ข่าว

จากรายงานคอป.ถึงกรณีม็อบตำรวจ

จากรายงานคอป.ถึงกรณีม็อบตำรวจ

20 ก.ย. 2555

จากรายงานคอป.ถึงกรณีม็อบตำรวจ : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected]

               ทัศนคติ ท่าที ปฏิกิริยาของแต่ละฝ่ายที่มีต่อรายงานผลการตรวจสอบความจริงเกี่ยวด้วยความรุนแรงในเหตุการณ์ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ของคอป. และกรณีการปลุกม็อบตำรวจออกมาเผชิญหน้ากับพรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนให้เห็นถึงอนาคตอันยังคงมืดมน ปราศจากทางออก หรือความปรองดองของสังคมไทยได้เป็นอย่างดี
 
               ยิ่งไปกว่านั้น ความขัดแย้งการเผชิญหน้าที่ดำรงอยู่ยังมีแนวโน้ม ความเสี่ยงค่อนข้างสูงที่จะพัฒนาการไปในทิศทางความเลวร้าย รุนแรงขึ้นไปทุกขณะ เมื่อบางฝ่ายดูเหมือนจะไม่ยอมรับฟังกลไกทางการเมือง ตรรกะ หลักการและเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้นเสียแล้ว
 
               กรณีของเหตุการณ์ความรุนแรงในปี 2553 คอป.มองย้อนไปถึงสาเหตุและรากเหง้าอันมาจากการใช้อำนาจโดยไม่ชอบของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ความล้มเหลวในการตรวจสอบฝ่ายบริหารของรัฐสภา-องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญปี 2540 และการรัฐประหารเมื่อปี 2549
 
               แต่คนบางกลุ่มกลับเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเป็นเหยื่อของความอยุติธรรม มองว่ารัฐประหารเมื่อปี 2549 ต่างหากเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ต้นตอตัวการของปัญหาใดๆ ทั้งปวงในประเทศนี้
 
               คอป.กล่าวถึงความรับผิดชอบของทั้งฝ่ายรัฐบาลซึ่งปกครองบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในขณะนั้น และแกนนำนปช. ต่อความตายที่เกิดขึ้นทั้ง 92 ศพ โดยมีพยานหลักฐานชวนให้เชื่อว่าเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อปี 2553 นอกจากจะเป็นกรณีของการเสียชีวิตด้วยน้ำมือฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่ของรัฐแล้ว ยังมีชายชุดดำ นำมาซึ่งความตายของทหาร 6 คน ตำรวจ 2 คน และประชาชน 1 คนอีกด้วย
 
               แต่บางฝ่ายกลับปฏิเสธความมีอยู่ของชายชุดดำโดยสิ้นเชิง ไม่รับรู้ว่ากองกำลังติดอาวุธซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่ออำนาจรัฐในขณะนั้นเป็นใคร มาจากไหน
 
               ยืนกระต่ายขาเดียว ร้องแรกแหกกระเฌอแต่เพียงว่ารัฐบาลปราบปรามประชาชน ทหารฆ่าคนเสื้อแดง
 
               รายงานของคอป.ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ มีการตรวจสอบ ด่าทอ บริภาษ ตำหนิออกมาจากแกนนำนปช. คนเสื้อแดง สมาชิกพรรคเพื่อไทย ตลอดจนนักวิชาการ สื่อสารมวลชนซึ่งเป็นแนวร่วม ซึ่งไม่แปลกเลยหากจะเป็นการใช้จุดยืนของความเป็นฝ่ายประชาชน ตรวจสอบและไม่ยอมรับระบอบปกครอง-อำนาจรัฐ
 
               ที่ประหลาดก็คือ ตั้งหน้าตั้งตาตะบี้ตะบันวิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบอยู่แต่กับอำนาจรัฐในอดีต ฝ่ายตรงกันข้ามทางการเมืองเท่านั้นเอง ขณะที่กลับจงใจละเลยเพิกเฉยตรวจสอบอำนาจรัฐ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถแซ่ซ้องสรรเสริญเยินยอ “ระบอบชินวัตร” ได้โดยมิได้กระดากปากละอายใจต่อมโนธรรมสำนึก
 
               ช่างแตกต่างตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับกรณีของการปลุกม็อบตำรวจออกมาคุกคามพรรคประชาธิปัตย์ อันมีที่มาที่ไป สาเหตุความไม่พึงพอใจมาจากการตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ภาพข่าว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไปค้อมกายนอบน้อมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหมายจับของตำรวจประดับยศเป็นเกียรติแก่ตัวเอง โดยมิได้คำนึงถึงเกียรติยศศักดิ์ศรีของความเป็นตำรวจ ผู้ซึ่งมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเลยแม้แต่น้อย ทำราวกับตำรวจเป็นกองกำลังส่วนตัว จะปลุกม็อบออกมาชนกับฝ่ายตรงกันข้าม ใครที่มีความเห็นแตกต่างไปจากตัวเองเมื่อไรก็ได้
 
               มีใครคิดไปตรวจสอบการสยายอำนาจรัฐ ตำรวจคุกคามฝ่ายตรงกันข้ามทางการเมืองในกรณีนี้บ้างก็เปล่าเลย รสนิยมด่าทอ "อภิสิทธิ์-สุเทพ” หรือไม่ก็บริภาษอำมาตย์เล่น แต่กลับปล่อยให้รัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายกุมอำนาจรัฐ ปกครองบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่ต้องตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์กัน
 
               ประชาชนได้ประโยชน์อย่างไรช่วยบอกทีเถอะสหาย