
'วิชัย'เล็งอุทธรณ์ป.ป.ช.ฟันผิดวินัย-อาญา
ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ฟัน "วิชัย" พร้อมพวกผิดวินัย-อาญา บีบลูกหนี้ใช้หนี้พนัน ชง สตช.-อสส.ฟันต่อ เจ้าตัวยันไม่ทุจริต พร้อมเตรียมยื่นอุทธรณ์
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 20 กันยายน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. หลังคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ชี้มูลความผิดกรณีเรื่องกล่าวหา พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) กับพวก ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต จับกุมผู้กล่าวหาแล้วบีบบังคับให้ใช้หนี้เจ้าหนี้พนัน ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติว่า พล.ต.ต.วินัย พ.ต.ท.ศุภกฤช เดือนแจ้งรัมย์ และร.ต.ท.ทวีศักดิ์ โกษยานันท์ มีมูลความผิดทางวินัย ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 78 (1) ประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 79 (6) และมาตรา 79 (1), (5) และมีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอม จะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบ ด้วยหน้าที่ และฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด รวมทั้งร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157
นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ทั้งนี้ส่งรายงานไปที่ผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาลงโทษทางวินัย และส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ตามมาตรา 92 และมาตรา 97 แล้วแต่กรณีต่อไป
โดยข้อเท็จจริงดังกล่าวฟังความได้ว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2552 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว ได้จับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในกรณีมีพฤติกรรมหลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อหากระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น แต่ไม่ได้มอบตัวผู้กล่าวหาให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว แต่กลับนำตัวไปยังห้องทำงาน พล.ต.ต.วิชัย โดยที่ พล.ต.ต.วิชัย พ.ต.ท.ศุภกฤช และร.ต.ท.ทวีศักดิ์ ได้ร่วมกันเจรจาต่อรองให้ชำระหนี้สินการพนันเป็นเงิน 10 ล้านบาท ให้แก่เจ้าหนี้เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีการเล่นพนัน อย่างไรก็ตาม ได้มีการส่งตัวไปให้สถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ตามหมายจับ
ด้าน พล.ต.ต.วิชัยให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีอะไร ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด แต่ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตอย่างแน่นอน เพราะเป็นเรื่องของการจับกุม ถ้า ป.ป.ช.จะว่าผิดก็คงเป็นอีกหนึ่ง อย่างไรก็ตาม จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลปกครองเพื่อสู้คดีต่อไป
สตช.ส่งเรื่องให้กองวินัย
แหล่งข่าวระดับสูงภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขั้นตอนหลังจากได้รับเรื่องจากทาง ป.ป.ชแล้ว ทางกองวินัยจะเป็นผู้กลั่นกรองรายละเอียดเนื้อหาว่า พล.ต.ต.วิชัย มีความผิดมากน้อยแค่ไหน และจะลงโทษสถานใด โดยให้ถือเอาสำนวนของ ป.ป.ช.ที่เป็นที่ยุติแล้วมาพิจารณา ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีก เมื่อกองวินัยกลั่นกรองเสร็จแล้วจะเสนอเรื่องให้ผู้บังคับบัญชา คือ ผบ.ตร.เป็นผู้ลงความเห็นสั่งลงโทษอย่างไรต่อไป ซึ่งหากพิจารณาจากมติ ป.ป.ชในวันนี้แล้ว ความผิดวินัยร้ายแรงมีโทษสูงสุดคือ การปลดออกจากราชการ ที่ยังสามารถได้รับเงินบำนาญ หรือไล่ออกจากราชการ ที่ไม่สามารถได้รับเงินบำนาญ ใดๆ ทั้งสิ้น โดยทางกฎหมายกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาจะต้องมีคำสั่งภายใน 30 วัน ฉะนั้นทาง พล.ต.ต.วิชัย สามารถยื่นอุทธรณ์ต่ออนุ ก.ตร.อุทธรณ์ ได้ภายใน 30 วัน หลังจากผู้บังคับบัญชามีคำสั่งลงโทษทางวินัย



