ข่าว

'เฉลิม'ป้อง'ธาริต'ไม่ผิดปมสลายม็อบ

'เฉลิม'ป้อง'ธาริต'ไม่ผิดปมสลายม็อบ

19 ก.ย. 2555

'เฉลิม' ป้อง 'ธาริต' ไม่ผิดเหตุ ศอฉ. สั่งสลายม็อบปี53 ชี้ผลสรุป คอป. แค่ความเห็น ไม่ผูกพันทาง กม. ด้าน 'อภิสิทธิ์' ซัดถูกตั้งธงยัดข้อหาฆาตกร

                          19 ก.ย.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ก็อยู่ในข่ายต้องร่วมรับผิดชอบด้วย หากมีการฟ้องร้องคดีว่า ตนพูดในหลักการ ตนไม่ตอบโต้ใครทั้งสิ้น คนที่รับผิดชอบ คือคนที่ป้องศอฉ.และคนที่ใช้อำนาจสั่งการในนามศอฉ. ส่วนนายธาริตเป็นผู้ร่วมงานด้วยคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นคนตั้งศอฉ.และไม่ได้เป็นผู้สั่งการ แต่เป็นผู้รับปฏิบัติซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน

                          รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แล้วเรื่องนี้ศาลจะมีคำสั่งละเอียดถี่ถ้วน ตนเคยทำสำนวนมาหลายคดี ส่วนใหญ่ศาลก็จะสั่งว่าเมื่อไต่สวนจนถึงที่สุดแล้วผู้ตาย ตายโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจะสั้นๆแต่คราวนี้ละเอียดถี่ถ้วนเบ็ดเสร็จ ซึ่งพนักงานสอบสวนของนครบาล ก็จะรับเรื่องจากอัยการมา พอรับเรื่องจากอัยการก็จะส่งพนักงานสอบสวนคดีหลัก คือ ดีเอสไอสอบไปแล้วว่าแม่ทัพให้การชัดเจนว่าการสั่งการทั้งหมดในการเคลื่อนกำลัง เป็นอำนาจของศอฉ. ดังนั้นผู้ปฏิบัติไม่มีอำนาจสั่งการใดๆทั้งสิ้น

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วไม่สามารถเอาผิดกับนายธาริตได้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใครก็ไม่ต้องรับผิดชอบ แต่ในศอฉ.ก็ต้องมาดูต่อไปว่า สั่งการโดยสายหลักกฎหมายใดและวิธีการเป็นอย่างไร งานนี้หนีความจริงไม่พ้น อะไรที่ใครทำไว้ก็ต้องรับผิดชอบ แล้ววิถีกระสุนนั่นไม่ประสงค์ต่อผลก็เล็งเห็นผล แล้วบอกเลยว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำตามคำสั่งศอฉ.

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าอย่างนี้ก็แสดงว่าผู้ที่รับผิดชอบคือ ผอ.ศอฉ.เพียงคนเดียว ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่พูดเดี๋ยวก็หาว่าไปแทรกแซง เมื่อถามว่าถ้ามีการฟ้องคดีเรื่องฆ่าคนตาย นายธาริตก็จะต้องโดนด้วยหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "นายธาริตไม่ต้องโดนเพราะไม่ได้ออกคำสั่ง เขาเป็นคนปฏิบัติเหมือนแม่ทัพนายกอง เหมือนเจ้าหน้าที่ต่างๆ ฝากบอกคุณสุเทพ คุณไม่ต้องมาท้าผมหรอก เอ๊ะ! นึกยังไงมาท้าผม เพราะผมไม่กล้ารับคำท้าหรอก เรื่องที่ผมทำพรบ.ปรองดองไว้ นั่นมันเรื่องได้รับผลกระทบจากการปฏิวัติ แต่เรื่องคนตายทั้งหมด 98 ศพ และที่มีการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ 36 ศพ แค่ศพเดียวก็ตายแล้ว ถ้าฟังได้ว่าใครทำผิดไม่ต้องหลายศพหรอก แล้วมันจะไปหนักหลังจากเรื่องฆ่าคนตายแล้ว 2,000 คนที่บาดเจ็บ พยายามฆ่า เรื่องนี้มันจบด้วยปรองดองไม่ได้ คนละเรื่องคนละประเด็นอย่าไปชักใบให้เรือเสีย ดังนั้นต้องดูว่าศาลสั่งว่าอย่างไร ถ้าศาลสั่งเหมือนกับนายพัน คำกอง ก็เอวัง ซึ่งผมได้บอกในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ามีม็อบแน่ แต่จะประท้วงเรื่องอื่น ไม่มีม็อบประท้วงเรื่องนี้ เพราะใครจะประท้วงเรื่องการทำผิดเพราะศาลสั่งไม่ได้” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

                          เมื่อถามว่าผู้ชุมนุมที่มาประทวงที่บอกนั้น มาเรื่องนายพัน คำกองหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "เวลามาประท้วงเขาจะไม่อ้างอย่างนั้น อ้างอย่างอื่น เช่น ราคายางตก มะพร้าวไม่มี มะกูดก็ถูก มะนาวก็ถูก ตนวิเคราะห์การเมืองไม่ผิดหรอก" ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เชื่อว่าน่าจะเชื่อมโยงกับม็อบเหล่านี้ จะเชื่อมโยงกับความไม่พอใจอย่างนั้นหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "เวลาเขามาไม่พูดอย่างนั้นหรอกต้องพูดเรื่องอื่น ส่วนจำนวนผู้ชุมนุมจะมากหรือน้อยนั้น ต้องดูสถานการณ์ ตนถึงบอกว่ารัฐต้องพร้อมในการควบคุมฝูงชน และอย่าไปทำแบบใช้อาวุธจริง ต้องเตรียมให้พร้อม" ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่าถ้ามีม็อบในขณะนี้ศักยภาพของตำรวจไม่สามารถดูแลได้ดีหรือ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้ามีแล้วจะขอมาทำไม ตำรวจขอมาเองตนไม่ได้ขอให้ แต่ตนก็เห็นด้วย

                          เมื่อถามว่า มองว่าการเมืองหลังจากนี้ อาจจะร้อนขึ้นและอาจจะนำไปสู่การชุมนุมอีกครั้ง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ไม่ใช่อาจร้อน แต่ร้อนแน่นอน เพราะบางคนที่ไม่มีอำนาจ และบางคนที่จะต้องถูกดำเนินคดีอีกมาก เขาจะงอมืองอเท้าหรือ"เมื่อถามย้ำว่า มองว่าเป็นกลุ่มชุมนุมที่เคยเคลื่อนไหว หรืออาจจะมีกลุ่มใหม่มาอีก ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ไม่มีกลุ่มใหม่แต่เป็นเจ้าเก่า เจ้าที่เอาจำนวนคนไปเติมให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ใดที่คิดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมาเคลื่อนไหวอีก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ช่วงระยะเวลาที่เขาจะเตรียมคน คือ ช่วงเวลาที่คดีจะใกล้ถึงตัวใคร เอาเถอะช่วงนี้กินไม่ได้นอนไม่หลับ ใครทำอะไรไว้ ก็รู้อยู่แก่ใจตัวเอง ปฏิเสธอะไรก็ปฏิเสธได้ แต่ปฏิเสธความจริงที่รู้อยู่แก่ใจไม่ได้ ตนไม่ได้เยาะเย้ยถากถางนะ กัมมุนา วัตตติโลโก สัตว์โลกทั้งหลายต้องเป็นไปตามกรรม ใครทำกรรมไว้ก็รับไป และตนยืนยันไม่แทรกแซงไม่เกี่ยวข้อง สำนวนจะเป็นรูปแบบไหนก็ว่ากันไป ไม่เอาด้วยหรอกตนกลัวบาป"

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าข้าราชการผู้ปฏิบัติ สบายใจได้ว่าจะไม่โดนอะไรจากนักการเมืองใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 และมาตรา 70 บอกชัดว่า ถ้าเชื่อว่าเป็นคำสั่งที่บริสุทธิ์ สุจริตไม่ต้องรับผิด ตนพูดเรื่องนี้มานานแล้ว

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่านายอภิสิทธิ์ขู่นายธาริตใช่หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "อย่าไปว่าท่านขู่เลย แต่ตนยังมองนายอภิสิทธิ์ในแง่ดี ไม่ใช่คนเปะปะว่าถ้าท่านไปเกี่ยวข้องท่านอาจจะตั้ง แต่อาจจะไม่ได้สั่งการ"

 

'เฉลิม' ชี้ผลสรุป คอป. แค่ความเห็นคณะบุคคล

                          รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงท่าทีของรัฐบาลควรจะดำเนินการอย่างไรต่อ หลังจากผลสรุปรายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)ออกมาแล้วว่า คอป.เป็นความเห็นของคณะบุคคลไม่ผูกพันในทางกฎหมาย แต่ตนไม่แสดงความเห็นเพราะไม่เหมาะ แต่คำสั่งศาลมีผลผูกพันตามกฎหมาย ซึ่งทั้งเจ้าหน้าที่และรัฐบาลต้องปฏิบัติ

 

'อภิสิทธิ์'ชี้'เฉลิม-ธาริต'ตั้งธงยัดข้อหาฆาตกร

                          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เตรียมตั้งข้อหาฆาตกรรมเพื่อดำเนินคดีกับตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กรณีมีการเสียชีวิตช่วงสลายการชุมนุมเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.53 ว่า ในชั้นนี้ยังไม่มีอะไร เพราะต้องดูว่าดีเอสไอจะดำเนินการอย่างไร แต่นายสุเทพมีทีมกฎหมายมาช่วย เพราะจากคำสัมภาษณ์ของนายธาริตในกรณีนายพัน คำกอง นั้นก็อยากให้ดูคำสั่งศาลว่าระบุพฤติการณ์เสียชีวิตไว้อย่างไร เพราะไม่มีส่วนไหนที่บ่งชี้ว่าเป็นเจตนาฆ่า จึงไม่เข้าใจว่าทำไม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และนายธาริต จึงมุ่งที่จะเอาผิดกับตนและนายสุเทพ และสงสัยว่าบุคคลทั้งคู่มีหน้าที่ตั้งธงหรืออย่างไร เหตุใดจึงไม่ดำเนินการตามกฎหมาย

                          "และกรณีของนายธาริตก็อยู่ในฝ่ายตัดสินใจนโยบายของ ศอฉ.ด้วย ดังนั้นหากจะมีการดำเนินคดีก็อยู่ที่ว่านายธาริตจะมีแนวทางในการทำคดีอย่างไร ซึ่งต้องว่าตามข้อเท็จจริงที่นายธาริตก็เป็นกรรมการในศอฉ.ด้วย จึงปฏิเสธข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้ แต่ในขณะนี้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามกระบวนการปกติ ที่จะต้องส่งให้อัยการ และพนักงานสอบสวนไปดูว่าใครคือผู้กระทำความผิด โดยเริ่มจากสถานที่เกิดเหตุ ใครเป็นผู้กระทำความผิด มีเหตุและปัจจัยอะไร เป็นต้น แต่สิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ไม่ได้เป็นไปตามกระบวนการนี้ กระโดดข้ามไปว่าจะดำเนินการกับผมและนายสุเทพ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลก" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                          นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แม้จะมีกระบวนการไม่ปกติที่จะดำเนินคดีกับตนและโหมประโคมข่าวในทางสื่อแต่ไม่ได้ทำให้หวั่นไหว เพียงแต่ห่วงว่าสังคมจะสับสนเพราะการไต่สวนในลักษณะนี้เป็นไปตามกระบวนการของ ป.วิอาญาซึ่งเป็นเพียงขั้นตอนเริ่มแรกก่อนที่จะมีการดำเนินคดี จึงได้ตั้งคำถามว่าทำไมผู้ที่ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้จึงมีการตั้งธงล่วงหน้า และตั้งธงไปในอีกหลายคดีที่ศาลยังไม่มีคำสั่งด้วย

                          “ผมคิดว่ามีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องไม่อย่างนั้นคงไม่มีการยุ่งวุ่นวายแบบนี้ ซึ่งผมก็เป็นห่วงว่า รัฐบาลอ้างว่า มีนโยบายปรองดองแต่การกระทำทุกอย่างไม่ได้เดินไปตามคำพูด รายงานคอป.พรรคแกนนำก็ฉีกทิ้งเรียบร้อย และการให้สัมภาษณ์ก็ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย แต่พยายามปลุกระดมสร้างความเกลียดชังมากกว่า ดังนั้นจะหวังให้เกิดความปรองดองคงยาก และรัฐบาลต้องรับผิดชอบที่สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีมีเจตนาที่จะสร้างความปรองดองจริงควรเริ่มต้นจากรายงานของ คอป.ที่รัฐบาลระบุในนโยบายที่แถลงต่อสภาว่าจะสนับสนุนและยอมรับการทำงานของ คอป. ก็ควรจะไปพิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร

                          ส่วนคอป.ควรจะเดินสายแลกเปลี่ยนความเห็นกับฝ่ายต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อเสนอของ คอป.ด้วย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว