ข่าว

การพัฒนาต้องมาจากชาวบ้าน

การพัฒนาต้องมาจากชาวบ้าน

19 ก.ย. 2555

'การพัฒนาต้องมาจากชาวบ้าน ไม่ใช่คนในอบต.นั่งคิดเอง' : คอลัมน์คนดังท้องถิ่น : โดย...กวินทรา ใจซื่อ

              "สมนึก ไชยสงค์" นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังแสง อ.แกดำ จ.มหาสารคาม เริ่มทำงานด้วยการเป็นแพทย์ประจำตำบล ผู้ใหญ่บ้านและกำนัน ก่อนเข้าสู่การเมืองท้องถิ่นโดยเข้ารับตำแหน่งนายกอบต.วังแสง มากว่า 17 ปี ทำให้คลุกคลีกับชาวบ้านรับรู้ปัญหาชุมชนและความต้องการของประชาชนเป็นอย่างดี อบต.วังแสง เป็นองค์กรขนาดเล็กมีงบประมาณพัฒนาจำกัด แต่การบริหารจัดการมีความโดดเด่นในการเสริมสร้างพลังประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น โดยยึดหลักความต้องการของประชาชนแต่ละชุมชน    

             "เดิมการพัฒนาพื้นที่มักมาจากความคิดของคนในอบต. จึงไม่รู้ว่าชาวบ้านต้องการอะไร การทำงานจึงประสบปัญหามาตลอด ผมมีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนกับหน่วยงาน ภาครัฐและเอกชน ที่มีแนวคิดในการพัฒนาที่เริ่มต้นจากชุมชน จึงนำแนวคิดเหล่านั้นมาใช้ เริ่มแรกหลายคนยังไม่เข้าใจจึงยังไม่มีความร่วมมือ ก็ใช้วิธีดึงชาวบ้านเข้ามีส่วนร่วมในการประชุม สอบถามความเห็นคนในหมู่บ้าน แล้วนำมาเขียนเป็นแผนพัฒนา ทำให้แก้ปัญหาได้ถูกที่ถูกทางมากขึ้น" นายก อบต.วังแสงกล่าว

             โครงการอาสาพัฒนาชุมชนเป็นโครงการที่สร้างความโดดเด่นให้อบต.วังแสง ทุกหมู่บ้านจะมีแรงงานอาสาเข้ามาร่วมมือ ร่วมลงแรงก่อสร้างพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ทั้งถนนหนทาง ประปา และไฟฟ้า ตามแต่จะช่วยได้ โดยแรงงานอาสาจะออกแรงพัฒนาชุมชนแทนการว่าจ้างบริษัทรับเหมาเอกชน ทำให้สูญเสียงบประมาณว่าจ้างจำนวนมาก 

              "การก่อสร้างทั้งแหล่งน้ำ ถนนและสะพาน อบต.จะให้ประชาชนทำประชาคมเพื่อตัดสินใจว่างบประมาณที่มีอยู่ จะใช้วิธีจ้างเหมาให้บริษัทเอกชนมาดำเนินการ หรือรับเหมา จะนำเงินที่มีไปจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์แล้วให้ชุมชนเป็นคนออกแรงเอง ส่วนใหญ่จะมีแรงงานอาสาออกมาทำกันเอง ซึ่งวิธีนี้ทำให้ประหยัดงบประมาณได้มาก ชุมชนจะได้แหล่งน้ำ ถนน สะพาน ตามความต้องการและเป็นการตรวจสอบความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณของอบต.ด้วยว่าการซื้อวัสดุอุปกรณ์คุ้มค่าได้มาตรฐานกับงบประมาณหรือไม่ ที่สำคัญคือเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชนด้วย"

              นอกจากนี้ อบต.ชุมแสงได้จัดทำหลักสูตรท้องถิ่นรวบรวมภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อให้ลูกหลานรู้จักรากเหง้า เกิดความรัก ความภูมิใจในชุมชน และยังรวบรวมภูมิปัญญาด้านหมอยาพื้นบ้าน เพื่อไม่ให้องค์ความรู้ด้านนี้สูญหายไป และประสานให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้าตรวจสอบและรับรอง ปัจจุบันมีหมอพื้นบ้านที่มีหนังสือรับรองแล้ว  63 คน หมอพื้นบ้านเปิดให้บริการวันละ 3 คน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

...................................
('การพัฒนาต้องมาจากชาวบ้าน ... ไม่ใช่คนในอบต.นั่งคิดเอง' : คอลัมน์คนดังท้องถิ่น : โดย...กวินทรา  ใจซื่อ)