
'เฉลิม'เมินรับคำท้า'สุเทพ'
'เฉลิม' เมินรับคำท้า 'สุเทพ' ตั้งข้อหาเจตนาฆ่า ย้ำชัดคนสั่งการต้องรับผิดชอบ เผยเตรียมบินดูฟอร์มูล่าวัน ที่สิงคโปร์ 23 ก.ย.นี้ ปัดพบ 'ทักษิณ'
20 ก.ย.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท้าให้ตั้งข้อกล่าวหาเจตนาฆ่าในคดีนายพัน คำกอง แท็กซี่เสื้อแดง พร้อมทั้งระบุว่าผู้ใหญ่ในรัฐบาลมีธงชี้นำไว้แล้วว่าจะไม่เอาเรื่องกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติแต่จะเอาเรื่องคนสั่งการว่า เรื่องนี้ไม่ต้องท้าทาย ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรมปกติ คำสั่งศาลที่ออกมาชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ทำตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ฉะนั้นผู้กระทำไม่ต้องรับผิดชอบ แต่ผู้สั่งการต้องรับผิดชอบ หลังจากนี้เมื่ออัยการทราบคำสั่งศาลก็จะส่งให้พนักงานสอบสวน และส่งต่อไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นำเรื่องเข้าคณะกรรมการคดีพิเศษที่มีตนเป็นประธาน เพื่ออนุมัติให้ดีเอสไอสอบสวน
ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีการกลั่นแกล้ง และไม่จำเป็นต้องท้า เพราะตนไม่รับคำท้า ตนได้บอกอธิบดีดีเอสไอแล้วว่าให้ดำเนินคดีไปตามข้อกฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่ต้องเกรงกลัวว่าเป็นนักการเมืองใหญ่หรือเล็ก ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าคำสั่งศาลบอกว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีเจตนาฆ่านั้น เท่านี้ยังไม่เข้าใจอีกหรือ เพราะยิงไปที่รถตู้ ตำรวจถ้าจะจับเขายิงที่ยาง การยิงเข้าไปในรถถ้าไม่ประสงค์ต่อผลก็ต้องเล็งเห็นผล
"เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิด คนสั่งการต้องรับผิด เรื่องนี้หนีไม่พ้น ไปสู้คดีเอา 3 ศาล อาจจะหลุดในชั้นศาลฎีกาก็ได้ จำคำผมเอาไว้ ชีวิตคนมีคุณค่า จะรวยจะจนก็มีค่า เวรกรรมมันมีจริง ใครทำอะไรไว้หนีไม่พ้นหรอก มันนอนไม่หลับ ใครทำเวรกรรมไว้ก็เตรียมติดคุก ใครทำดีก็หน้าตาสดใส" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าคดีนี้เป็นคดีการเมือง ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีใครมุ่งเอาผิดใคร อยู่ที่ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย รวมทั้งพยานที่มีอยู่ เรื่องนี้ร้องทุกข์มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว อย่าทำให้สังคมสับสนดีกว่า พนักงานอัยการเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เขาไม่ฟังนักการเมืองหรอก
ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ระบุว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอเองก็อยู่ในศอฉ.นั้น ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตามหลักการคนสั่งการต้องรับผิดชอบ ซึ่งนายธาริตเป็นคนรับคำสั่ง เขาไม่ใช่หน่วยกำลัง เขาเป็นฝ่ายกฎหมาย เรื่องนี้ไม่ใช่ดีเอสไอสอบฝ่ายเดียว มีอัยการและตำรวจร่วมด้วย ตนวิเคราะห์ว่าคดีที่เหลือทั้งหมด อาจจะเป็นลักษณะนี้อีกนับ 10 คดี
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) วิจัยถึงการทุจริตโครงการจำนำข้าว พร้อมระบุว่ารัฐบาลเข้าไปทำการซื้อขาดแข่งขันกับเอกชน ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนไม่ฟัง และไม่เชื่อถือองค์กรนี้มานานแล้ว เพราะไร้ค่า ทำตัวเป็นฝ่ายค้านนอกสภาฯ มาตลอด ที่บอกว่าจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญนั้น จะตรวจสอบอะไรก็เชิญเลย ตามสบาย
ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงกรณีที่จะเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ในวันที่ 23 ก.ย.นี้ ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาประเทศสิงคโปร์ด้วยว่า ตนไปดูแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ไม่ได้ไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้ส่วนตัวเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ประจำอยู่แล้ว เพราะมีเพื่อนฝูงอยู่เยอะ
อย่างไรก็ตามตนจะเดินทางไปในเวลา 12.30 น. ของวันที่ 23 ก.ย.นี้ แต่คงไม่ได้พบกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะสิงคโปร์ก็เป็นเกาะใหญ่ แม้ว่าอยากจะเจอท่านใจจะขาด แต่ก็ไม่ได้นัดหมายกับท่านไว้ แต่ถ้าหากได้เจอจริงๆ คงไม่มีอะไรจะบอกนอกจากว่า คิดถึงใจจะขาด



