ข่าว

ครม.อนุมัติซื้อ'เรือ-ฮ.-ชุดคุมฝูงชน'

ครม.อนุมัติซื้อ'เรือ-ฮ.-ชุดคุมฝูงชน'

19 ก.ย. 2555

"ครม." ฉลุยจัดซื้อเรือฟรีเกต-เฮลิคอปเตอร์-ชุดควบคุมฝูงชน ขณะที่ "เฉลิม” โวยถูกหั่นงบฯซื้ออุปกรณ์คุมม็อบเหลือแค่ 199 ล้าน "รบ." เมินข้อเสนอ ฝ่ายค้าน” จี้ “แม้ว” หยุดแทรกแซงเวทีพูดคุย บิ๊กบังชี้ 6 ปีปฏิวัติยังแก้คอร์รัปชั่นไม่ได้

               18ก.ย.2555 แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมครม.ในวันนี้ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ได้เสนอวาระเข้ามาให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติถึง 3 วาระ ซึ่งทั้งหมดเป็นวาระจรที่ “ลับมาก” ดังนี้ 1.การอนุมัติโครงการของกองทัพเรือในการจัดหาเรือฟรีเกต จำนวน 2 ลำ วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ระยะดำเนินการ 5 ปี ระหว่างปี 2555-2559 2.การอนุมัติเงินก่อหนี้ผูกพันปีงบประมาณ 2555-2557 ระยะเวลา 3 ปี โครงการปรับปรุงเรือฟรีเกต ชุดเรือหลวงนเรศวร ระยะ 2 มูลค่า 3,297,821,775 บาท โดยงบประมาณปี 2555 เป็นเงิน 495 ล้านบาท, งบประมาณปี 2556 เป็นเงิน 1,335 ล้านบาท, งบประมาณปี 2557 เป็นเงิน 1,467 ล้านบาท และ 3.อนุมัติการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ 2555-2557 โครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์แบบใช้งานทั่วไปของกองทัพบก ระยะ 1 ห้วงที่ 3 มูลค่า 2,817,981,515 บาท  

               นอกจากนี้ ยังมีวาระ “ลับมาก” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ที่ขออนุมัติหลักการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 งบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น จำนวน 199,866,670 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ซึ่ง ครม.ก็ได้อนุมัติในหลักการตามที่ สตช.ขอมา


"เฉลิม”โวยถูกหั่นงบฯซื้ออุปกรณ์คุมม็อบเหลือแค่199ล้าน


               รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีวาระการพิจารณางบประมาณจำนวน 199.8 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เสนอมา จากเดิมที่ สตช.เสนอของบประมาณจำนวน 440.1 ล้านบาท สำหรับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนจำนวน 55 กองร้อย แต่สำนักงบประมาณเห็นควรนำเสนอที่ประชุม ครม.เพียง 30 กองร้อย วงเงิน 199.8 ล้านบาท เท่านั้น โดยในระหว่างการพิจารณาเรื่องนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สตช.ได้แสดงความไม่เห็นด้วยที่สำนักงบประมาณปรับลดวงเงิน และขอให้ชี้แจงสาเหตุในการตัดงบประมาณดังกล่าว โดยเห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองมีแนวโน้มที่จะตึงเครียดขึ้น และอาจมีกลุ่มมวลชนออกมาชุมนุมอีกครั้ง ในขณะที่ตำรวจยังขาดอุปกรณ์จำเป็นในการเข้าควบคุมฝูงชนอีกเป็นจำนวนมาก จึงขอให้สำนักงบประมาณทบทวนในส่วนที่ตัดออกไปอีกครั้ง

               อย่างไรก็ตาม สุดท้ายที่ประชุม ครม.ได้พิจารณาอนุมัติงบประมาณจำนวน 199.8 ล้านบาท ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ และมอบหมายให้ประสานงานหารือกับ สตช.ในส่วนที่ถูกปรับลดในครั้งนี้ ก่อนนำเสนอที่ประชุม ครม.อีกครั้ง

               สำหรับงบประมาณ 199.8 ล้านบาท ในการจัดซื้ออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนจำนวน 30 กองร้อยนั้นมีรายการที่น่าสนใจ อาทิ อุปกรณ์ส่งคลื่นรบกวนพิเศษระยะไกลชนิดพกพา 19 ชุด งบประมาณ 14.23 ล้านบาท ลูกระเบิดแก๊สน้ำตา ขนาด 38 มม. จำนวน 4,320 ลูก งบประมาณ 7.77 ล้านบาท เครื่องยิงแก๊สน้ำตาชนิดใช้ครั้งเดียว จำนวน 720 ชุด งบประมาณ 16.27 ล้านบาท เครื่องยิงกระสุนพริกไทย 180 ชุด งบประมาณ 10.8 ล้านบาท และรถควบคุมฝูงชน 1 คัน งบประมาณ 24.75 ล้านบาท เป็นต้น


“รบ."เมินข้อเสนอฝ่ายค้าน”จี้“แม้ว”หยุดแทรกแซงเวทีพูดคุย


               ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลถึงการหารือระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านเกี่ยวกับการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เสนอให้ ยกเลิกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.จชต.) ต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่าการทำงานซ้ำซ้อน

               นอกจากนี้ฝ่ายค้านได้ขอร้องให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หยุดการแทรกแซง ในการเปิดเวทีพูดคุย เช่น ที่ผ่านมาเคยเดินทางไปประเทศมาเลเซีย พยายามเจรจากับกลุ่มแกนนำ แต่กลับทำให้เกิดปัญหาคาร์บอมบ์ที่ยะลาและหาดใหญ่เกิดการตอบโต้กลับของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งในที่ประชุมฝ่ายรัฐบาลก็รับฟังเฉยๆไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ส่วนจะมีการพบปะกันครั้งต่อไปหรือไม่นั้น คงต้องดูบรรยากาศก่อนว่าข้อเสนอที่เสนอไปรอบนี้ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือไม่ แต่ที่รัฐบาลรับไปปฏิบัติแน่นอน คือ มาตรา 21 ของพ.ร.บ. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมกองทัพระบุว่ายินดีทำตามนโยบายของรัฐบาล ขณะนี้ได้มีการลดกำลังพลจาก 22 กองพันเหลือ 10 กว่ากองพัน และหากมีความพร้อมก็ยอมถอยอีกไม่ดึงดันอะไร ส่วนสำนักข่าวกรองแห่งชาติ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ชี้แจงว่า ที่มีการกระจัดกระจายอยู่ เกือบ 20 หน่วยงานในภาคใต้ ก็ได้นำมารวมเป็นศูนย์เดียวเพื่อที่ข้อมูลจะได้ถูกต้องตรงกันกับทุกหน่วยงาน ทั้งนี้ ฝ่ายค้านในฐานะฝ่ายตรวจสอบต้องตามต่อว่ารัฐบาลทำอย่างที่พูดหรือไม่


บิ๊กบังชี้ 6 ปีปฏิวัติยังแก้คอร์รัปชั่นไม่ได้


               พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ อดีตประธานคมช.เปิดใจถึงเหตุผลการเข้ายึดอำนาจในเหตุการณ์ 19 กันยายน ว่าทำไปด้วยเหตุผล 5 ข้อ โดยเห็นว่าปัญหาหนักที่สุดคือ การคอร์รัปชั่นที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประชาธิปไตย แต่ผ่านมา 6 ปี ก็ยอมรับว่าผิดหวังที่คอร์รัปชั่นยังหาทางแก้ไม่ได้ แม้จะผ่านมาแล้วถึง 5 รัฐบาล แต่ปฏิกิริยาของการขับเคลื่อนที่แท้จริงยังเป็นไปอย่างช้าๆ ทั้งที่ควรประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติแต่กลับไม่มีรัฐบาลไหนนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาพิจารณามาทบทวน เพื่อหาทางแก้ไขจริงจัง จึงทำให้ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาบ้านเมืองยังไม่สามารถพัฒนากระบวนการประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง

               สำหรับปมของความขัดแย้ง แบ่งสีนั้น พล.อ.สนธิมองว่า ไม่เพียงยังคงมีอยู่ แต่กลับเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเขาแปลกใจที่ตัวรัฐบาลไม่ได้เข้าไปสมานระยะห่างของความแตกแยกที่ถ่างสังคมสองฝั่งแยกจากกัน ส่วนชนวนเหตุแห่งประโยชน์ที่แอบแฝงจนนำไปสู่ความขัดแย้งนั้น พล.อ.สนธิมองว่า ไม่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ

               ต่อความเห็นกรณี คอป. ได้สรุปรายงานพร้อมท้วงติงการนำเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ... สู่สภา ว่าเป็นการรวบรัดความปรองดอง ซึ่งพล.อ.สนธิ ในฐานะอดีตประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้ให้ความเห็นแย้ง โดยสิ่งที่ คอป.เสนอ รวมถึงสิ่งที่สังคมและสถาบันพระปกเกล้าเสนอ ต่อการออกกฎหมายปรองดอง ต้องเปิดใจรับฟังความเห็นของประชาชนก่อน ขณะนี้รัฐบาลโดยหน่วยงานราชการ อยู่ระหว่างดำเนินการสานเสวนาทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเท่าที่ทราบได้ทำไปแล้วในหลายภาคส่วน อย่างไรก็ตามในส่วนของร่างพ.ร.บ.ปรองดองนั้น เชื่อว่า หากถึงเวลาที่เหมาะสม ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ก็จะถูกหยิบยกมาพิจารณาและวันนั้นจะถึงวันที่ลดความแตกแยก และความขัดแย้งของสังคมได้อย่างแท้จริง

 

"ดุษฎี”นัดส่งมอบสำนวนคดีเลี่ยงภาษีนำเข้ารถหรูให้ป.ป.ช.


               พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตนภาครัฐ (ป.ป.ท.)  เปิดเผยว่า ในวันที่19 ก.ย. เวลา 8.00 น.ตนได้นัดหมายกับนายอภินันท์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อนำเอกสารการสอบสวนคดีรถหรูเลี่ยงภาษี ประกอบด้วย เอกสารการรับเงินปลอม (ใบอินวอยซ์) , รายชื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และข้อมูลต่างๆที่เจ้าหน้าที่ป.ป.ท.วิเคราะห์ได้จากใบอินวอยซ์ไปมอบให้ป.ป.ช.รับไปดำเนินการต่อ เนื่องจากผลการตรวจสอบเชิงลึกพบว่ามีข้าราชการระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องหลายราย รวมทั้งนักการเมืองระดับชาติบางรายที่อยู่เบื้องหลัง

               นอกจากนี้ดังกล่าวถือว่าสร้างความเสียหายมหาศาลมูลค่านับหมื่นล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้กรมศุลกากรได้สั่งลงทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ซึ่งใช้วิธีการหลบเลี่ยงภาษีไปแล้วจำนวน 40 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปล่อยรถยนต์หลังกล่าวออกไปหลายพันคัน ส่วนเจ้าหน้าที่อีก 68 คนที่ตรวจสอบพบว่าเข้าไปเกี่ยวข้องเพิ่มเติมป.ป.ท.จึงได้ส่งรายชื่อให้กับกรมศุลฯเพื่อดำเนินการต่อไปยังชะงักอยู่ โดยกรมศุลฯขอให้ป.ป.ท.ส่งมอบตัวอย่างพฤติการณ์ความผิดของเจ้าหน้าที่ทั้ง 68 รายไปให้ตรวจสอบ

               ด้านนายภักดี โพธิศิริ กรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับทราบจากเลขาป.ป.ชฯแล้วว่า ทางเลขาธิการป.ป.ท.ต้องการให้ป.ป.ช.นำคดีรถหรูเลี่ยงภาษีมาดำเนินการการต่อเพราะคดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับบริษัทผู้เสียหายในต่างประเทศ ซึ่งป.ป.ช.มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการประสานงานกับต่างประเทศอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางสถานทูตอังกฤษ หรือเจ้าหน้าที่ศุลกากรต่างประเทศ เพราะคดีนี้ไม่ว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะเป็นข้าราชการระดับต่ำกว่าซี 8 หรือสูงกว่า ซี 8 รวมทั้งผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ป.ป.ช.สามารถดำเนินการได้ทันที่โดยการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวน หรืออาจใช้ข้อมูลของคณะอนุกรรมการป.ป.ท.มาประกอบมาพิจารณาคดีได้ เนื่องจากคดีมีมูลค่าความเสียหายนับหมื่นล้านบาท


“เวียง”กัดไม่ปล่อยโชว์คลิป“สุชาติ”ด่า"รัฐบาล-ส.ส.พท."


               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา13.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยมีพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
 
               แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สำหรับบรรยากาศในที่ประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น นายเวียง วรเชษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมพรรคช่วงหนึ่งว่า ตนมีคลิปของนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ ที่เดินทางไปประชุมร่วมกับผอ.เขตการศึกษา 42 เขตแล้ววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ตลอดจนด่าส.ส.ในพรรคอย่างเสียหาย