ข่าว

ร่างทรงลักขูดทององค์พระอายุกว่า300ปี

ร่างทรงลักขูดทององค์พระอายุกว่า300ปี

18 ก.ย. 2555

ร่างทรงแสบบุกเข้าวัดดัง อ.ป่าโมง จ.อ่างทอง ลักลอบขูดทององค์พระเก่าแก่อายุ กว่า 300 ปี

               เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 กันยายน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเรื่องจากชาวบ้านใน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ว่ามีคนซึ่งอ้างว่า เป็นร่างทรงของหลวงพ่อพุทธรำพึง มาลักลอบขูดทองที่องค์หลวงพ่อพุทธรำพึงที่ตั้งอยู่ภายในวิหาร ของวัดถนนสุธาราม ใน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางวัดและชาวบ้านแล้วหายไป

              ทั้งนี้ หลังจากรับแจ้งผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่วัดถนนพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ภ.จว.อ่างทอง บริเวณวัดถนนก็พบกับชาวบ้านประมาณ 30 คนรวมตัวกัน ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อไม่กี่วันมานี้มีกลุ่มคนประมาณ 4-5 คนหนึ่งในนั้นอ้างว่าเป็นร่างทรงหลวงพ่อพุทธรำพึง นำละครมาแก้บน ที่วัดเป็นเวลา 3 วัน พอตกวันที่ 2 ก็ลงมือลักลอบทำการขูดทองที่องค์หลวงพ่อ ซึ่งตั้งอยู่ในวิหารโดยไม่มีใครรู้ หลังจากนั้นก็เขียนจดหมายทิ้งไว้ และฝากเณรไปให้กับเจ้าอาวาส โดยข้อความในจดหมายระบุว่า ห้ามไม่ให้ผู้ใดนำทองมาปิดที่องค์หลวงพ่อ เพราะเกรงว่าจะไม่ใช่ทองคำ 100% ถ้าตนทำได้จะบริจาคเงินให้กับทางวัด ปีละ 50,000 บาท โดยจะมีการทำสัญญา ระบุชื่อผู้เขียน นายมงคล อินทร์อารีย์ ทางเจ้าอาวาสเมื่อได้รับจดหมาย จึงเรียกประชุมคณะกรรมการวัด ทุกคนต่างลงความเห็นว่าไม่เห็นด้วย และเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เมื่อชาวบ้านทราบเรื่องต่างไม่พอใจ ทางวัดจึงได้ปิดป้ายประกาศห้ามบุคคลใดๆมากระทำการใดๆก่อนได้รับอนุญาตตามจุดต่างๆภายในวัด พร้อมกับเข้าแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าโมก บันทึกเป็นหลักฐาน และจัดเวรยามเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลดังกล่าวเข้ามาในวัดอีก และชาวบ้านอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามกลุ่มบุคคลดังกล่าวว่าทองที่ขูดไปนั้นอยู่ที่ไหนและให้ดำเนินคดี เมื่อตรวจสอบรอบองค์พระพบๆเพียงแค่เศษทองตกหล่นอยู่ที่พื้นจำนวนไม่มาก

               ด้าน พระอธิการวิเชียร สุมฺงคโล เจ้าอาวาสวัดถนน พร้อมกับนางกรรณิการ์ ยิ่งมานะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เล่าว่าเมื่อ 3 ปี ก่อนกลุ่มคนดังกล่าวเคยเข้ามาที่วัด และอ้างว่า เป็นร่างทรงของหลวงพ่อ จะเข้ามาบูรณะองค์หลวงพ่อ ตอนนั้นทางเจ้าอาวาสองค์เก่าซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้วอนุญาตเพราะเห็นว่า จะมาบูรณะองค์หลวงพ่อ ณ ตอนนั้น ลักษณะของหลวงพ่อทั้งองค์ถูกปิดทองจนหนา สะสมกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนผิวมีลักษณะนุ่มเหมือนเนื้อคน ซึ่งเกิดจากการทับถมของแผ่นทองเปลวที่ชาวบ้านนำปิดกราบไว้บูชา กลุ่มคนดังกล่าวก็ทำการขูดออกทั้งหมดจนเห็นเนื้อไม้ และทำการหล่อทองให้ใหม่ แต่ที่เป็นข้อสงสัยกับชาวบ้านคือ ทองที่ขูดได้ไปไหนเมื่อถามก็บอกว่าเอาไปทิ้งแต่ชาวบ้านไม่เชื่อเพราะทองที่ขูดออกมามันมีมูลค่าสามารถนำไปขายได้และมีจำนวนมากจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะนำไปทิ้ง และยังมีการสั่งห้ามไม่ให้ชาวบ้านมาปิดทองที่องค์พระ แต่ทางวัดและชาวบ้านไม่เห็นด้วยและไม่ปฏิบัติตาม จึงมีการปิดทองตามปกติ หลังจากนั้นเมื่อต้นเดือนนี้กลุ่มคนดังกล่าวก็กลับมาอีกครั้ง และก็ทำเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาแต่ครั้งนี้ไม่ได้แจ้งกับทางวัดก่อนที่จะมาทำการขูด แต่แจ้งเมื่อทำการขูดทองที่องค์พระแล้ว ชาวบ้าน เมื่อทราบข่าวต่างไม่พอใจรวมตัวกัน ต่อต้านเพราะเห็นว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม

               พระอธิการวิเชียร กล่าวต่อว่า สำหรับวัดถนนวัดนี้สร้างราว พ.ศ. 2323 ในสมัยกรุงธนบุรี ภายในวัดมีพระยืนขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐานอยู่ในวิหารนามว่า หลวงพ่อพระพุทธรำพึง เป็นพระพุทธรูปองค์ยืน สูง 2 เมตร แกะด้วยไม้แก่นจันทร์ กว่า มีอายุกว่า 300 ปี ปางรำพึง และเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านมานานหลายชั่วอายุคน ประวัติเล่าว่า มีแพลอยน้ำมาหน้าวัด และไม่ยอมลอยน้ำต่อไป พระทองอยู่ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในสมัยนั้น ลงไปดูพบว่าในแพมีพระทำด้วยไม้แกะสลัก ต้องทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระแกะสลักองค์นี้ขึ้นมา คนที่ไปกราบไหว้บูชาจะเสี่ยงโชค ขอพรให้ตั้งไข่ที่หน้าหลวงพ่อ ถ้าใครตั้งไข่ได้ แสดงว่ามีโชคลาภ ดวงดี ถ้าใครตั้งไข่ไม่ได้ ก็แสดงว่าไม่มีดวง ถ้าจะแก้บนสิ่งที่ทำนายคือให้แก้บนด้วยไข่ต้ม ละครและพวงมาลัย

              ด้านพ.ต.ท.กฤศ จันทร์สว่าง รองผกก.สส.กก.ภ.จว.อ่างทอง กล่าวว่า หลังจากเข้าตรวจสอบพบว่ามีการขูดทองที่ชาวบ้านนำมาปิดเพื่อบูชาไปหมดเกือบทั้งองค์ สำหรับเหตุผลที่นำไปนั้นคาดว่าน่าจะนำไปขายเพราะสามารถนำไปหลอมเป็นทองคำแท้ได้หรือทำวัตถุมงคลอย่างไรก็ตามจะตามตัวร่างทรงพร้อมพวกมาสอบสวนซึ่งหากผิดกฏหมายก็จะส่งให้พนักงานสอบสวนในท้องที่ดำเนินคดีต่อไป