ข่าว

สถานการณ์ที่ไม่มีสงครามแต่ก็ไม่มีสันติภาพ

สถานการณ์ที่ไม่มีสงครามแต่ก็ไม่มีสันติภาพ

21 ก.ย. 2555

สถานการณ์ที่ไม่มีสงครามแต่ก็ไม่มีสันติภาพ : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล

              อาจจะเพราะระยะนี้ผมอ่านหนังสือและชมภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับสงครามค่อนข้างมาก ก็เลยเกิดความรู้สึกว่าสถานการณ์ที่น่ากลัวกว่าสงครามก็คือ สถานการณ์ที่ไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ นั่นก็คือสภาพภายนอกที่ดูราบเรียบ แต่ภายในยังเต็มไปด้วยปัญหาและความขัดแย้ง ซึ่งมิได้มีการแก้ไขหรือสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนั้น จึงเป็นเหมือนไฟสุมขอนที่คอยเวลาจะคุโชนขึ้นมาใหม่ หรือภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิท ซึ่งอาจจะระเบิดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้
 
              สถานการณ์เช่นที่ว่านี้ เป็นการสะสมแรงกดและแรงดันอยู่เงียบๆ ที่คนทั่วไปอาจมองไม่เห็น และคิดว่าทุกอย่างเป็นปกติดี แต่หากปะทุขึ้นมาแล้วก็จะมีพลังในการทำลายล้างที่รุนแรงอย่างมากทีเดียวแหละครับ ซึ่งหากไม่ระมัดระวังให้ดีก็อาจจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ก็ได้
 
              สถานการณ์ที่ไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ จะเริ่มต้นจากความขัดแย้งทางความคิด หรือผลประโยชน์ และการช่วงชิงอำนาจ และสงบลงด้วยการที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่สามารถเอาชนะกันได้โดยเด็ดขาด จึงนำไปสู่การถอยกลับไปคุมเชิงกันอยู่ห่างๆ รอคอยเวลาที่อีกฝ่ายหนึ่งจะเพลี่ยงพล้ำแล้วเข้าซ้ำเติม การสงบศึกดังกล่าว อาจเป็นไปได้ทั้งในรูปของการตกลงในทางลับ
 
              ซึ่งมีผลประโยชน์หรือข้อแลกเปลี่ยนในบางเรื่องเป็นการตอบแทน หรือการออมชอมแบบต่างคนต่างอยู่ ไม่ล่วงล้ำพื้นที่ของอีกฝ่ายหนึ่ง แต่นั่นแหละครับ ความสงบเช่นว่านี้เป็นสันติภาพที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เพราะปัญหาหรือความขัดแย้งต่างๆ ก็ยังคงดำเนินอยู่คู่ขนานกันไป
 
              ปัญหาทุกปัญหาย่อมไม่สามารถแก้ไขได้เลย หากไม่เข้าใจถึงที่มาหรือต้นตอของปัญหา และหาทางบำบัดที่ต้นเหตุ โดยทุกฝ่ายยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเป็นลำดับแรก ตามมาด้วยการยอมรับกระบวนการที่จะใช้ในการพิจารณาแก้ปัญหา และสุดท้ายคือยอมรับวิธีการในการแก้ปัญหา
 
              ฟังดูง่ายนะครับ แต่ในทางปฏิบัติเป็นเรื่องที่ยากชะมัด เพราะมักจะไม่ค่อยมีใครยอมรับความจริงตั้งแต่ต้นเหตุของปัญหาแล้วล่ะครับ ดังนั้น กระบวนการพิจารณาแก้ปัญหา และวิธีการในการแก้ปัญหาจึงดำเนินต่อไปไม่ได้ และต่างฝ่ายต่างก็หอบปัญหากลับไปอยู่ในมุมของตัวเองตามเดิม เมื่อยังไม่พร้อมที่จะก่อศึกครั้งใหม่ก็สร้างสถานการณ์เสมือนสันติภาพไปพลางๆ ก่อน
 
              สถานการณ์ที่ไม่มีสงคราม และไม่มีสันติภาพนี้ หากเกิดขึ้นในบ้านเมืองใด ก็ไม่ต่างกับคนที่เจ็บป่วย แต่ไม่ยอมรักษาตัวเอง และพยายามแสดงท่าว่าไม่เป็นอะไร คนที่อยู่ในอาการเช่นนี้ ย่อมจะมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง ไม่สามารถที่จะทำงานทำการหรือต่อสู้แข่งขันกับใครได้เต็มที่ และสุดท้ายก็อาจจะล้มหมอนนอนเสื่อง่ายๆ
 
              ลำพังคนล้มคงไม่กระไรนักหรอกครับ แต่ถ้าบ้านเมืองล้มนี่ซิเป็นเรื่องใหญ่
 
              ผมเชื่อว่าไม่มีใครชอบสถานการณ์ที่ไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ อันอึมครึมแบบนี้ และก็คงไม่มีใครอยากเห็นบ้านเมืองของตนอยู่ในสภาพของคนป่วยที่ฝืนสังขารเช่นเดียวกัน ดังนั้น เพื่อให้พ้นจากสภาพและสถานการณ์ดังกล่าวก็ควรที่จะต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุดอย่างจริงๆ จังๆ กันเสียที ใครที่รู้ตัวว่าเป็นคนป่วยจะต้องยินยอมรับการบำบัดรักษาซึ่งในระยะนี้อาจยังพอมีทางที่จะแก้ไขได้
 
              อย่ามัวรอให้อาการหนักหนาสาหัสจนต้องหามขึ้นเตียงผ่าตัดใหญ่เลยครับ