ข่าว

ป.ป.ช.ฟันผิดอาญา'สรยุทธ'

ป.ป.ช.ฟันผิดอาญา'สรยุทธ'

20 ก.ย. 2555

ป.ป.ช.มติเอกฉันท์ 7 เสียงเชือด “สรยุทธ” ผิดอาญา ฐานสนับสนุนไร่ส้ม ทำให้ 'อสมท' ได้รับความเสียหายจากเงินโฆษณา 138 ล้านกว่า

               เมื่อเวลา 15.45น.20ก.ย. นายกล้าณรงค์ จันทึก กรรรมการปปช.เเถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า ได้มีการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีเรื่องที่สำคัญที่สมควรแถลงให้สื่อมวลชนทราบ คือ เรื่องกล่าวหาพนักงาน อสมท ช่วยเหลือบริษัท ไร่ส้ม จำกัด โฆษณาเกินเวลาที่กำหนดในสัญญา โดยไม่เรียกเก็บเงินค่าโฆษณาเกินเวลา  ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเรื่องกล่าวหานางพิชชาภา เอี่ยมสอาด เจ้าหน้าที่ธุรการระดับ 5 สำนักกลยุทธ์การตลาด บมจ.อสมท กับพวกกรณีช่วยเหลือ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด โฆษณาเกินเวลาที่กำหนดในสัญญา โดยไม่เรียกเก็บเงินค่าโฆษณาเกินเวลา จำนวน 138,790,000 บาท และต่อมาได้กระทำการแก้ไขใบคิวโฆษณาดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือบริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดยมีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา, นางสาวมณฑา ธีระเดช และบริษัท ไร่ส้ม จำกัด(ในฐานะนิติบุคคล) เป็นผู้ให้การสนับสนุน เป็นเหตุให้ บมจ.อสมท ได้รับความเสียหาย โดยมีศาสตราจารย์ภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน นั้น

               จากการไต่สวนข้อเท็จจริง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2546 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้ทำสัญญาว่าจ้างนายสรยุทธให้เป็นพิธีกรแบบรายวันดำเนินรายการ “ถึงลูกถึงคน” ในอัตราค่าจ้าง 5,000 บาท ต่อตอน ต่อมาปรากฏว่ารายการได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้ชมรายการ หลังจากนั้น เดือนกุมภาพันธ์ 2547 นายสรยุทธ จึงได้ตั้งบริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดยมีนายสรยุทธ เป็นกรรมการผู้จัดการ มีนางสาวอังคณา วัฒนมงคลศิลป์ และนางสาวสุกัญญา แซ่ลิ้ม เป็นกรรมการบริษัท และเข้าทำสัญญาร่วมผลิตรายการกับ อสมท โดยระหว่างวันที่1 กุมภาพันธ์ 2548 จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2549 บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ได้เข้าทำสัญญากับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ร่วมผลิตรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ออกอากาศทุกวันเสาร์และอาทิตย์  เวลาประมาณ 12.00 - 13.00 น. ครั้งละ 60 นาที (รวมเวลาโฆษณา)

               โดยบริษัทอสมท  จำกัด (มหาชน) ตกลงแบ่งเวลาโฆษณาให้ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ได้ครั้งละ 5 นาที ถ้ามีโฆษณาเกินกว่ากำหนด บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ต้องชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้ บริษัท อสมท จำกัด(มหาชน) ในอัตรานาทีละไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท นอกจากนี้ได้ทำสัญญาร่วมผลิตรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ออกอากาศทุกวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ เวลาประมาณ 21.30 - 22.00 น. ครั้งละ 30 นาที(รวมเวลาโฆษณา) โดยบริษัท อสมท  จำกัด (มหาชน) ตกลงแบ่งเวลาโฆษณาให้ บริษัท ไร่ส้ม จำกัดได้ครั้งละ 2 นาที 30 วินาที ถ้ามีโฆษณาเกินกว่ากำหนด บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ต้องชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้ บริษัท อสมท  จำกัด (มหาชน) ในอัตรานาทีละไม่ตํ่ากว่า 240,000 บาท


               ข้อเท็จจริง ปรากฏว่า นางพิชชาภา เอี่ยมสอาด เป็นผู้รับผิดชอบเพียงผู้เดียวในการจัดทำคิวโฆษณารวมและเป็นผู้รายงานโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บเงินจาก บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ได้ให้ความช่วยเหลือ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดยไม่มีการรายงานการโฆษณาเกินเวลาของ บริษัท ไร่ส้มจำกัด เพื่อเรียกเก็บเงิน ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 ถึงวันที่30 มิถุนายน 2549 ในการนี้จากการไต่สวนปรากฏว่า นายสรยุทธ ได้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คของ ธนาคารธนชาติ สาขาพระราม 4 จ่ายเงินให้นางพิชชาภา โดยมีการทำเอกสารหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้รวม 6 ครั้ง เป็นเงิน739,770.50 บาท เพื่อตอบแทนที่นางพิชชาภา เอี่ยมสอาด มิได้รายงานการโฆษณาเกินเวลาของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ต่อมาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2549 นางบุญฑนิก บูลย์สิน รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด 1 ได้สังเกตพบว่า รายการข่าวเที่ยงคืน มีการออกอากาศล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนดจึงได้ทำการตรวจสอบ และได้เรียกนางพิชชาภา มาสอบถามต่อหน้าทุกคน   ซึ่งนางพิชชาภา ก็ได้รับสารภาพต่อหน้าทุกคนว่า บริษัท ไร่ส้ม จำกัด มีการโฆษณาเกิน และไม่มีการรายงานเพื่อเรียกเก็บเงินจริง และตนได้ใช้นำ&ยาลบคำผิดลบเฉพาะคิวโฆษณาเกินเวลาในส่วนของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ในใบคิวโฆษณารวมของ บริษัท อสมท  จำกัด (มหาชน) เพื่อปกปิดความผิดที่ได้กระทำขึ้นตามคำแนะนำของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และนางสาวมณฑา ธีระเดช พนักงานของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ก่อนที่จะเกิดการตรวจสอบเรื่องนีขึ้น


               หลังจากนั้นบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ได้มีการชำระเงินค่าโฆษณาส่วนเกินให้ บริษัท อสมท  จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 31 สิงหาคม 2549 และวันที่ 15 กันยายน 2549 เป็นเงินจำนวน103,953,710 บาท โดยบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ขอหักส่วนลด 30% จากยอดทั้งหมดจำนวน138,790,000 บาท แต่บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ไม่ยินยอมให้หักส่วนลด 30% เนื่องจากบริษัทไร่ส้ม จำกัด มิได้ปฏิบัติตามสัญญาที่ทำกันไว้และไม่ได้ชำระเงินให้ถูกต้องตามสัญญา บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จึงคิดดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 138,790,000 บาท นับแต่วันที่1 เมษายน 2548 คิดถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2549 เป็นเงินจำนวน 4,464,197.67 บาท พร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน 9,715,300 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 152,969,497.67 บาท ซึ่งบริษัท ไร่ส้มจำกัด ก็ยินยอมชำระเงินดังกล่าวให้ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 20 ตุลาคม 2549

               ต่อมา เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2550 บริษัท อสมท  จำกัด (มหาชน) ได้มอบอำนาจให้นายพลชัย วินิจฉัยกุล เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางกล่าวหา นางพิชชาภา และนางสาวอัญญา อู่ไทย ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และกล่าวหา นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา, นางสาวมณฑา ธีระเดช และบริษัท ไร่ส้ม จำกัด (ในฐานะนิติบุคคล) ว่าสนับสนุนให้นางพิชชาภา กระทำความผิดดังกล่าว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่หลังจากนั้น ในปี พ.ศ.2551 บริษัท ไร่ส้ม จำกัด กลับยื่นนฟ้องเรื่องนี้ ต่อศาลปกครอง เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1141/2551 เรียกให้บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)ชดใช้เงินจำนวนทุนทรัพย์ 253,026,691.12 บาท โดยอ้างว่าสัญญาระหว่าง บริษัท อสมท จำกัด(มหาชน) กับบริษัท ไร่ส้ม จำกัด นั้นตกลงแบ่งโฆษณาคนละครึ่ง คือ แบ่งโฆษณาคนละ 50 ต่อ 50ซึ่ง บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ก็มีโฆษณาเกินเวลาในรายการคุยคุ้ยข่าวด้วยเช่นกัน ดังนั้นบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ต้องชำระค่าโฆษณาส่วนเกินให้บริษัท ไร่ส้ม จำกัด เหมือนที่บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ชำระค่าโฆษณาส่วนเกินให้บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ไปแล้วเช่นกันซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง

               คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ 7 เสียงว่าการกระทำของนางพิชชาภา เอี่ยมสอาด (นางชนาภา บุญโต) มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญา ตามมาตรา 6, มาตรา 8 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 การกระทำของ นางสาวอัญญา หรือสาริศา อู่ไทย ซึ่งเป็นหัวหน้างานและเป็นผู้บังคับบัญชาในฝ่ายสนับสนุนและบริการลูกค้า สำนักกลยุทธ์การตลาด บมจ.อสมท มีหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแล และตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนางพิชชาภา เอี่ยมสอาด (นางชนาภา บุญโต) มีมูลความผิดทางวินัย ฐานประมาทเลินเล่อในหน้าที่ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ บมจ.อสมท.อย่างร้ายแรง ส่วนทางอาญาขาดเจตนาในการกระทำความผิด ให้ข้อกล่าวหาในทางอาญาตกไป

               การกระทำของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และนางสาวมณฑา ธีระเดช ซึ่งได้ใช้ให้นางพิชชาภา เอี่ยมสอาด (หรือนางชนาภา บุญโต) ไม่ต้องรายงานการโฆษณาเกินเวลาที่กำหนดในสัญญาให้ผู้บังคับบัญชาทราบ นางสาวมณฑา ธีระเดช, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา (ในฐานะส่วนตัว) และบริษัท ไร่ส้ม จำกัด (ในฐานะนิติบุคคล) จึงมีมูลความผิด ฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด ตามมาตรา 6 , มาตรา 8 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86ให้ส่งรายงาน เอกสาร และความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และให้ส่งรายงาน เอกสาร และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหาตามฐานความผิดดังกล่าวข้างต้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542มาตรา 92 และมาตรา 97 แล้วแต่กรณี