
'สุกำพล'รับมีรูป'ชายชุดดำ'เอี่ยวสลายแดง
'สุกำพล' ขออยู่ตรงกลางผลสรุปคอป. รับมีรูป 'ชายชุดดำ' เอี่ยวสลายแดง ป้อง 'ทักษิณ' เสียสละ ทำเพื่อชาติ พร้อมแจงซื้อฟริเกตแค่ 1 ลำ 1.5 หมื่นล้าน
เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.)ได้สรุปรายงานเรื่องการสร้างความปรองดอง และสาเหตุการสลายการชุมนุมเมื่อปี 53 ว่า เป็นความคิดเห็นของ คอป. ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ตั้งมา โดยรัฐบาลนี้เห็นด้วย เพราะถือเป็นแง่มุมหนึ่งของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเห็น ซึ่งมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยก็ว่ากันไป ส่วนความคิดเห็นของตนมองว่าเป็นอีกแง่มุมหนึ่ง เพราะกรรมการชุดนี้ตั้งมาด้วยความถูกต้อง แต่ในเรื่องความคิดเห็น ไม่ได้บังคับว่าจะต้องเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครจะเชื่ออย่างไร และรัฐบาลจะไปดำเนินการอย่างไร ถือเป็นความคิดเห็นเฉยๆ ตนไม่อยากแสดงความคิดเห็นมาก ขออยู่ตรงกลางแต่ก็ยอมรับว่าเป็นความเห็นอีกแง่ที่ต้องรับฟังไว้
เมื่อถามถึงกรณีที่ คอป.สรุปว่า มีชายชุดดำเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่หลักฐาน เช่นชายชุดดำ ตนก็เห็นว่ามีรูปเหมือนกัน แต่ทาง คอป.บอกว่า ชายชุดดำมีเยอะแยะ แต่จะพวกไหน ใคร อย่างไร ต้องว่ากันไปตามหลักฐานที่พิสูจน์ทราบกัน ซึ่งยังเป็นปริศนากันต่อไป อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่ตามเรื่องอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันต่อไป แต่เมื่อใครได้ประโยชน์ก็มองแง่หนึ่ง ใครไม่ได้ประโยชน์ก็มองอีกแง่หนึ่ง เมื่อความคิดเห็นไม่ตรงกันจึงต้องออกมาอย่างนี้ ไม่อยากให้พูดกันว่าอันนี้ถูกหรือผิด เพราะมันไม่ดี
ส่วนกรณีที่ คอป.เสนอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสียสละไม่กลับประเทศเหมือน นายปรีดี พนมยงค์ นั้น ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่คล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน ต้องไปถาม พ.ต.ท.ทักษิณ เองว่า ท่านจะว่าอย่างไร แต่ตนมองว่า ท่านเสียสละอยู่แล้ว ท่านทำเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้ทำอะไรให้เสียหาย อะไรช่วยได้ก็ช่วยเท่านั้นเอง
แจงซื้อฟริเกตแค่ 1 ลำ 1.5 หมื่นล้าน
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กองทัพเรือจัดหาเรือฟริเกตสมรรถสูงเข้าประจำการว่า กองทัพเรือได้ขอจัดซื้อเรือฟริเกต แค่ 1 ลำ วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ไม่ได้ซื้อ 2 ลำ ตามที่เป็นข่าว ส่วนที่ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพราะวงเงินดังกล่าวต้องผูกพันงบประมาณหลายปี เป็นไปตามกฎหมาย และเงินดังกล่าวเป็นเงินที่กองทัพเรือได้รับประจำปีของเขา ไม่ใช่เงินที่รัฐบาลให้พิเศษมา สำหรับเรือฟริเกต เป็นเรือขนาดใหญ่ประมาณ 4 พันตัน ที่กองทัพเรือมีความต้องการจึงได้มีการจัดซื้อ เป็นเรือที่ใหญ่ที่สุดที่กองทัพเรือมี ยกเว้นเรือจักรีนฤเบศร์ ทำการรบได้ 3 มิติ คือการต่อต้านอากาศยาน เรือรบผิวน้ำ และเรือใต้น้ำได้ ความจริงกองทัพเรือมีความต้องการหลายลำ แต่ปัจจุบันมีประจำการแล้ว 4 ลำ ซึ่งใน 4 ลำอายุ 30 กว่าปี 2 ลำ อีก 3 ปีก็จะปลดประจำการแล้ว ซึ่งจะเหลือแค่ 2 ลำ จึงได้ซื้อใหม่ 1 ลำ ทั้งนี้ เรือที่มีอยู่ 2 ลำ คือเรือนเรศวร และเรือตากสิน ซึ่งมีอายุ 17-18 ปีก็ต้องได้รับการปรับปรุงด้วย
รมว.กลาโหม ยังกล่าวถึงการล็อคสเปคซื้อจากประเทศจีนว่า เรื่องการเลือกแบบเป็นหน้าที่ของกองทัพเรือในการเลือก จะซื้อจากที่ไหนยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ใบเสร็จ ซึ่งทางกองทัพเรือต้องไปพิจารณาเองว่าเรือแบบไหนที่เหมาะกับเขาและอยู่ในวงเงินนี้ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าการที่รัฐบาลอนุมัติโครงการนี้ไม่ได้ปลอบใจเพื่อทดแทนที่ไม่ได้ซื้อเรือดำน้ำ เพราะตรงนี้เป็นเงินของกองทัพเรือเองที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเรือดำน้ำยังหาไม่ได้ ก็ต้องซื้อเรือฟรีเกตไปก่อน สำหรับโครงการซื้อเรือดำน้ำจะมีต่อหรือไม่นั้น ทางกองทัพเรือก็ยังมีอยู่ แต่การหาเรือดำน้ำไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาที่จะหาเรือดำน้ำที่เหมาะสม



