
"อัฐิบุพการี"กลายเป็นเพชรทรงคุณค่าทางจิตใจ
ถ้าเป็นในต่างประเทศการนำเถ้ากระดูกของผู้ที่ล่วงลับมาแปรเปลี่ยนเป็นเพชรโดยกระบวนการชั้นสูงและเทคนิคเฉพาะ คงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่นัก แต่สำหรับในเมืองไทยนวัตกรรมนี้กำลังจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ "เพชรอัลกอร์แดนซ่า" อนุสรณ์แห่งความทรงจำและความรัก และไ
ดร.ยงยศ มนต์เสรีนุสรณ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท อัลกอร์แดนซ่า (ประเทศไทย) จำกัด และ ฐปนี มนต์เสรีนุสรณ์ ว่าที่ผู้สืบทอดกิจการ กล่าวถึงความเป็นมาและการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมจนเป็นที่มาเพชรอัลกอร์แดนซ่าว่า เทคโนโลยีนี้มีตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับคนไทยคงเคยได้ยินเรื่องนี้กันมาบ้างแล้ว เมื่อก่อนอาจยังยอมรับไม่ได้ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น ยุคสมัยเปลี่ยนไปคนก็เริ่มเปิดใจยอมรับกันมากขึ้น และเพชรอัลกอร์แดนซ่านี้ ก็เป็นเพชรที่ช่วยให้คนได้ระลึกถึงบุพการีที่สูญเสียไปแล้ว และอยากให้ท่านอยู่ใกล้ตัวตลอดเวลา โดยการนำมาขึ้นตัวเรือนเป็นแหวนหรือจี้ ใส่ติดตัวได้ตลอดเวลา เปรียบเหมือนพระที่รู้สึกเหมือนมีท่านคุ้มครองตลอดเวลา
"การทำเพชรอัลกอร์แดนซ่านั้น จะต้องส่งกระดูก 500 กรัม ไปทำที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่จะใช้จริงแค่เพียงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของคาร์บอนในกระดูกที่แต่ละคนมีไม่เท่ากัน ซึ่งใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 4 เดือนจะได้เพชรครึ่งกะรัต ส่วนสีของเพชรนั้นขึ้นอยู่กับสารโบรอน (boron) ในกระดูกที่แต่ละคนมีไม่เท่ากัน ถ้าในกระดูกมีโบรอนเยอะเพชรที่ได้จะเป็นสีฟ้าเข้ม แต่ก็ยังคงความเป็นเพชรเช่นเดิม ทั้งโครงสร้างและอะตอม แค่มีคาร์บอนจากกระดูกของมนุษย์ไม่ใช่คาร์บอนจากพื้นดินเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายแล้วกว่า 21 ประเทศจากทั่วโลก โดยที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก" ประธานกรรมการบริหารและว่าที่ผู้สืบทอดกิจการ ให้รายละเอียด
พร้อมกันนี้ยังเปิดตัวเพชรอัลกอร์แดนซ่า โดยนางแบบชื่อดัง นาตาชา เปลี่ยนวิถี ที่โชว์เพชรเม็ดสวยที่ทำจากอัฐิของผู้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งมีความใสสวยงามเหมือนเพชรแท้จากธรรมชาติทีเดียว



