
รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์
วันนี้ (24 พ.ค.) เวลา 09.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นครั้งที่ 19 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ดังนี้
ช่วงที่ 1
สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ พบกันเช่นเคยนะครับทุกเช้าวันอาทิตย์ สัปดาห์นี้ก็เป็นสัปดาห์ที่สมัยประชุมสภาสามัญ ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ต้นปีนะครับ ได้สิ้นสุดลง เพราะฉะนั้น ในช่วงแรกอยากจะพูดถึงในช่วงที่ 4 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสมัยประชุมสภาที่รัฐบาลได้เริ่มทำงานโดยการผลักดันกฎหมาย รวมไปถึงข้อตกลงต่าง ๆ ระหว่างประเทศมากมาย ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านสมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ที่ตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมานั้น ได้ทำงานกันอย่างหนักในการที่จะประชุมปรึกษาหารือในเรื่องสำคัญ ๆ หลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ช่วงแรกก็มีความวิตกกังวลกันมากว่า ตัวเลขในแง่ของ ส.ส. ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล จะทำให้การทำงานในสภาฯ นั้นมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหนอย่างไร แน่นอนครับในเรื่องของการประชุมสภาฯ ก็เหมือนกับหลาย ๆแห่งในโลกนะครับ และก็เป็นธรรมชาติของสภาฯ ในวิถีทางประชาธิปไตย ซึ่งบางครั้งก็จะมีการถกเถียง มีความขลุกขลัก อาจจะดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ว่าที่สุดแล้วก็ถือว่างานหลัก ๆ ที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลได้ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย แต่อย่างน้อยที่สุดนะครับ รัฐบาลได้ผลักดันในเรื่องของงบประมาณกลางปี หรืองบประมาณเพิ่มเติม เพื่อมาสนับสนุนโครงการสำคัญ ๆ ของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียนฟรี 15 ปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเบี้ยยังชีพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ อสม. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเช็คช่วยชาติ รวมไปถึงโครงการชุมชนพอเพียง ซึ่งโครงการเหล่านี้ก็เดินหน้าได้อย่างเต็มที่แล้ว ........ระบบสัญญาณการถ่ายทอดขัดข้อง........
ช่วงที่ 2 ผู้ดำเนินรายการ (รศ.ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา) สวัสดีครับท่านผู้ชมครับ กลับมาพบกับเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ นะครับ รายการต้องขออภัยท่านผู้ชมสำหรับความขัดข้องทางเทคนิค ทำให้ภาพหยุดออกอากาศไประยะหนึ่งนะครับ ตอนนี้เรากลับมาคุยกันต่อได้แล้วครับ ท่านนายกฯ ยังอยู่กับเรานะครับ สวัสดีครับท่านนายกฯ ครับ
นายกรัฐมนตรี สวัสดีครับ
ผู้ดำเนินรายการ เมื่อกี้เหตุขัดข้อง ซึ่งเกิดเป็นเรื่องปกตินะครับ แต่ท่านนายกฯ พูดค้างอยู่ในเรื่องเหตุการณ์ที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรี คงจะขอสรุปสั้น ๆ นะครับ เพราะเชื่อว่าเราคงต้องมีอะไรหลายอย่างที่คุยกัน เดิมผมตั้งใจว่าข้อแรก อยากจะขอบคุณสมาชิกรัฐสภาในการประชุมสมัยสามัญที่เพิ่งสิ้นสุดลงไป และขอยืนยันว่าผลงานของสภาฯ เองในแง่ของจำนวนกฎหมาย จำนวนญัตติ กระทู้ ถามต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ถือว่าน่าพอใจ จริง ๆ แล้วก็ดูเหมือนกับว่าเทียบเคียงกับสมัยประชุมก่อนหน้านี้ ก็ทำได้ดีกว่านะครับ และผมก็ตั้งใจที่จะให้ทุกคนในรัฐบาลให้ความสำคัญกับงานสภาฯ ไม่ว่าจะเป็นไปตามกระทู้ถาม แล้วก็ให้การสนับสนุนงานด้านนิติบัญญัติ กฎหมายที่ออกมา ข้อตกลงที่ผ่านไป หลายเรื่องที่สนับสนุนนโยบายรัฐบาลก็เดินไปได้ด้วยดี และพอกลางเดือนมิถุนายนก็คาดการณ์ว่าจะต้องเปิดสมัยประชุมอีกครั้งหนึ่ง ก็จะขอความร่วมมือเรื่องงบประมาณ ขอความร่วมมือการผ่านพระราชกำหนดในเรื่องของเงินกู้ต่อไป
ประเด็นที่ 2 อยากจะพูดสั้น ๆ ถึงงานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลก็มีการอนุมัติเรื่องสำคัญ ๆ เช่น กรณีของคนพิการ ได้มีการออกมติคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะให้สถานที่สำคัญที่ทางคนพิการไปใช้บริการอยู่ เช่น ศาลากลาง ที่ว่าการอำเภอ โรงพยาบาล และสถานีตำรวจ ต้องจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการ คือก่อนหน้านี้เคยมีมติ ครม. บังคับกับเฉพาะอาคารที่สร้างใหม่ แต่อันนี้เราจะย้อนกลับไป เพื่ออาคารที่สร้างก่อนมติ ครม. นั้น จะสิ่งอำนวยความสะดวก และเช่นเดียวกันนะครับ เราก็ได้เห็นชอบแล้วว่า ต่อไปก็จะต้องมีเบี้ยเพื่อที่จะช่วยสนับสนุนรายได้ให้คนพิการ เดือนละ 500 บาท แต่ว่าที่ประเมินตัวเลขและดูขั้นตอนในขณะนี้คิดว่าจะเริ่มต้นได้คงจะเป็นประมาณเมษายนปีหน้า
ผู้ดำเนินรายการ เดือนละ 500 บาทตลอดชีวิต
นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ ถูกต้องครับ อันนี้เป็นเรื่องของงานของคนพิการ ไหน ๆ พูดแล้วก็เลยขอถือโอกาสเรียนด้วยว่า นโยบายเรียนฟรีของรัฐบาลก็ดี เบี้ยยังชีพของรัฐบาลก็ดี ใครยังมีปัญหากรุณาแจ้งมา 1111 และเรียนฟรีก็ 1579 เรียนฟรีก็ยังมีเสียงที่บอกยังถูกเก็บเงินอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ ขอให้แจ้งเข้ามา ส่วนกรณีเรื่องของเบี้ยยังชีพ ที่จริงขณะนี้ทุกคนที่มาขึ้นทะเบียนไว้ ควรจะได้รับแล้ว ถ้ายังไม่ได้รับกรุณาแจ้งมา แสดงว่ามีปัญหาในการที่ไปดำเนินการแล้ว เพราะว่าเงินได้โอนไปที่ท้องถิ่นต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ตั้งใจจะพูดไว้
และสุดท้ายก็คือว่า เรื่องของพืชผลเกษตร ตอนนี้ที่ห่วงใยกันมากคือเรื่องผลไม้ วันนี้เราเอามาวางให้ดูด้วย รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เรื่องลิ้นจี่ ก็สะสางกันไปสัปดาห์ที่แล้ว ความจริงสัปดาห์ก่อนโน้นอนุมัติเงินไปเกือบ 40 ล้าน และต่อมาก็ให้ท้องถิ่นเข้ามาช่วยขาย และสัปดาห์ที่เพิ่งผ่านมานี้ได้ติดต่อกับทางจังหวัด ให้ช่วยไปดูหน่อยว่าตรงไหนที่ยังเป็นปัญหาอยู่ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอะไรก็มาขอรัฐบาลได้ และพร้อม ๆ กันในหลายพื้นที่ภาคเหนือ ตอนนี้ก็เรื่องถั่วลิสงร้องมา ก็อยากจะฝากสั้น ๆ เท่านั้นเองว่า จริง ๆ ถ้าหากว่าท้องถิ่นสามารถที่จะดำเนินการได้เลยจะดีที่สุด เพราะเรื่องผลไม้ไม่เหมือนพืชผลตัวอื่นนะครับ ออกมาแล้วมีเวลาไม่มากในการที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาจัดการ และคงจะต้องบอกว่าเชิญชวนทุกคนช่วยกันซื้อและรับประทานผลไม้ไทย
ผู้ดำเนินรายการ ช่วงนี้กินผลไม้เยอะ ๆ นะครับ ผมกลับมาประเด็นเศรษฐกิจนะครับท่านนายกฯ อยากจะเรียนถามท่านหลายเรื่อง ก่อนอื่นต้องเรียนว่าคนทั่วไปก็ตระหนักว่า รัฐบาลของท่านนายกฯ เข้ามาดูแลประเทศ 5 เดือนปัญหาเยอะมาก ปัญหาทั้งเฉพาะหน้า ปัญหาทั้งระยะยาว ที่ต่อเนื่องกันมา แต่ว่าปัญหาเหล่านี้เราทิ้งไว้ก็ไม่ได้นะครับ ต้องเรียนถามท่านประการแรกเลยว่า ในแง่ของปัญหาทางสังคม ปัญหาการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ ท่านนายกฯ แบ่งแยกเวลาให้กับปัญหาเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหนครับ
นายกรัฐมนตรี ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ใหญ่มาก และถ้าไม่แก้ไขจะกลายเป็นปัญหาสังคม ปัญหาการเมืองด้วย ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยครับ แต่ว่าในทุก ๆ ประเทศขณะนี้ ผมว่ารัฐบาลให้เวลากับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ผมก็สังเกตดูว่าเรื่องของ คือผมประชุม ครม. เศรษฐกิจ โดยปกติจะประชุมเป็นประจำทุกสัปดาห์ ระยะหลังจะติดขัดเรื่องของสภาฯ หรืออะไรที่เข้ามาเพิ่ม เลยอาจจะประชุมน้อยลงไปบ้าง แต่ว่าจริง ๆ แล้วทุกสัปดาห์โดยปกติ และถ้าไม่มีจะเชิญผู้ที่รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจมาพูดคุยกันอยู่เป็นระยะ ๆ ในการประชุม ครม. เอง เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจก็ยังค่อนข้างเยอะ ไม่นับเรื่องของคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง เป็นเรื่องการลงทุนบ้าง ภาษีอากรบ้าง อะไรบ้าง ก็มีการทำอยู่ตลอดเวลา ผมเองก็พูดตั้งแต่ต้นว่าผมต้องเข้ามาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ
ผู้ดำเนินรายการ ตกลงท่านนายกฯ เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจด้วยนะครับ
นายกรัฐมนตรี เป็นครับ เพราะว่าต้องพยายามที่จะให้ทุกกระทรวงทำงานร่วมกัน บางเรื่องอย่างเรื่องท่องเที่ยว เราก็ประกาศเป็น จริง ๆ แล้วต้องเป็นคำว่า ระเบียบวาระแห่งชาติ แต่ย่อกันเป็นวาระแห่งชาติ ก็ประกาศไปแล้วนะครับ ซึ่งหมายถึงว่ามันไม่ได้เป็นความรับผิดชอบของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ผมก็จะต้องช่วยกันดู ขนาดรัฐมนตรีท่องเที่ยวยังบอกว่าผลไม้นี่จะขอไปแจกนักท่องเที่ยวให้ เป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้ามาด้วย
ดำเนินรายการ น่าจะดีนะครับ เพราะของเราอร่อยอยู่แล้ว แต่ท่านนายกฯ ให้ความสำคัญกับประเด็นทางเศรษฐกิจ ถ้าเทียบกับประเด็นทางการเมือง เปรียบเทียบกันได้ไหมครับ
นายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าประเด็นทางการเมืองตอนนี้เป็นเรื่องของความขัดแย้ง การแก้ปัญหาส่วนหนึ่งก็คือการแสดงออกถึงท่าทีและก็ติดตามงาน ซึ่งอาจจะไม่ได้เรียกว่าเป็นงานนโยบาย แต่เป็นงานของการปฏิบัติตามกฎหมาย คดีความต่าง ๆ ต้องว่าไปตามกฎหมาย ใครร้องมาก็เร่งรัดให้ ส่วนตัวเรื่องของการที่จะแก้ปัญหาใหญ่ในทางการเมืองขณะนี้ เราจัดสภาฯ เป็นเวทีใหญ่ เขามีคณะกรรมการอยู่ ฝ่ายค้าน จะได้ร่วมด้วย วุฒิสมาชิกจะได้ร่วมด้วย เปิดกระบวนการให้กว้างเข้า เพราะฉะนั้น ตรงนั้นจริง ๆ แล้ว ผมถือว่าสภาฯ เป็นเจ้าภาพอยู่ รัฐบาลก็มีเวลามาทำเรื่องเศรษฐกิจมากขึ้น ส่วนสังคมนั้น ผมว่านับวันก็แยก แยกยากนะครับ ผมไม่ทราบว่าคุณไพบูลย์มองว่า งานการศึกษามันงานเศรษฐกิจหรือสังคม เมื่อก่อนเขาบอกงานศึกษา เรื่องงานทางสังคม แต่จริงๆ ขณะนี้การเสริมความเข้มแข็งของประเทศจะอยู่ที่งานการศึกษา การพัฒนาคนค่อนข้างมาก
ผู้ดำเนินรายการ ก็นำไปสู่เรื่องของเศรษฐกิจในอนาคต
นายกรัฐมนตรี ใช่ครับ
ผู้ดำเนินรายการ แต่ท่านนายกฯ ครับ ประเด็นการเมืองได้ไปกระทบประเด็นเศรษฐกิจในส่วนของผู้ที่สังเกตการณ์อยู่ อย่างกรณีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้าน อันนี้เป็นประเด็นเศรษฐกิจ แต่ว่าโดนประเด็นการเมืองเข้ามาเบียดไป
นายกรัฐมนตรี คือมันเป็นเรื่องของกระบวนการประชาธิปไตย การถ่วงดุลอำนาจ ฝ่ายค้านเขาก็มีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบ และเขาก็ต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจของเขา แต่ผมก็ยืนยันว่าเราทำทุกอย่างถูกต้อง และอยากจะให้มันรวดเร็ว แต่ว่าเมื่อมันเป็นไปตามกติกาเราก็ต้องยอมรับ เมื่อเขามีสิทธิ์ที่จะเสนอตีความ เขาก็ว่ากันไป การเมืองกับเศรษฐกิจก็ผูกพันกัน เพราะว่าเหตุการณ์ทางการเมืองก็ส่งผลกระทบด้วยในแง่ความเชื่อมั่น คือประเทศไทยนอกจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกแล้ว ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความวุ่นวายทางการเมือง เรียกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเดือนเมษายน ก็กระทบแน่นอน เพราะฉะนั้น ผมก็พยายามที่จะบริหารจัดการในทางการเมือง ไม่ให้กระทบหรือเข้ามาซ้ำเติมเศรษฐกิจ แต่ว่าปัญหาที่อยู่ในใจประชาชนจริง ๆ ผมเชื่อว่าขณะนี้ไม่ใช่ปัญหาการเมือง เป็นปัญหาเศรษฐกิจ เป็นความเดือดร้อน โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงว่าจะตกงานไหม และคนที่รายได้ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจในปัจจุบัน
ผู้ดำเนินรายการ ถ้าอย่างนั้นผมขอกลับมาที่เศรษฐกิจเลยนะครับ ท่านนายกฯดูตัวเลขเศรษฐกิจ คุมทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาล ติดตามอย่างใกล้ชิด นาทีนี้ท่านนายกฯ รู้สึกอย่างไรกับแนวโน้มของเศรษฐกิจในเมืองไทยครับ ดี ไม่ดี สบายใจ ไม่สบายใจ
นายกรัฐมนตรี สบายใจคงไม่ได้หรอกครับ เพราะวิกฤตนี้มันแรง และมันก็แรงมาจากข้างนอก ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรก เข้าใจว่าเป็นทางการคงจะออกมาวัน 2 วันนี้ ผมก็คิดว่าคงจะหนักกว่าไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว ไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว ติดลบไปเกือบ 5 ครั้งนี้อาจจะลบ 5 ลบ 6 ลบ 7 ลบ 8 เป็นไปได้ทั้งสิ้น เพราะผมเห็นแล้วว่าที่ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ที่ผมเห็นในภูมิภาคนี้ขณะนี้มีตั้งแต่ลบ 8 ลบ 11 เพราะฉะนั้น ของเราคงจะไม่เบาล่ะ หนัก แต่ว่าขณะเดียวกันเราก็ตามตัวเลขดู ก็มีบางส่วนที่ดูว่ามันก็เป็นสัญญาณที่เราอาจจะพอมองเห็นว่า มันไม่ได้หนักหนา จนเรียกว่ามองไม่เห็นทางข้างหน้านะครับ เช่น เรื่องของปัญหาการเลิกจ้าง การลาออกจากงาน ดูว่ามีนาคม เมษายน ตัวเลขดีขึ้นกว่าเดือนกุมภาพันธ์ การใช้กำลังการผลิตจากที่ตกลงมาต่อเนื่อง ผงกขึ้นมาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 60 แต่ผมก็ระมัดระวัง เพราะว่าเรื่องตัวเลขการเลิกจ้างส่วนหนึ่งเป็นเพราะนโยบายรัฐบาลเอง ที่เข้าไปเจรจาค่อนข้างใกล้ชิดกับผู้ประกอบการว่า ขอให้ชะลอการเลิกจ้าง โดยเรามีมาตรการในการที่จะจูงใจ แลกเปลี่ยนกันไป เช่น มาตรการเรื่องประกันสังคม มาตรการเรื่องอื่น ๆ และขณะเดียวกันการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น อาจจะเป็นเพราะว่ามีการระบายสต็อกของสินค้าไปค่อนข้างมากก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้น ยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน แต่ว่าอย่างน้อยที่สุด ดูตัวเลขมีนา เมษา แล้ว มันดีกว่ากุมภา เมื่อเป็นเช่นนั้นผมก็ยังมั่นใจว่า ไตรมาส 2 จะดีกว่าไตรมาสที่ 1 และมาตรการของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่าไปแล้วเงินเพิ่งลงก็คือไตรมาส 2 มีเงินที่ออกไปไตรมาส 1 อยู่ 4-5 วันก็คือตอนเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท เริ่มออกเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น เมษานี้ผมคิดว่าแม้จะมีผลกระทบทางการเมือง จากเหตุการณ์ด้วย เมษา พฤษภา มิถุนา น่าจะดีขึ้น และก็แน่นอนครับ พอเราไปถึงไตรมาสที่ 3 ผมว่าก็จะมีแผนกระตุ้นรอบ 2 ที่เป็นการลงทุนก็จะช่วยได้อีก และผมยังตั้งเป้าว่า พอถึงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ อัตราการเจริญเติบโตก็จะกลับมาเป็นบวก และทั้งหมดนี้จะพยายามดูแลในเรื่องของการที่จะลดตัวเลขในเรื่องของการว่างงานให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
ผู้ดำเนินรายการ แสดงว่าท่านนายกฯ และคาดหมาย และตั้งนโยบายว่าปีนี้เศรษฐกิจจะต้องฟื้นช่วงปลายปี
นายกรัฐมนตรี ปลายปี ต้องกลับมาเป็นบวก
ผู้ดำเนินรายการ เห็นแสงสว่างตอนปลายปีอยู่
นายกรัฐมนตรี ครับ
ผู้ดำเนินรายการ ในขณะเดียวกันท่านนายกฯ มีประเด็นไหนไหมครับทางเศรษฐกิจที่ หรือตัวเลขหรือเรื่องอะไรที่มองแล้ว ไม่สบายใจเลย เป็นห่วงมาก
นายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่สบายใจอยู่ก็คือ ส่งออก ท่องเที่ยว ก็ยังหนักอยู่ คือทั้งภูมิภาค ส่งออกไตรมาสแรกลบไม่ต่ำกว่า 20 ซึ่งหนักหนาสาหัสมากนะครับ เมื่อก่อนนี้เรา ตัวเลขส่งออกขยายตัวน้อยกว่า 10 เราก็ผิดหวังแล้ว อันนี้หดตัวร้อยละ 20 นักท่องเที่ยวเอง ตอนนี้ตัวเลขที่ผมมีล่าสุด ลบอยู่ประมาณ 14-15 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าในหลายพื้นที่พอเข้าสู่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว ก็หนักหนาสาหัสอยู่ในแง่ของโรงแรม หรือในแง่ของกิจการอื่น ๆ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็ไม่สบายใจ และก็ห่วงที่สุดคือทำอย่างไรที่จะไม่ให้นำไปสู่เรื่องของการว่างงาน เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เรายังกังวลอยู่
ผู้ดำเนินรายการ ผมขอมาที่ปัญหาส่งออก ที่ท่านนายกฯ พูดถึงครับ เริ่มมีนักธุรกิจไม่น้อยนะครับ ทั้งที่ทำส่งออก ทั้งที่ไม่ได้ทำส่งออก มองว่าประเด็นการส่งออกของไทย ซึ่งปกติการส่งออกจะดีไม่ดี ขึ้นอยู่กับศักยภาพของประเทศของเรา เราผลิตอะไรออกมาสู้เขาได้ไหม และในระยะสั้นเลยปัจจัยที่จะมีผลต่อการส่งออกมาก ก็คือเรื่องค่าเงินบาท 2-3 เดือนที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเราแข็งขึ้นมาอย่างมาก เทียบกับภูมิภาคอื่น เทียบกับประเทศอื่น ท่านนายกฯ มองประเด็นนี้อย่างไรครับ
นายกรัฐมนตรี คือเรื่องค่าเงินเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่เป็นประจำ ผมต้องขอเรียนอย่างนี้ว่ารัฐบาลติดตามใกล้ชิด จะให้มีการรายงานในเรื่องของแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนมาโดยตลอด ทีนี้ถามว่าเงินแข็งขึ้นไหม ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ ในช่วงเดือนหนึ่งที่ผ่านมาก็ได้ ตีรวม ๆ ค่อนข้างที่จะแข็งขึ้นมาพอสมควร แต่ว่าผมก็ดูตัวเลขเทียบเคียงกับประเทศในภูมิภาคทั้งหลาย และโดยเฉพาะถ้าดูตั้งแต่ต้นปีก็ดี หรือดูมาตั้งแต่ประมาณปี 2 ปีที่แล้วก็ดี การเคลื่อนไหวของเงินบาท ไม่ได้แตกต่างจากค่าเงินในภูมิภาคประเทศอื่น ๆ มากนัก ถ้าดูยาวไปนิดหนึ่งด้วยซ้ำ เรียกว่าเราอยู่ตรงกลางเลย ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่า ผมชอบให้เงินแข็ง เพียงแต่บอกว่าอย่าไปพูด หรือไปเข้าใจกันว่า มันเป็นเรื่องที่ของเราแข็งอยู่คนเดียว จริง ๆ ไม่ใช่อย่างนั้น
ประเด็นที่ 2 ที่น่าสนใจ เงินที่อ่อนลงมากที่สุด ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะเป็นเกาหลี กับอินโดนีเซีย ก็พบว่าตัวเลขส่งออกของเขา ไม่ได้ดีกว่าเราเท่าไหร่ ที่พูดอย่างนี้ก็เป็นการยืนยันอีกครั้งว่า ปัญหาการส่งออกขณะนี้เป็นปัญหาของกำลังซื้อของคู่ค้าของเรา มากกว่าเรื่องราคา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็ได้ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ยืนยันกับผมว่า 1. เขาจะดูแลไม่ให้ค่าเงินผันผวน 2. เขาจะดูแลว่าค่าเงินของเรา เมื่อเทียบเคียงกับประเทศในภูมิภาคแล้ว มันไม่ไปหลุดออกมาจากแนวโน้มหลัก เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้วก็เป็นหน้าที่ที่เขาดูแลอยู่ และก็ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลพึงจะไปแทรกแซง เรื่องการเงิน กับเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน ธนาคารแห่งประเทศไทยดูแล และเขาทราบดีว่าภารกิจของการบริหารจัดการในขณะนี้คือการฟื้นเศรษฐกิจ การฟื้นการส่งออก แต่ว่าการจะเข้าไปทำอะไรกับค่าเงินก็ต้องทำด้วยความระมัดระวังตามสมควร ไม่ให้เป็นเหยื่อของผู้ที่เป็นนักเก็งกำไร ที่จะเข้ามาแสวงประโยชน์ด้วย
ผู้ดำเนินรายการ ฟังจากท่านนายกฯ นี่นะครับ เรื่องการเงินกับเรื่องค่าเงิน ท่านนายกฯ มอบให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย
นายกรัฐมนตรี โดยระบบของเราเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าวิธีที่เราทำคือว่าผมกับทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะมาคุยกันในเชิงเป้าหมายการบริหารเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้ก็ยังเหมือนกันอยู่ก็คือชัดมากว่าเรื่องของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญที่สุด สองเนี่ยถ้าดูอัตราเงินเฟ้อทุกเดือนมานับถึงปัจจุบันนะครับปีนี้ ติดลบ เพราะฉะนั้นความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อยังไม่มี แต่เรื่องอัตราดอกเบี้ยนี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็ปรับลงมา น่าจะแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ต่อเนื่องมาในช่วง 4 - 5 เดือนที่ผ่านมา และผมคิดว่าขณะนี้เขาก็ได้ประเมินแล้ว ว่าปัญหาเรื่องสินเชื่อก็เหมือนกันนะครับ ว่าคงไม่ได้ผูกพันกับเรื่องอัตราดอกเบี้ย ก็ถือว่าส่งสัญญาณปรับลงมาชัดเจน แต่เรื่องสินเชื่อก็ต้องไปดูมาตรการอื่น โดยเฉพาะในเรื่องของปัญหาการที่สถาบันการเงินไม่พร้อมที่จะเสี่ยง ไม่พร้อมที่จะปล่อย บางโครงการเราก็เข้าไปช่วย เช่น กรณีของท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้ก็ได้รับการตอบสนองค่อนข้างดี อาจจะต้องมีการขยายโครงการเพิ่มขึ้น แต่นอกจากนั้นก็คงจะเป็นเรื่องที่ต้องไปดูสถาบันของรัฐเอง จะมีบทบาทนำได้อย่างไร
ผู้ดำเนินรายการ ท่านพูดถึงการท่องเที่ยวนะครับ รัฐบาลจะจริงจังแค่ไหนกับการฟื้นการท่องเที่ยวครับ
นายกรัฐมนตรี มาตรการเราชัดมากนะครับ ที่จูงใจได้ เช่น ค่าวีซ่า ค่าจอดอากาศยาน เรื่องของมาตรการที่เป็นการกระตุ้นในลักษณะนี้ ประกันภัยอะไรนี้ ให้หมดแล้ว สินเชื่ออย่างที่บอก 5,000 ล้านนี้ถ้าหมดสงสัยอาจจะต้องมาพิจารณาดูว่า จะขยายเพิ่มช่วยเหลือผู้ประกอบการได้อย่างไรนะครับ แต่ว่าขณะเดียวกัน ขณะนี้ก็เป็นโอกาสสำคัญในการที่รัฐบาลกำลังทำแผนกระตุ้นการลงทุน ผมเพิ่งไปสมุยมา คุยกับผู้ประกอบการ ก็เป็นโอกาสที่เขาต้องมานั่งจัดลำดับความสำคัญเหมือนกันตอนนี้ ระบบไฟฟ้า น้ำ กำจัดขยะ ถนนหนทาง หรือแม้กระทั่งอย่างสนามบินสุราษฎร์ฯ หรือสนามบินอะไรต่าง ๆ นี้นะครับ อยากจะให้มีการปรับปรุงการลงทุนตรงไหน ที่สำคัญก็คืออย่างสมุยนี้เขากำลังพยายามผลักดันความคิดว่าเขาจะเป็นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็น Green.... ตำแหน่งเขาอยู่ตรงนั้น จะต้องลงทุนอะไร จังหวะนี้ละครับคือจังหวะที่จะทำ ที่เรากำลังทำเรื่องของประเทศไทยเข้มแข็งนี้ ก็คือต้องการที่จะมาปรับปรุงปัจจัยพื้นฐานตรงนี้ เพราะฉะนั้นแหล่งท่องเที่ยวที่จะมีการปรับปรุงนี้เป็นหัวใจสำคัญของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสองนะครับ ในภาวะซึ่งคนยังเดินทางน้อยลง ยิ่งมาเจอไข้หวัดใหญ่ด้วย คนยังเดินทางน้อยลง เราใช้โอกาสตรงนี้ครับ ปรับปรุงเรื่องของเรา ทำของเราให้ดี และเวลาฟื้นขึ้นมาจะได้ประโยชน์มากครับ
ผู้ดำเนินรายการ ท่านนายกฯ ครับ ปัญหาที่เรามีเมื่อปลายปีเรื่องสนามบิน ตอนเดือนเมษายนเรื่องของความวุ่นวายนะครับ สร้างภาพในความคิดของนักท่องเที่ยวต่างชาติพอสมควร เรามีแผนการในระยะสั้นที่จะไปสร้างความเชื่อมั่นให้เขากลับมาเที่ยวอย่างไรไหมครับ
นายกรัฐมนตรี ช่วงหลังจากที่ผมเข้ามานี้ ก็ไปกันเยอะนะครับ ผมไป Road Show นี้นะครับ ไปกันหลาย ๆ ประเทศแล้วก็เริ่มดีขึ้นมา แต่ว่าพอเกิดเหตุเมษายนนี้ก็ต้องยอมรับว่าเหมือนกับถอยหลังมา ก็ต้องตั้งหลักกันใหม่ และเราก็พยายาม มาตรการในประเทศของเราเองก็สำคัญ ในที่สุดแล้วเขาก็ต้องมองว่ามันมีคำตอบทางการเมืองไหม ขณะเดียวกันมาตรการ มาตรฐาน ในแง่ของการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นอย่างไรนะครับ ช่วงที่ถือว่ากระทบมากก็คือช่วงที่อาเซียนที่พัทยาต้องเลื่อนไป แต่ผมคิดว่าหลังจากนั้นเขาก็ได้เห็นความชัดอย่างหนึ่งว่า รัฐบาลก็มีความตั้งใจอย่างสูงที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย แก้ปัญหาในช่วงสงกรานต์กลับมาได้ในระยะเวลาอันสั้น ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ว่าพอทำตรงนั้นเป็นเรื่องที่จะไปเพิ่มหรือไปลุกไล่ทางการเมือง ไม่ใช่ ให้ทุกอย่างกลับไปอยู่บนโต๊ะในเรื่องของความสมานฉันท์ ความปรองดองที่สภาฯ นะครับ และขณะเดียวกันก็ยืนยันกับชาวโลกมาตลอดว่า เหตุการณ์วุ่น ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ได้ไปเกี่ยวอะไรกับชาวต่างชาติเลย เป็นเรื่องปัญหาภายในของเรา และคนไทยก็ยังอยากจะต้อนรับ อยากจะให้คนต่างชาติเดินทางมา หลังจากเหตุการณ์นี้ ผมก็เพิ่งไปฮ่องกงมา แต่ว่าก็กำลังจะมีโอกาสได้ไปอีกหลายประเทศในอาเซียน และประเทศในภูมิภาคต่อไป
ผู้ดำเนินรายการ ผมขอเปลี่ยนประเด็นไปเรื่องภาษีนะครับท่านนายกฯ ครับ เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้ก็ได้ทำเรื่องภาษีพอสมควรนะครับ ในระยะสั้น ๆ ที่ผ่านมานี้ ก็มีภาษี ปรับโครงสร้างภาษีน้ำมัน มีการเก็บภาษีบาปที่เรียกกันบุหรี่ สุรา เพิ่มขึ้น มีคำถามว่าภาษีน้ำมันที่รัฐบาลปรับโครงสร้างไปนี้นะครับ จริง ๆ แล้วมันไปกระทบกับอุตสาหกรรม ไปกระทบกับประชาชนมากน้อยแค่ไหน ได้มีการเตรียมการมีการศึกษาเรื่องนี้ไหมครับ
นายกรัฐมนตรี คือขณะนี้ไม่มีผลกระทบนะครับ ราคาน้ำมันที่เคลื่อนไหวขณะนี้เป็นเรื่องของตลาดโลก เป็นเรื่องของปัจจัยอื่น ๆ เพราะว่าแนวที่เราทำก็คือว่า ภาษีน้ำมันที่เราเก็บเพิ่มขึ้นนี้ เราเอากองทุนน้ำมัน ซึ่งก็มีเงินสะสมขึ้นมาส่วนหนึ่งนี้เข้าไปชดเชย เพราะฉะนั้นที่รัฐบาลเก็บจากประชาชนนี้มันเท่าเดิม เพียงแต่ว่าการที่เงินจะไปเข้ากองทุน เงินมาเข้าในส่วนของคลัง คือเรื่องของภาษี เพราะฉะนั้นน้ำมันเราระมัดระวังอยู่แล้ว เพราะรู้ว่าเป็นต้นทุนที่สำคัญนะครับ ขอให้ทำความเข้าใจ ขณะเดียวกันเราก็ต้องดูโครงสร้างในระยะยาวที่เหมาะสมในเรื่องของภาษีน้ำมันด้วยนะครับ ผมคิดว่าก่อนหน้านี้ที่เราต้องยกเว้นหรือเลิก หรือเก็บต่ำมากนี้ มันเป็นสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันก็พุ่งสูงขึ้นไปมาก และตอนนั้นเรากำลังพูดถึงน้ำมัน 30 - 40 ซึ่งมันก็คงจะเป็นภาระที่ประชาชนรับไม่ไหว แต่ตอนนี้ราคาน้ำมันก็ลดต่ำมา ก็มีช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ครับที่ต้องเริ่มจับตาดูนิดหน่อย เพราะว่ามีบางประเทศค่อนข้างที่จะซื้อเข้าไปเก็บเยอะ เราก็จับตาดูอยู่ ถ้าสถานการณ์ของน้ำมันของโลกมันเปลี่ยนแปลงไปมาก ๆ อันนั้นก็คงต้องมาทบทวนกัน ก็ค่อยว่ากันไป แต่ในสถานการณ์นี้เราไม่ได้ไปเพิ่มภาระให้ประชาชน ตรงกันข้ามกับเหล้ากับบุหรี่ อันนี้เรายืนยันว่าเป็นสิ่งที่ควรจะต้องเก็บเพิ่ม ทีนี้ก็มีเสียงเหมือนกันว่าเอ๊ะอยากให้เก็บมากกว่านี้ก็มี
ผู้ดำเนินรายการ ใช่ครับ
นายกรัฐมนตรี ทีนี้ผมก็อยากจะบอกว่ากรณีของเหล้านี้นะครับ บางตัวมันชนเพดานตามกฎหมายไปแล้ว ตัวที่ไม่ชนตอนนั้นที่เราทำก็คือเบียร์นะครับ ก็เลยทำให้ชนเพดานเสีย แล้วพอเก็บเบียร์นี้ก็ต้องเก็บเหล้าขาว ทีนี้เหล้าขาวมันติดปัญหาตรงที่ว่ามันไปโดนเหล้าชุมชน ซึ่งก่อนหน้าที่มีนโยบายของรัฐบาล ไม่ใช่ชุดนี้นะครับ แต่ว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมกิจการในเรื่องของสุราชุมชน ถ้าเราเพิ่มมากตรงนั้นมันก็ไปกระทบกับสุราชุมชน เพราะฉะนั้นเราก็เพิ่มได้เพียงระดับหนึ่ง แต่ก็ได้เพิ่ม ก็เก็บเพิ่มเช่นเดียวกัน ส่วนบุหรี่นี้ความจริงชนเพดานไปแล้ว เลยต้องออกเป็นพระราชกำหนดขยายเพดานนะครับ แล้วก็เก็บ จริง ๆ ก็บอกได้เลยนะครับ ตอนที่กระทรวงการคลังเสนอมา ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ เหล้าขาว หรือบุหรี่ในครั้งแรกนี้ไม่ได้มากเท่านี้ ผมเป็นคนขอบอกว่าไหน ๆ จะเก็บแล้วก็เก็บให้มากเท่าที่คิดว่าตลาดพอจะรับไหว
ผู้ดำเนินรายการ แต่ยังมีความรู้สึกของคนจำนวนหนึ่งนะครับท่านนายกฯ ครับว่า ภาษีที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยรวมเช่น ภาษีน้ำมัน หรือภาษีเงินได้ หรือภาษีอื่น ๆ นี้นะครับ เป็นภาษีที่เก็บให้น้อยที่สุด แต่ขณะเดียวกันมีภาษีที่เราเรียกภาษีบาป ภาษีที่เกิดจากการใช้อะไรบางอย่าง แต่การใช้สิ่งนั้นอาจจะเกิดโทษบางอย่างกับสังคมโดยรวม
นายกรัฐมนตรี ผมเห็นด้วยนะครับ ขณะนี้ขอแยกนิดหนึ่งนะครับก็คือว่า ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม อันนี้เราไม่คิดจะเพิ่มเลยนะครับ ภาษีเงินได้ความจริงในเชิงนโยบายนี้อยากจะลด เพื่อให้แข่งขันได้มากขึ้น คงต้องรอดูจังหวะเวลาที่เหมาะสม ส่วนภาษีบาปนี้ก็อย่างที่บอกก็คือขึ้น และอนาคตอาจจะขึ้นอีกก็ได้ ทีนี้น้ำมันคงจะไปรวมอยู่กับตรงนั้นเสียทีเดียวก็ไม่ได้เหมือนกันนะครับ ต้องยอมรับว่าระยะหลังนี้หลายประเทศเขาก็มีแนวคิดว่าภาษีสรรพสามิตน้ำมันนี้ ก็เก็บเพื่อที่จะดูแลเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วย จะเห็นว่าในส่วนของแก๊สโซฮอล์กับไบโอดีเซลนี้เราหลีกเลี่ยง ในการที่จะไปเพิ่มภาระให้กับประชาชนตลอดเวลา มันก็จะตกอยู่ที่เบนซินกับดีเซล ทีนี้ดีเซลก็ยังเป็นต้นทุนสำคัญ บังเอิญเรามีกลไกที่จะไปชดเชย แล้วก็มีกลไกที่เข้าไปช่วยดูแลชดเชยให้อยู่ เพราะฉะนั้นยังยืนยันว่าน้ำมันขณะนี้ไม่มีผลกระทบต่อประชาชน และถ้าน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นมาก ๆ ก็จะมาดูอีกทีว่าจะทำอย่างไร
ผู้ดำเนินรายการ ท่านนายกฯ พอทราบไหมครับว่าราคาน้ำมันในบ้านเราที่ประชาชนใช้กัน ที่เติมน้ำมันกันอยู่นี้นะครับ เทียบกับราคาน้ำมันประเทศอื่น ๆ คิดว่า....
นายกรัฐมนตรี ที่จริงก็ต่ำนะครับ ของเราต่ำใช่ไหมครับ แต่ว่าผมไม่อยากพูด เพราะว่าเดี๋ยวจะถูกต่อว่า คนของเราที่ฐานะไม่ดีต้องใช้น้ำมันเยอะ แล้วมันก็กระทบเรื่องปุ๋ยเรื่องอะไรด้วย ผมถึงไม่ได้ไปอ้างอิงตรงนั้น ความเป็นจริงก็คือว่าผมคิดว่าโครงสร้างเราไม่ใช่เป็นโครงสร้างภาษีที่สูง
ผู้ดำเนินรายการ สำหรับน้ำมันนะครับ
นายกรัฐมนตรี สำหรับน้ำมันและขณะนี้ก็ยังดูแลไม่ให้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างไปกระทบประชาชน
ผู้ดำเนินรายการ ท่านนายกฯ ครับ สัปดาห์ - 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องภาษีที่ดิน ที่กระทรวงการคลังกำลังมีการจัดทำขึ้นมา มีรายละเอียดไหมครับ หรือว่าจะมีผลกระทบอย่างไร
นายกรัฐมนตรี หลักของมันนะครับก็คือว่าตอนนี้เรามีภาษีที่เรียกว่าภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือน 2 ตัว แต่ว่าถ้าดูตามเหตุตามผลแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิธีการ อัตราการจัดเก็บอะไรนี้ ผมคิดว่าถือว่าล้าสมัยมาก เราก็คิดว่าเป็นการเก็บ ถ้าเรามารวมเป็นฐานภาษีที่เรียกว่าทรัพย์สินและที่ดินนี้ หนึ่ง มันจะเป็นภาษีที่มีเหตุมีผลมากขึ้น ก็คือเก็บเป็นสัดส่วนตามมูลค่าของทรัพย์สินนั้น ซึ่งก็จะเป็นส่วนช่วยในการทำให้สังคมมีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ประการที่สอง ภาษีตัวนี้จะเป็นภาษีสำคัญที่เป็นรายได้ของท้องถิ่น ซึ่งเป็นไปตามหลักของสากล คือจริง ๆ แล้วท้องถิ่นนี้ ฐานภาษีที่ดีที่สุดคือสิ่งที่มันเคลื่อนย้ายไม่ได้ เพราะว่าของใครของคนนั้น มันก็จะไปช่วยในเรื่องท้องถิ่น อันที่สามนี้เราก็คงจะต้องมีการวางระบบ ซึ่งกระทรวงการคลังก็เตรียมอยู่ เช่น เราก็ต้องยกเว้นให้คนที่อาจจะมีรายได้น้อย แต่บังเอิญมาอยู่ในที่ดินซึ่งมีมูลค่าสูง เช่น คนจนในเมืองอย่างนี้เป็นต้น แล้วก็ควรจะมีมาตรการในการลงโทษคนที่สะสมที่ ที่ดินปล่อยให้รกร้างว่างเปล่าไม่ใช้ประโยชน์
ผู้ดำเนินรายการ มีที่แล้วไม่ใช้นี่นะครับ
นายกรัฐมนตรี มีที่แล้วไม่ใช้ ก็จะต้องมีการลงโทษนะครับ อันนี้ก็คือลงโทษโดยเงินภาษี ในความหมายก็คือเก็บภาษีสูง ไม่ใช่ไปลงโทษอย่างอื่น อันนี้ก็คือแนวที่กำลังวางไว้สำหรับภาษีที่ดินและทรัพย์สิน ซึ่งผมคิดว่าเพิ่มความเป็นธรรม ช่วยเหลือท้องถิ่น และจะทำให้การใช้ทรัพยากรของประเทศมีเหตุมีผลมากขึ้น เพราะฉะนั้นจะเดินต่อเรื่องนี้ครับ
ผู้ดำเนินรายการ ผมขออนุญาตออกนอกประเด็นไปนิดหนึ่งครับ ท่านนายกฯ พูดถึงเรื่องของภาษีบาป เมื่อครู่นี้นะครับ เรื่องของสุรา เรื่องของบุหรี่ ยังมีอีกอย่างหนึ่งก็คือแหล่งเริงรมย์ต่าง ๆ ไม่เก็บด้วยหรือครับตรงนี้
นายกรัฐมนตรี ที่จริงภาษีนี้เก็บอยู่แล้วนะครับ
ผู้ดำเนินรายการ ไม่เก็บให้หนัก ๆ หรือครับ
นายกรัฐมนตรี ให้เขาประเมินอยู่ครับ ให้เข



