ข่าว

แก้คุก'สนธิ'หมิ่น'นพดล'เหลือ3เดือน

แก้คุก'สนธิ'หมิ่น'นพดล'เหลือ3เดือน

19 ก.ย. 2555

ศาลอุทธรณ์แก้คุก'สนธิ'หมิ่น'นพดล' จาก 6 เดือน เหลือ 3 เดือน ชี้ไม่สมควรรอลงอาญา

               เมื่อเวลา 09.50 น. ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีดำ อ.1488/2550  ที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และอดีต รมว.ต่างประเทศ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย , บริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด , นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล , นายพชร สมุทวณิช , นายขุนทอง ลอเสรีวานิช , บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), นายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์, นายวิรัตน์ แสงทองคำ เป็นจำเลยที่ 1 - 8ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 328  กรณีเมื่อวันที่ 19 ม.ค.50 เวลากลางคืน จำเลยที่ 1 ผู้จัดรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ผ่านเครือข่ายสัญญาณดาวเทียม เอเอสทีวี และผ่านระบบอินเทอร์เน็ต กล่าวทำนองว่า โจทก์เป็นบุคคลไม่มีความกตัญญูกตเวทีต่อทุนหลวงที่ได้รับ ซึ่งคอยแก้ต่างและให้สัมภาษณ์เชิงประชาสัมพันธ์ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยมีจำเลยที่เหลือดำเนินการเผยแพร่ถ้อยคำดังกล่าว 
 
              โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 2 ต.ค.52 ว่า นายสนธิ จำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง ให้จำคุก 6 เดือน และให้ปรับ บริษัทไทยเดย์ฯ จำเลยที่ 2 กับ บริษัทแมเนเจอร์ฯ จำเลยที่ 6 รายละ 20,000บาท และให้จำเลยที่ 1,2 และ6 ร่วมกันลงโฆษณาคำพิพากษาใน น.ส.พ.ไทยรัฐ เดลินิวส์ และมติชนรายวัน เป็นเวลา 7 วันติดต่อกันด้วย ส่วนจำเลยที่ 3- 5 และ 7-8 ศาลยกประโยชน์แห่งความสงสัยในคดีให้ยกฟ้อง ต่อมาจำเลยที่ 1 , 2 และ 6 ยื่นอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
 
               ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า ถ้อยคำที่จำเลยที่ 1 กล่าวในรายการ ในลักษณะดังกล่าว เป็นการละเมิดต่อโจทก์ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งการที่โจทก์เป็นทนายความให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็กระทำการโดยเปิดเผยเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนที่ประชาชนบางส่วนอาจจะพอใจ และอาจมีโจทก์หรือประชาชนบางส่วนไม่พอใจ การแสดงออกนั้นก็จะต้องไม่ให้กระทบและละเมิดสิทธิบุคคลอื่น ส่วนหากจำเลยที่ 1 จะเห็นว่าการกระทำของโจทก์จะเป็นความผิดหรือไม่ จำเลยที่ 1 ก็สามารถที่ดำเนินคดีได้ และการจำเลยที่ 1 อ้างว่าการกระทำก็ปกป้องสถาบันซึ่งการกระทำของโจทก์ที่แก้ต่างให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เกินกว่าหน้าที่ทนายความ ศาลเห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าปกป้องสถาบัน แต่ไม่มีกฎหมายใดที่จะให้กระทำการโดยละเมิดสิทธิบุคคลอื่นอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น และที่จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลรอลงการโทษเนื่องจากจำเลยมีอายุ 60 ปีมีภาระต้องเลี้ยงดูภรรยาและบุตรและขอให้ศาลปรับลดระยะเวลาการโฆษณาคำพิพากษาย่อในนสพ.รายวันนั้น เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ซึ่งมีการเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ตไปทั่วโลก ดังนั้นเพื่อให้จำเลยที่ 1 เข็ดหลาบไม่ดำเนินการใดที่จะเป็นการละเมิดสิทธิ์บุคคลใดอีกจึงไม่สมควรให้รอการลงโทษ แต่เนื่องจากการกระทำของจำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้เป็นเพื่อประโยชน์ของพวกพ้อง หรือผลทางการเมืองประกอบกับจำเลยที่ 1 มีอายุมากแล้ว ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 6 เดือนนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นควรแก้เป็นจำคุก 3 เดือน ส่วนการลงโฆษณาคำพิพากษาย่อใน นสพ.ไทยรัฐ เดลินิวส์ และมติชน เป็นเวลา 7 วันติดต่อกันนั้นเห็นว่า เป็นระยะที่ยาวเกินไป จึงให้เหลือเพียง 3วัน 
 
              ส่วน บจก.ไทยเดย์ ฯ จำเลยที่ 2 และ บจก.แมเนเจอร์ ฯ ที่ 6 เห็นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59  ได้กำหนดไว้ว่าบุคคลจะต้องรับผิดทางอาญาเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะกระทำโดยประมาท ซึ่งจำเลยทั้งสองเป็นนิติบุคคลที่จะดำเนินการใดโดยผ่านผู้แทน แต่พยานโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้แทนของจำเลยทั้งสอง ร่วมกระทำการกับจำเลยที่ 1 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาสั่งลงโทษปรับจำเลยทั้งสอง ศาลอุทธรณ์เห็นควรแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้อง 
 
                ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว นายสนธิ จำเลย ได้ยื่นหลักทรัพย์ 100,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวสู้คดีในชั้นฎีกาต่อไป