได้เร่งผันน้ำยมลงสู่น้ำน่าน บริเวณคลองส่งน้ำ DR 2.8 และ DR 15.8 เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่ท่วมให้ลดลง ส่งผลให้ผู้ที่เลี้ยงปลาในกระชังในแม่น้ำน่าน ที่ ต.บ้านไร่ อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ได้รับผลกระทบหลายราย เนื่องจากปลากระชัง ยังไม่สามารถปรับตัวกับน้ำใหม่ที่ไหลมาสมทบกับน้ำเก่าในแม่น้ำน่าน ส่งผลให้ปลานิล ที่เลี้ยงในกระชังของเกษตรกร เริ่มตายกันจำนวนมาก

            นายสิริรัตน์ เลขพัฒน์ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง หมู่ 1 ต.บ้านไร่ อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก กล่าวว่า หลังจากมีการปล่อยน้ำจากแม่น้ำยมและน่านนั้น ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำน่านสูงขึ้นเล็กน้อย และบางแห่งก็มีกลิ่นและฟอง เนื่องจากคุณภาพน้ำไม่ดี และเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาปลาในกระชังได้เริ่มทยอยตายลงวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 10-20 ตัว ทำให้เกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน ของ ต.บ้านไร่ คือ หมู่ 1,2,3,4,5,7 จำนวนกว่า 70 ราย ต้องคอยดูแลปลาอย่างใกล้ชิดมากขึ้น อย่างไรก็ตามปริมาณดังกล่าวเกษตรกรบางราย ที่เลี้ยงปลานิลไว้ และกำลังจะจับขายได้นั้น ก็ต้องเร่งจับปลาที่ได้ขนาดทันที หลังจากเห็นสภาพน้ำในแม่น้ำน่าน ถึงแม้ว่าราคาปลานิลในขณะนี้ที่ส่งขายตามท้องตลาดอยู่มีราคาเพียง กก.ละ 70 บาท.

 

 

สสจ.พิษณุโลกแจกยาให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม 5,000 ชุด

               เภสัชกรหญิงอัปสร บุญยัง รองหัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข ได้ทำการตรวจนับเวชภัณฑ์ยา ที่ได้รับการจัดสรรมาจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ 7 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก

              โดยเวชภัณฑ์ดังกล่าวจะมียาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับประชาชน อาทิเช่น ยาแก้ปวด ยาทาแก้แพ้ผื่นคัน ยาทาสำหรับโรคน้ำกัดเท้า ผงเกลือแร่ ซึ่งเภสัชกรหญิงอัปสร ได้กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ได้รับการจัดสรรเวชภัณฑ์ยาชุดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในครั้งนี้ จำนวนทั้งสิ้น 5,000 ชุด กำลังดำเนินการจัดส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ ซึ่งหากไม่เพียงพอกับความต้องการ ก็สามารถขอรับการสนับสนุนเพิ่มได้





อ.พรหมพิราม ระดับน้ำลดลงหลังผันน้ำเข้าทุ่ง

          ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำท่วม ที่บ้านวังขี้เหล็ก หมู่ 10 ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ระดับน้ำที่ท่วมขังเริ่มลดลง 10-15 เซนติเมตร หลังจากที่ชาวบ้านได้ผันน้ำจากคลองเมม หรือแม่น้ำยมสายเก่า ที่เอ่อล้นคลองให้ไหลเข้าทุ่งนา
 
          นายพะเยาว์ ชื่นกลิ่น สารวัตรกำนันตำบลท่าช้าง เปิดเผยว่า ชาวตำบลท่าช้าง 4 หมู่บ้าน ชาวบ้านหมู่ 10 บ้านแม่ระหัน ตำบลบ้านกร่าง อำเภอเมือง รวมทั้งอีกหลายหมู่บ้านที่ อำเภอบางระกำ และบางส่วนของอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ยอมให้ที่นาเกือบ 2 แสนไร่ เป็นพื้นที่รับน้ำจากทางภาคเหนือ ที่จะไหลลงมาทางแม่น้ำยม และแม่น้ำยมสายเก่า ซึ่งขณะนี้ยังรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก
 
          สำหรับชาวบ้านในหมู่บ้านวังขี้เหล็ก จำนวนกว่า 50 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมขังในระดับสูง เส้นทางเข้าบ้านไม่สามารถใช้สัญจรได้ ต้องใช้เรือแทนรถ แต่ชาวบ้านทุกราย ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแบบนั้นได้โดยไม่ได้รับความเดือดร้อนมากนัก และขณะนี้ก็มีหลายหน่วยงานเข้ามาให้ความช่วยเหลือ นาข้าวที่ถูกน้ำท่วม ก็เป็นนาข้าวที่เก็บเกี่ยวหมดแล้ว ดังนั้นชาวบ้านจึงมีความยินดีที่จะปล่อยให้น้ำเข้าท่วมนาข้าว ให้นาข้าวเป็นแก้มลิงรองรับน้ำจากภาคเหนือ เพื่อไม่ให้ไหลไปยังจังหวัดทางภาคกลางและกรุงเทพมหานคร