ข่าว

มติครม.ตั้ง'วิเชียร'เป็นปลัดคค.

มติครม.ตั้ง'วิเชียร'เป็นปลัดคค.

18 ก.ย. 2555

ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง "วิเชียร" เป็นปลัดคมนาคม "ภราดร" ขึ้นเลขาสมช. ขณะที่โยก "พนิตา" อดีตปลัดพม. นั่งปลัดศธ. เด้ง "ศศิธารา" ไปเลขาสกศ.ด้านนายกฯ ชู ”วิเชียร” เหมาะนั่งปลัดคมนาคม

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 18 ก.ย. 55  น.ส.ศันสนีย์ นาคพงษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยมติครม. ในส่วนของการแต่งตั้งว่า ครม.มีมติเห็นชอบให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็นปลัดคมนาคม ที่ตำแหน่งว่างอยู่ ส่วนตำแหน่งเลขาธิการสมช.นั้น ครม.เห็นชอบให้ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร รองเลขาธิการสมช.ขึ้นมาเป็นเลขาธิการสมช. ขณะที่ กระทรวงศึกษาธิการ ครม.เห็นชอบให้นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ และอดีตปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาเป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และโยกนางศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาฯ ไปเป็นเลขาธิการสภาการศึกษา นอกจากนั้นยังมีการแต่งตั้งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขอีกหลายตำแหน่ง
 

แต่งตั้ง"ชัชวาล"นั่งอ.กรมทางหลวง-"โภคพิบูลย์"เลขาฯป.ป.ท.


           นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงเพิ่มเติมว่า  ที่ประชุมครม.ได้อนุมัติแต่งตั้ง นายชัชวาล บุญเจริญกิจ จากรองปลัดระทรวงคมนาคม เป็นอธิบดีกรมทางหลวงและอนุมัติแต่งตั้ง พ.ต.อ.โภคพิบูลย์ โปตระนันทน์ จากอธิบดีกรมคุมประพฤติ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.)  

 

แต่งตั้งโยกย้ายขรก.หลายกระทรวง
 
           นายอนุสรณ์  แถลงต่อว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการในส่วนกระทรวงการต่างประเทศ จำนวน 4 ราย ได้แก่ 1.นายรัชนันท์ ธนานันท์ อธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ สาธารณรัฐฟินแลนด์ 2. นายวรเดช วีระเวคิน กงสุลใหญ่ (นักบริหารการทูต ระดับต้น) สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง มาเลเซีย ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย แทนนายรัชนันท์ ธนานันท์ 3. นายภาสกร ศิริยะพันธุ์ อธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมเอเชียตะวันออก ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต (นักบริหารการทูต ระดับสูง) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย แทนนายธนาธิป อุปัติศฤงค์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 4. นายดำรง ใคร่ครวญ รองอธิบดี (นักบริหาร ระดับต้น) กรมสารนิเทศ ดำรงตำแหน่งอธิบดี กรมเอเชียตะวันออก สืบแทนนายภาสกร ศิริยะพันธุ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

            กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 8 ราย ได้แก่ 1.นายสุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดี (นักบริหาร) ประเภทบริหาร ระดับสูง กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร) ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวง 2.นายบุญชัย สมบูรณ์สุข อธิบดี (นักบริหาร) ประเภทบริหาร ระดับสูง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ (นักบริหาร) ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 3.นายอภิชัย มงคล รองปลัดกระทรวง (นักบริหาร) ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง) ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวง

            4. นายสมชัย นิจพานิช รองปลัดกระทรวง (นักบริหาร) ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร) ประเภทบริหาร ระดับสูง กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 5. นายวชิระ เพ็งจันทร์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง) ประเภทบริหารระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร) ประเภทบริหาร ระดับสูง กรมสุขภาพจิต 6. นายเจษฎา โชคดำรงสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง) ประเภทบริหารระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร) ประเภทบริหาร ระดับสูง กรมอนามัย

            7. นาวาอากาศตรี บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง) ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร) ประเภทบริหาร ระดับสูง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 8.นายชาญวิทย์ ทระเทพ นายแพทย์ (ด้านพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข) ประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ กลุ่มที่ปรึกษาระดับกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร) ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวงทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

            ส่วนกระทรวงคมนาคมได้แก่ 1. พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ โอนย้ายไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม 2.นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ รองปลัดกระทรวงคมนาคม โอนย้ายไปดำรงตำแหน่งอธิบดี กรมทางหลวง

            ส่วนกระทรวงยุติธรรมจำนวน 2 ราย 1.พันตำรวจเอกโภคพิบูลย์ โปตระนันทน์ อธิบดี (บริหาร ระดับสูง) กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ (บริหารระดับสูง) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐกระทรวงยุติธรรม) 2. นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล ผู้ตรวจราชการกระทรวง (บริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (บริหาร ระดับสูง) กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เพื่อทดแทนตำแหน่งผู้ครองตำแหน่งอยู่เดิมโอนไปดำรงตำแหน่งทดแทนตำแหน่งที่เกษียณอายุราชการ และเพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียนการปฏิบัติราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

            ส่วนกระทรวงศึกษาธิการจำนวน 2 ราย ได้แก่ 1.นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษา (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ 2. รับโอน นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประชุมครม. นายกรัฐมนตรี ได้เชิญตัวแทนชมรมสื่อมวลชนสายการศึกษาที่ยื่นจม.เปิดผนึกเมื่อช่วงเช้า เรียกร้องให้พิจารณาการทำงานของนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เข้าพบ เพื่อรับทราบข้อเท็จจริง และหลังจากนั้น ตัวแทนชมรมฯ จะเดินทางไปสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือต่อนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี นายกสมาคมเพื่อให้ดำเนินการต่อไป

 

“ พนิตา“ข้ามห้วยนั่งปลัด ศธ.

                การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 ก.ย. มีมติเห็นชอบให้นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีมาเป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมให้ น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณงรค์ ปลัด ศธ.ไปเป็นเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) แทนนายอเนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ อดีตเลขาธิการสกศ.ที่ไปรับตำแหน่งผู้อำนวยการ บมจ.อสมท. น.ส.ศศิธารา ให้สัมภาษณ์ว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นการปรับเปลี่ยนตามธรรมดาของผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงขณะที่ ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศธ.ก็ต้องการให้ตนซึ่งช่วยงานมาหลาย ๆเรื่องในตำแหน่งปลัด ศธ.แล้ว ทั้งเรื่องครบรอบ 1 ปี ศธ. และทำงานในเรื่องนานาชาติได้ไปคุมงานยูทธศาสตร์และนโยบายที่สกศ. เพราะต่อไป รมว.ศธ.อยากให้ความสำคัญเรื่องแผนงานและนโยบาย โดยเฉพาะ 31 นโยบายที่ รมว.ศธ.ได้แถลงไว้จึงน้อมรับตามมอบหมายให้ไปทำงานเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์ ที่ สกสศ.ซึ่งขณะนี้ยังมีอีกหลายเรื่องใน 31 นโยบายยังไม่ได้ดำเนินการ เช่นงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงการศึกษาเอกชนและอุดมศึกษาและจะต้องเพิ่มเติมอีกหลายอย่างเพื่อให้เป็นไปตามตามที่นายกฯได้แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎรเพราะฉะนั้นตนก็จะไปทำงานในเชิงยุทธศาสตร์ มากขึ้นโดยตนเองก็จะประสานงานกับนางพนิตา และจะมีพิธีมอบงานกันในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เวลา10.00 น.

             “ต้องขอบคุณ รมว.ศธ.ที่ให้ความไว้วางใจ และชื่นชมตลอดเวลาที่ดิฉันทำงานในฐานะปลัดศธ.และขอตอนรับ นางพนิตา ซึ่งมีความคุ้นเคยกันอย่างดีเพราะเคยเรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร( วปอ.) รุ่นเดียวกันจึงมีความสนิทสนมคุ้นเคย เชื่อมั่นว่านางพนิตาซึ่งเคยเป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)จะสามารถทำงานที่ศธ.ได้อย่างสบาย โดยนางพนิตาจะมีวาระการดำรงตำแหน่งกว่าจะเกษียณอายุราชการในอีก 1 ปี ซึ่งในช่วงระยะเวลา 1ปีนี้ ศธ. ก็ยินดีตอนรับ และเชื่อว่าเราจะทำงานร่วมกันทั้ง 5 องค์กรหลักได้อย่างดีอยากบอกเพื่อนชาวศธ.ว่าอย่าน้อยใจไปเลย เราอยู่ในตำแหน่งระดับสูงการหมุนเวียนการทำงานเป็นเรื่องธรรมดา ดูอย่างพลตำรวจเอกวิเชียร พจโพธิ์ศรีเป็นตำรวจก็ยังไปอยู่กระทรวงคมนาคมได้ ”ปลัดศธ.กล่าว

              ปลัด ศธ.ยืนยันว่า การโยกย้ายครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีการทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษาและไม่มีความขัดแย้งระหว่างตนกับ รมว.ศธ.แน่นอน เมื่อคืนวันที่ 17 กันยายนตนก็ประชุมอยู่กับศ.ดร.สุชาติ จนค่ำเพื่อดูแลเรื่องนี้ เป็นคนช่วยพิมพ์เอกสารเองเมื่อเช้าก็เอาเอกสารไปยื่นที่ครม.เอง จริง ๆเพราะฉะนั้นไม่มีความขัดแย้งหรือมีข้อสงสัยอะไรทั้งสิ้น ทั้งนี้คำสั่งแต่งตั้งจะมีผลอย่างเป็นทางการวันที่ 1 ต.ค.นี้

             ด้านนางพนิตา ให้สัมภาษณ์ว่า งานพม.มีพื้นฐานงานด้านสังคมครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเดียวกับกระทรวงศึกษาธิการเช่นกันจึงน่าจะเรียนรู้และทำได้ไม่ยาก โดยเพียงนำหัวใจของกลุ่มเป้าหมายนั้นๆเป็นตัวตั้งเพื่อเรียนรู้และเข้าใจเอาใจเขามาใส่ใจเราเพื่อเรียนรู้ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายนั้นๆและการบริหารงานตนยึดหลักความเมตตาธรรมมากกว่าอำนาจ จะไม่ทำอะไรที่ผิดระเบียบผิดกฎหมาย ซึ่งรวมถึงไม่สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำในสิ่งที่ไม่ถูก จึงขอให้สบายใจทั้งนี้โดยพื้นฐานของการทำงานที่พม.ที่เป็นทั้งนักบริหารและนักพัฒนาสังคม รวมทั้ง 1ปีที่ยังมีอายุราชการเหลืออยู่จะทำงานให้คุ้มค่ากับที่รัฐบาลให้ตนมาพักอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำถึง 4 เดือน 20 วัน

             นางพนิตา กล่าวว่า ตั้งใจอยากทำงานการศึกษามากมายแต่เนื่องจากโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการที่แยกเป็นแท่งและมีความเป็นอิสระจึงต้องอาศัยหลักการประสานงานโดยเฉพาะสิ่งที่ตนอยากทำมากที่สุดคือการสร้างเยาวชนพันธุ์ใหม่ที่เห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตนเพราะเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาบุคลากรชาติในอนาคตจึงอยากให้มีการบรรจุให้เด็กไทยทุกคนเรียนรู้ความเป็นจิตอาสาจิตสาธารณะไว้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่หากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่สามารถดำเนินการได้คล่องตัวก็อาจจะอาศัยสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจกรรมนักเรียนภายใต้สำนักงานปลัดกกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการ

            "นอกจากนี้ตนอยากเห็นนักศึกษาอาชีวะมอบดอกไม้ให้กับชุมชนแทนอาวุธหรือการจับอุปกรณ์การเรียนมาเป็นอาวุธก่อเหตุทะเลาะวิวาทโดยอาจจะประสานให้นักศึกษาอาชีวะเข้าไปช่วยเหลือชุมชนด้านต่างๆทั้งการซ่อมแซมบ้านเรือน อุปกรณ์ รวมทั้งร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความภาคภูมิใจกับความเป็นนักศึกษาอาชีวะกับชุมชนอย่างไรก็ตามหลังโปรดเกล้าฯ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการคงต้องเข้าพบรมว.และรมช.ศึกษาธิการเพื่อขอทราบแนวทางการทำงานก่อน" นางพนิตา

 

 นายกฯ ชู ”วิเชียร” เหมาะนั่งปลัดคมนาคม

            น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ครม.มีมติแต่งตั้งพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม ว่า ก็ต้องถามทางกระทรวงคมนาคม แต่ตนมองว่า พล.ต.อ.วิเชียร เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และอยู่ทางด้านวิชาการ อีกทั้งกระทรวงคมนาคมต้องทำงานสัมพันธ์ในพื้นที่ ซึ่ง พล.ต.อ.วิเชียร ผ่านงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็น่าจะประสานในพื้นที่ได้ดี