
ไลฟ์สตางค์-ชีวิตยังมี พรุ่งนี้
คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ ประโยคนี้พูดกี่ร้อยครั้งก็ถูก ฟังแล้วกระปรี้กระเปร่า ฮึกเหิม ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้หลายๆ คนลุกขึ้นมาต่อสู้ ไม่ล้มเลิก ไม่ท้อถอย เพราะตราบที่ตื่นขึ้นมาแล้วมีลมหายใจ ผมว่าชีวิตยังมีความหวังเสมอ
เช่นเดียวกับสมาชิกเงินกู้ทั้งหลายที่หวังเพียงแค่การได้ปลดหนี้ กลับมามีชีวิตปกติธรรมดาๆ และเริ่มเก็บเงินเก็บทอง เพื่อชีวิตบั้นปลาย นั่นก็เพียงพอแล้ว
ไม่นานมานี้ ผมดีใจที่หน่วยงานของผมเป็นส่วนหนึ่งของการเติมฝันเล็กๆ ของพวกเขาได้สำเร็จ อย่างน้อยก็เริ่มจุดประกายความหวังให้สมาชิกสินเชื่อเริ่มวางแผนการเงิน รู้จักจัดการกับชีวิต เรียนรู้การทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างง่ายๆ ผ่านการสัมมนาที่เอื้อเฟื้อสถานที่โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ
เพราะเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคม องค์กรย่อมต้องมีความรับผิดชอบเป็นธรรมดา อะไรทำได้ก็ต้องทำ ไม่ต้องให้ใครบอก หลักใหญ่ไม่ได้อยู่ที่การสร้างภาพลักษณ์ แต่เป็นความรู้สึกลึกๆ ที่มาจากใจ
ที่สำคัญ เราไม่ได้ให้แค่ “เงินกู้” แต่หมายถึง “การให้คุณภาพชีวิต” ที่ดีตลอดการเป็นสมาชิก
การสัมมนาเป็นไปอย่างสนุกสนาน ต้องชื่นชมวิทยากรที่เก่ง มีความสามารถ พูดเรื่องเครียดๆ ให้ฟังดูสบาย รื่นหู ไม่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าการวางแผนชีวิตเป็นเรื่องน่าเบื่อ และไกลตัวเกินไป
งานนี้มีคนมาร่วมหลากอายุ หลายกลุ่มอาชีพ สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนให้ความสำคัญ
ไม่มีอะไรยาก ถ้าตั้งใจจริง และคิดจะเปลี่ยนแปลง
ตลอดสองชั่วโมง ผมสะดุดหูอยู่หลายประโยค เอามาเป็นน้ำจิ้มให้ได้ขบคิดตามกัน…
ออมก่อนใช้ ไม่ใช่ใช้แล้วค่อยออม อันนี้เตือนสติได้ดีจริงๆ หลายคนตั้งใจดี แต่ปฏิบัติไม่ถูก เอาการใช้เป็นที่ตั้ง กะว่าเหลือเท่าไหร่จะเก็บเท่านั้น ทำให้ทุกเดือนไม่เหลือพอให้ออม ต้องเปลี่ยนใหม่ คิดกลับข้าง เงินเดือนได้มา กันไว้เก็บเลย เหลือเท่าไหร่ค่อยใช้ อย่างนี้ถึงจะถูก
ถ้าควบคุมไม่ได้ อย่าคิดสมัครบัตรเครดิต บัตรพลาสติกต้องใช้ให้เป็น ถึงจะเกิดประโยชน์ ใช้ไม่ถูกรังแต่จะเกิดโทษ เพราะเป็นการยืมเงินอนาคตมาใช้ก่อน แล้วผ่อนทีหลัง คนใช้จึงต้องมีสติกำกับ ดูกำลังความสามารถ ประเมินตัวเองในการผ่อนชำระด้วย
อยู่กับปัจจุบัน แต่วางแผนเพื่อชีวิตหลังเกษียณ หลักง่ายที่สุด ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่ต้องวางแผนระยะยาว หลังอายุหกสิบคิดเลยว่าจะอยู่ต่ออีกกี่นาน ถ้าอายุเฉลี่ยเจ็ดสิบ และทุกเดือนต้องใช้สองหมื่น เท่ากับว่าต้องมีสักสองล้านสี่แสนในสิบปีสุดท้าย
ผมพลอยคิดต่อว่า ก่อนบั้นปลายต้องตั้งธงปลดหนี้ให้หมด แม้กระทั่งหนี้บ้านที่มี คงไม่สนุกถ้าต้องหาเงินผ่อนบ้านตอนเรี่ยวแรงไม่มี เวลาสุดท้ายเก็บไว้ปฏิบัติธรรม เตรียมใจคืนสู่ธรรมชาติน่าจะดีกว่า
ยังมีแนวคิดดีๆ อีกหลายอย่างจากการสัมมนาครั้งนี้ที่ผมสัญญาว่า ถ้ามีโอกาสจะพยายามสอดแทรกผ่านคอลัมน์นี้ให้เป็นประโยชน์ เอาไปปรับใช้เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
งานวันนั้นจบลงด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุขของสมาชิก ผมเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังระคนกับความตั้งใจจริงของหลายคนที่จะเริ่มต้นวางแผนการใช้เงินอย่างเอาจริงเอาจัง
หวังแต่เพียงว่าอย่าได้เป็นไฟไหม้ฟาง โดยไม่ได้ต่อยอดให้สำเร็จ เพราะเมื่อเริ่มจุดประกายไฟแล้ว
ต้องรีบต่อให้ติด ก่อนที่กระแสลมจะพัดความตั้งใจดีๆ ให้มอดไป
ไม่มีคำว่า “สาย” สำหรับวันพรุ่งนี้
อยู่ที่เราพร้อมที่จะเปิดเกมรุกแล้วหรือยัง ?
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์



