
'ปู'เสียงสูง!ยันยังไม่ปรับครม.
'ยิ่งลักษณ์' เสียงสูง ยันยังไม่มีการปรับครม. ชี้รอเวลาเหมาะสม ปัดแสดงความเห็นต่อรายงาน คอป. โยน ปคอป.พิจารณาหาแนวทางสู่ความสงบสุข แจงจำนำข้าวไม่ได้ขายแข่งเอกชน แค่อยากดูแลรายได้เกษตรกร ยันเดินหน้าต่อแต่น้อมรับไปข้อติไปปรับปรุง โบ้ยเอกชนซื้อตรงจากเกษตรกรได
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 55 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า "ข่าวจากไหนคะเนี่ย ตัวเองยังไม่รู้เลย ไม่มีหรอกค่ะ ยังไม่มีหรอกค่ะ ก็เดี๋ยวแจ้งให้อีกทีนึงนะคะ ถ้ามีเวลาเหมาะสมแล้วจะแจ้งค่ะ แล้วการปรับครม.ทุกอย่างอยู่ที่นี่ค่ะ อยู่ที่เมืองไทยนะคะ"
ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า เมื่อดูผลงานของรัฐมนตรีแล้ว ดูแล้วถึงเวลาหรือยัง นางสาวยิ่งลักษณ์ ยิ้มแล้วตอบเสียงสูงว่า "เอาอีกแล้ว เราทำงานเราดูแลเรื่องอุทกภัยกันดีกว่า"
ปัดแสดงความเห็นต่อรายงาน คอป.
นางสาวยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มี ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยออกมาต่อต้านรายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.)ว่า คงต้องนำรายงานของคอป.ไปหารือลงไปในรายละเอียด เพราะเราก็มีคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) จะเข้าดูในรายละเอียด เพราะบางครั้งการที่เขียนมาก็เป็นข้อแนะนำ ข้อเสนอ แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องคงต้องไปดูแนวทางปฏิบัติในเรื่องของการทำงาน ก็ต้องให้เวลากันและกันในการทำความเข้าใจแล้วค่อยๆดู
เมื่อถามว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยควรจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกหรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ถือว่าเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ส่วนการปฏิบัติก็ต้องลงไปในขั้นตอนปฏิบัติ บางอย่างก็ต้องว่ากันตามกระบวนการของกฎหมายที่จะต้องดูและพิจารณาไปตามขั้นตอน บางอย่างก็อาจจะเป็นเรื่องของข้อเสนอ เพราะในทางปฏิบัติต้องให้ผู้ที่รับในแต่ละเรื่องนำไปดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนตัวรับได้กับรายงานของ คอป.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “คือดิฉันเองยังไม่ขอให้ความเห็นนะคะเพราะเราถือว่าข้อแนะนำต่างๆ อะไรที่เราทำได้ เราก็ยินดีทำ แต่เราต้องพูดว่าจุดมุ่งหมายที่ทุกคนอยากเห็นคือความสงบสุขแล้วก็การยอมรับ ดังนั้นนี่ก็คือขั้นตอนหนึ่งของข้อเสนอ แต่การที่จะทำให้คนยอมรับต่างๆ ก็ต้องให้เวลาในการพูดคุยและคนปฏิบัติลงไปทำงานเพื่อให้แผนนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง เราอยากทำในขั้นตอนนั้นมากกว่า เราเองก็ถือว่าต้องให้กลไกของคณะกรรมการฯ (ปคอป.) ไปทำความเข้าใจและหารือและดูว่าจะมีแนวทางอย่างไรในการทำงานค่ะ”
ต่อกรณีที่ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ชื่นชมในรายงานของคอป.และแนะนำว่าให้รัฐบาลนำรายงานไปสู่การปฏิบัติ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราก็ต้องลงไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงจะความเห็นขึ้นมา อันไหนปฏิบัติได้เราก็ยินดีอยู่แล้ว
"ปู" แจงจำนำข้าวไม่ได้ขายแข่งเอกชน แค่อยากดูแลรายได้เกษตรกร
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอดิศร อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) เตรียมยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญให้รัฐบาลยุติโครงการรับจำนำข้าว เพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่รัฐบาลตั้งมาเพื่อทำธุรกิจแข่งกับเอกชน ว่า วัตถุประสงค์ของโครงการรับจำนำข้าว เป็นโครงการที่ต้องการดูแลรายได้ของเกษตรกรเรื่องราคาข้าว ดังนั้นภาครัฐไม่มีเจตนาที่จะขายแข่งกับภาคเอกชนเลย และเราเองก็ไม่ได้ทำโครงการรับจำนำข้าวเพื่อแสวงหากำไร
ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะเดินหน้าต่อใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องจากเป็นนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา แต่ข้อห่วงใยและข้อติติงต่างๆเรายินดีที่จะรับ ไปปรับปรุงในครั้งหน้า ซึ่งได้ฝากข้อห่วงใยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจากการที่เราตรวจสอบเองก็ได้แจ้งกับกระทรวงพาณิชย์ ให้คณะกรรมการปรับปรุงพัฒนาให้เป็นไปในรูปแบบที่ดีขึ้นและลดข้อห่วงใยต่างๆลงไป
ส่วนเสียงสะท้อนจากเอกชนที่เดือดร้อน นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ภาคเอกชนก็สามารถที่จะมาประมูลซื้อได้ ต้องอยู่ในราคาที่พึงพอใจมากกว่า เราพยายามที่จะดูแลเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรฉะนั้นในส่วนของกลไกต่างๆในการที่ ภาครัฐก็มีส่วนในการตั้งราคารับจำนำ แต่เอกชนก็มีสิทธิในการที่จะซื้อไปตรงกับเกษตรกรได้อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงกรณีที่เอกชนระบุว่า รัฐบาลตั้งราคาจำนำสูงจะมีชาวนาที่ไหนไปขายให้เอกชน เหมือนเป็นการที่รัฐบาลตัดหน้าเอกชน นายกฯ กล่าวว่า เราเชื่อว่าสักพักหนึ่งกลไกต่างๆในราคาที่ปรับไป ก็ต้องเห็นใจเกษตรกรด้วย อย่างในเรื่องของราคารับจำนำนั้น จริงๆแล้วราคาข้าวของเราเป็นข้าวที่ดี ที่สุดถ้าเทียบกับราคาเพื่อนบ้านแล้ว ราคาข้าวของเรามีความต้องการในการพัฒนาในส่วนนี้ด้วย ก็ขอความเห็นใจในส่วนของภาคเอกชนด้วย และจริงๆแล้ว รัฐบาลก็ยินดีจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน และเราต้องเข้าไปทำความใจและดูแลในส่วนของภาคเอกชนว่า มีปัญหากระทบอะไรบ้าง
เมื่อถามว่าลำบากใจหรือไม่ว่าทำให้อีกฝ่ายหนึ่งแต่อีกฝ่ายหนึ่งก็มีปัญหา นายกฯ กล่าวว่า นโยบายแต่ละอย่างก็ไม่สามารถที่จะมีนโยบายเดียวแล้วตอบโจทย์ทุกคนได้ เราก็อยากดูแลทุกภาคส่วนและวันนี้ เกษตรกรก็เหมือนเป็นสันหลังของประเทศ ต้องได้รับการดูแลและมีคนส่วนมาก สำหรับภาคเอกชนก็มีความเห็นใจอย่างไรก็ตามก็จะให้ทางกระทรวงพาณิชย์ เข้าไปทำความเข้าใจ ว่าปัญหาของภาคเอกชนนั้นเราจะช่วยเหลืออย่างไร
ไม่ตอบ "เฉลิม" ของบ 400 ล้านซื้ออุปกรณ์ปรามม็อบ
นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธคำถามของผู้สื่อข่าวที่ถามถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่าจะของบประมาณ 440 ล้านบาทเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยนายกฯเดินออกจากวงล้อมของผู้สื่อข่าวพอดีและกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “พอแล้วดีไหมค่ะ”



