
'สุเทพ'ขอบคุณสว.ลงมติไม่ถอดถอน
'สุเทพ' ขอบคุณ ส.ว.ลงมติไม่ถอดถอนพ้นตำแหน่ง กรณี ปปช.กล่าวหาล้วงลูก วธ. ท้า 'ธาริต' รีบตั้งข้อหาเจตนาฆ่า ลั่นพร้อมพิสูจน์ถึงศาลฎีกา
19 ก.ย.55 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณประธานวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภา ลงมติไม่ถอดถอนตนออกจากตำแหน่ง จากกรณีที่ ปปช.กล่าวหาว่าแทรกแซงการทำงานของกระทรวงวัฒนธรรม ในการทำหนังสือให้ส.ส.และบุคคลอื่นรวม 19 คนไปช่วยงานกระทรวงวัฒนธรรมว่า ใช้ดุลพินิจความเป็นกลางในการตัดสินใจลงมติ และขอแสดงความคารวะ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ถูกสอนให้เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา
นายสุเทพ กล่าวว่า สิ่งที่วุฒิสภาแสดงออกเมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ยิ่งทำให้พวกตนมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น และเห็นว่าวุฒิสภายังทำหน้าที่เป็นผู้แทนปวงชนที่มีความเป็นกลางทางการเมืองได้อย่างดี ทั้งนี้เรื่องของตนไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเพราะเป็นการทำหนังสือไปหารือกระทรวงวัฒนธรรมว่ามีผู้อาสาที่จะช่วยงานกระทรวงวัฒนธรรมโดยไม่มีตำแหน่งและเงินเดือน แต่อยากทำหน้าที่เป็นสื่อกลางนำข้อมูลของกระทรวงวัฒนธรรมไปสื่อสารกับประชาชน
ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาประชาชนบางส่วนที่เป็นความเดือดร้อน เช่น การไปแสวงบุญประกอบพิธีฮัจญ์ที่ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งมีปัญหาทุกปีและเป็นงานในความรับผิดชอบของกระทรวงวัฒนธรรม ดังนั้นจึงเห็นว่าหากมีคนที่รู้ปัญหานี้ไปช่วยเป็นสื่อกลางในการประสานงานจะทำให้งานของกระทรวงวัฒนธรรมดีขึ้น แต่เมื่อตนทำหนังสือไปก็มีคนเตือนว่าอาจจะมีปัญหาข้อกฎหมายจึงได้ไปขอหนังสือคืน โดยที่ รมว.วัฒนธรรมยังไม่มีการดำเนินการใดๆ
นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนของนักการเมืองว่าจะต้องระมัดระวังการปฏิบัติอย่างมากก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรต้องศึกษากฎหมาย เพราะมีความละเอียดซับซ้อนมากขึ้น ตนก็ได้พูดกับส.ส.ในพรรคหลังจากวุฒิสภาลงมติว่า ต่อไปจะต้องใช้ความสุขุมรอบคอบในการทำงานโดยดูกรณีของตนเป็นอุทธาหรณ์ ทั้งนี้ยังเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 266(1) ไม่ได้เป็นอุปสรรค เพราะมุ่งที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ไม่ให้ ส.ส. ส.ว. แทรกแซงการทำงานข้าราชการประจำ ใช้ประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่กระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ แต่บางทีการตีความละเอียดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดจึงอาจเป็นปัญหา ทั้งหมดจึงอยู่ที่ผู้ใช้กฎหมายและผู้ตีความกฎหมาย ทั้งนี้ตนยังมีเรื่องอีกมาก เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย
ท้า 'ธาริต' รีบตั้งข้อหาเจตนาฆ่า-ลั่นพร้อมพิสูจน์ถึงศาลฎีกา
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ระบุว่าจะมีการตั้งข้อกล่าวหาเจตนาฆ่า ในคดีนายพัน คำกอง คนขับรถแท๊กซี่ ในฐานะที่มีส่วนร่วมเป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) ว่า ตนยืนยันว่า คำสั่งทั้งหมด เป็นคำสั่งที่ตนลงนามแต่ผู้เดียว ซึ่งตนพร้อมที่จะเป็นผู้ต้องหาของนายธาริต ไม่หนีไปต่างประเทศ ดังนั้นหากแจ้งข้อกล่าวหามาวันใดก็พร้อมไปมอบตัว และจะเรียกไปสอบสวนกี่หน กี่คดี ตนก็พร้อมที่จะต่อสู้ พิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม โดยจะไม่ขอใช้เอกสิทธิคุ้มครอง
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ตนเห็นว่ารัฐบาลหรือผู้ใหญ่ในรัฐบาล มีการสั่งการเสมือนมีธงชี้นำไว้แล้วว่า เขาจะไม่เอาเรื่องกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ แต่จะเอาเรื่องคนสั่งการ ซึ่งหมายถึงตนกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นตนจึงไม่คาดหวังความเป็นธรรมอะไรจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ว่ากระบวนการยุติธรรมไม่ได้อยู่ที่พนักงานสอบสวน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เท่านั้น ยังมีขั้นตอนอัยการ และศาลสถิตยุติธรรม และตนพร้อมที่จะสู้ไปถึงศาลฎีกา
“ผมเชื่อว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษไม่มีน้ำยาที่จะทำอะไรผมได้ เพราะรู้ดีอยู่แก่ใจว่ามีคนก่อการร้าย ก่อการจลาจล เผาบ้านเผาเมือง และมีคนเข่นฆ่าประชาชน ผู้บริสุทธิ์ และเจ้าหน้าที่ แต่ฝ่ายรัฐบาลมีหน้าที่รักษากฎหมาย ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ดูแลความปลอดภัยให้กับคนกรุงเทพฯ ในวันนั้นเสมือนหนึ่งถูกจับเป็นตัวประกัน ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อตรง และสำนึกรับผิดชอบ ซึ่งการจะตั้งข้อกล่าวหาเจตนาฆ่า ก็ไม่มีเหตุผลเพียงพอวันนี้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ต้องกลายมาเป็นจำเลยก็ไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อดูในรายละเอียดจะเห็นว่า ตลอดเวลาที่เกิดเหตุ มีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นช่วงๆ เราได้สั่งการตามความจำ และความเหมาะสมของสถานการณ์
“วันนี้ถ้านายธาริต จะให้ผมเป็นผู้ต้องหา ก็พร้อมจะสู้ ดังนั้นนายธาริต อย่ามัวพูดช้าๆ อยู่เลย ขอให้รีบตั้งข้อหาเร็วๆ ผมจะได้ไม่ต้องรอนาน” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า หากมีการแจ้งข้อกล่าวหาเกินความเป็นจริง จะใช้ช่องทางอะไรเรียกร้องความยุติธรรม นายสุเทพ กล่าวว่า ตนจะตั้งหลักเพื่อต่อสู้ตามหลักกฎหมาย ส่วนจะฟ้องคนที่ตั้งข้อกล่าวว่าเกินความเป็นจริงหรือไม่ ก็จะต้องดูก่อน เพราะถ้าเขาทำถูกต้องก็ไม่มีอะไร แต่ทำไม่ถูกก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนการที่นายธาริต ออกมากล่าวว่าจะเอาคดีนายพัน คำกอง เป็นคดีตัวอย่างในการตั้งข้อกล่าวหาคดีอื่นอีก 35 คดีที่มีการตายเกิดขึ้นนั้น จากที่ตนดูลักษณะการอออกมาให้ข่าวของนายธาริต คล้ายเป็นการตั้งธงไว้แล้ว และไม่ทราบว่า นายธาริตมีจรรยาบรรณ หรือไม่ต้องดูลึกในรายละเอียด
เมื่อถามว่าคิดว่าการดำเนินคดีของคนที่มีอำนาจในเวลานี้ จะเปลี่ยนแปลงรูปคดีได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เห็นชัดเจนว่า กระบวนการทางฝ่ายรัฐบาล คนเสื้อแดง เขาชัดเจนว่า พยายามที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริง เหมือนที่คอป.สรุปข้อเท็จจริงมารายงานประชาชน และตรงกับสิ่งที่ฝ่ายพวกเขาพูดว่า มีการบิดเบือน แต่ที่น่าเกลียดคือ เวลานี้ลามเข้าไปในวงราชการ และเป็นส่วนราชการที่อำนวยความยุติธรรม
ทั้งนี้ตนจะไม่เอาเรื่องของตัวเองไปเป็นชนวนความขัดแย้งในบ้านเมือง ซึ่งการต่อสู้ของตนจะยึดหลักการพิสูจน์ความจริงให้รู้ว่า มีการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรมอย่างไร และไม่เรียกร้องให้ประชาชนออกมาต่อสู้ร่วมกับตนในเรื่องนี้ แต่เราอย่ายอมให้มีการข่มขืนใจประชาชนในเรื่องกฎหมายปรองดองจอมปลอม หรือการเขียนรัฐธรรมนูญออกมาใหม่ เพื่อให้อำนาจบางคนรวบอำนาจการปกครองประเทศทั้งหมด



