ข่าว

 'คณิต'วอน'แม้ว'ยุติบทบาทการเมือง

'คณิต'วอน'แม้ว'ยุติบทบาทการเมือง

17 ก.ย. 2555

“ภริยาพล.อ.ร่มเกล้า” ชื่นชม “ผลสรุปคอป.” เชื่อทำงานอิสระ-เป็นธรรมกับทุกฝ่าย หวังนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน คอป.ร่ายยาวรายงานฉบับเต็มสั่งลา "คณิต"วอน“ทักษิณ”ต้องเสียสละยุติบทบาทการเมืองทำได้เทียบชั้น“ปรีดี”

            17ก.ย.2555 นางนิชา หิรัญบุรณะ ธุวธรรม ภริยาพล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม นายทหารที่เสียชีวิตจากการกระชับพื้นที่ บริเวณสี่แยกคอกวัว กล่าวถึงผลสรุปรายงานผลการตรวจสอบของ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ว่า รับได้กับผลสรุปที่ออกมาและรู้สึกชื่นชมการทำงานภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ เพราะในภาพรวมพยายามหาข้อมูลและรายละเอียด นำมาเปิดเผยต่อสาธารณะได้รับทราบอย่างกว้างขวาง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและเท่าที่ดูก็ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่ผ่านมาตนมีโอกาสเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคอป. ก็เชื่อว่าทำงานอย่างเป็นอิสระ แต่หลังจากที่มีการเผยแพร่ข้อเท็จจริงแล้ว รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

              ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าคนที่ถูกพาดพิงในรายงานฉบับนี้ ควรที่จะเปิดใจกว้างรับฟังหรือไม่ นางนิชา กล่าวว่า คงไปตอบแทนได้ยาก แต่ส่วนตัวคาดหวังว่าจะทำให้ข้อเท็จจริงนำ ไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน และส่วนไหนที่คิดว่าจำเป็นต้องพิสูจน์ก็ต้องพิสูจน์ต่อไป


คอป.ร่ายยาวรายงานฉบับเต็มสั่งลา

              ทั้งนี้เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมเมอร์เคียว ฟอร์จูน รัชดา คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธานได้แถลงผลรายงานฉบับสมบูรณ์จำนวน 276 หน้า (ไม่รวมภาคผนวก) ที่คอป.ได้ทำการศึกษาตลอดระยะเวลาการดำเนินการ 2 ปี ทั้งนี้รายงานดังกล่าวได้ตรวจสอบและค้นหาความจริงในเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 โดยแบ่งเป็นเหตุการณ์เฉพาะกรณีจำนวน10เหตุการณ์ อาทิ เหตุการณ์ความรุนแรงที่สถานีดาวเทียมไทยคม เมื่อวันที่9เมษายน 2553 เหตุการณ์ความรุนแรงวันที่10เมษายน 2553 เหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณสวนลุมพินี-สีลม-ถนนพระราม4 บ่อนไก่ โดยแบ่งเป็นเหตุการณ์ก่อนการปิดล้อมพื้นที่และเหตุการณ์ช่วงการปิดล้อมพื้นที่ระหว่างวันที่13-18พฤษภาคม2553 เหตุการณ์บริเวณวัดปทุมวนารามเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 เป็นต้น

              โดยรายงานส่วนหนึ่งยืนยันยันว่าชายชุดดำมีอยู่จริง และมีการพบการปรากฎตัวของคนชุดดำพร้อมอาวุธสงคราม5คนอยู่ในที่ชุมนุม ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ใกล้ชิดกับพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล  (เสธ.แดง) และผู้สื่อข่าวต่างประเทศคนหนึ่งพบเห็นบุคคลกลุ่มดังกล่าวถืออาวุธ โดยมีผู้พบเห็นรถตู้สีขาวขนคนชุดดำพร้อมอาวุธสงครามมาส่งบริเวณใกล้ที่ชุมนุมโดยมีการ์ดนปช.คอยห้อมล้อม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารเองก็มีการใช้กำลัง มีการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ใช้ในสงครามออกปฏิบัติการ อาทิ รถสายพานลำเลียง กระสุนจริง ปืน การโปรยแก็สน้ำตา ซึ่งทำให้ผู้ชุมนุมตอกย้ำความไม่ไว้วางใจระหว่างกัน

              นายสมชาย หอมลออ กรรมการคอป. กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบเหตุรุนแรงมีผู้เสียชีวิต 92 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 8 คน ตำรวจ 2 คน ที่เหลือเป็นผู้ชุมนุม ไม่รวมคดีการเสียชีวิต 3 ศพ ที่สมานเมตตาแมนชั่น โดยทั้ง 92 คน มีหลักฐานเสียชีวิตเพราะชายชุดดำ 9 คน แยกเป็นทหาร 6 ตำรวจ 2 คน และกลุ่มคนรักษ์สีลม 1 คน โดยเหตุการณ์ที่นำไปสู่ความสูญเสียมากที่สุดที่แยกคอกวัว และถนนดินสอ มีผู้เสียชีวิต 26 คน เป็นพลเรือน 21 คน รวมสื่อต่างประเทศ และทหาร 5 คน บาดเจ็บรวมกว่า 864 คน ในจำนวนนี้เป็นทหารที่บาดเจ็บกว่า 300 คน ทั้งนี้พบหลักฐานชายชุดดำ คือบุคคลที่ไม่ทราบฝ่ายแน่ชัด ไม่ประกาศตัวชัด แต่ใช้อาวุธสงครามโจมตีเจ้าหน้าที่ทั้งก่อนและหลัง 10 เม.ย. 2553 จากหลักฐานกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ พบมีการใช้ เอ็ม 79 และปืนเล็กยาวยิงใส่เจ้าหน้าที่ด้วย โดยการเสียชีวิตของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม พบว่าเสียชีวิตเพราะระเบิดเอ็ม 67 ไม่ใช่กระสุนปืนอย่างที่เคยมีการระบุ

ติงศอฉ.ไร้การประเมินคำสั่งมั่วนิ่มใช้กระสุนซ้อม

              นายสมชาย กล่าวต่อว่า ในส่วนรัฐก็พบความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะ ศอฉ.ไม่มีระบบการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่ออกไปปฏิบัติการ นอกจากรอรับรับรายงานตามสายบังคับบัญชา ไม่มีการประเมินผลว่าคำสั่งปฏิบัติการจะมีผลอย่างไรกับผู้ชุมนุม ทำให้ผู้บริหารบางคนยังเข้าใจว่าไม่มีการใช้กระสุนจริง ทั้งที่จริงมีการใช้กระสุนจริงในการปฏิบัติการทั้งการยิงขึ้นฟ้า และยิงหันไปทางผู้ชุมนุม รวมถึงการสั่งให้ผลแม่นปืนประจำการอยู่ในที่ต่างๆด้วย

 เสนอทางสร้างปรองดอง

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้รายงานยังได้เสนอแนะแนวทางการสร้างความปรองดองในประเด็นสำคัญๆทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว รวม 14 ด้าน อาทิ การสร้างความปรองดองที่ยั่งยืน ระยะเร่งด่วนทุกฝ่ายต้องยุติการดำเนินการที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง และทำลายบรรยากาศของการสร้างความปรองดอง ไม่นำความจริงที่คอป.เปิดเผยไปขยายผลให้เกิดความขัดแย้งบานปลาย หรือเปิดประเด็นโต้แย้งใหม่ ระยะกลาง คือ ทุกฝ่ายต้องเปิดใจกว้างรับฟังความเห็นแตกต่าง เคารพสิทธิ เสรีภาพและรัฐต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ส่วนในระยะยาว จะต้องส่งเสริมการเรียนรู้ และทำความเข้าใจรากเหง้าของความขัดแย้ง เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไข


เตือนระวังนิรโทษกรรมเร่งด่วน

              ด้านการนำหลักความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านมาใช้ โดยรัฐจะต้องนำผู้กระทำผิด เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแต่ต้องให้ความเป็นธรรม และมีการเยียวยาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง และให้ครอบคลุมความเสียหายในทุกด้าน  และหากจะมีการนิรโทษกรรม ต้องมีความระมัดระวังอย่างสูง โดยการกำหนดความผิดและเงื่อนไขอย่างชัดเจนและเจาะจง แยกแยะลักษณะการกระทำของบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ด้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นว่ารัฐยังไม่ควรเร่งรัดกระบวนการโดยต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ด้านสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทุกฝ่ายต้องยุติการกล่าวอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อประโยชน์ในทางการเมืองและยกย่องเทิดทูนให้อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง


ขอสื่อหยุดกระตุ้นความเกลียดชัง

              ขณะที่บทบาทของสื่อมวลชนจะต้องยุติการนำเสนอประเด็นที่ปลุกเร้าและกระตุ้นให้เกิดความเกลียดชัง ระมัดระวังและรับผิดชอบต่อสังคมโดยนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องครบถ้วน รอบด้าน พร้อมกันนี้องค์กรสื่อวิชาชีพต้องทำหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการต่อสื่อที่กระทำผิดจริยธรรมอย่างจริงจังด้วย


ทุบโต๊ะทหารต้องเลิกปฏิวัติ

              ส่วนบทบาทของกองทัพและผู้นำกองทัพต้องวางตัวเป็นกลางและไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่ก่อการรัฐประการและไม่แทรกแซงทางการเมืองอย่างเคร่งครัดไม่ว่าในหนทางใด โดยสังคมต้องไม่เรียกร้องหรือสนับสนุนให้กองทัพเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง งดเว้นการใช้กำลังทหารแก้ไขความขัดแย้งทางการเมือง และการชุมนุมของประชาชนโดยเด็ดขาด


“คณิต”แจกเอกสารปมในใจ        

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของนายคณิต ในฐานะประธานคอป.ยังได้แจกสารซึ่งเป็นการแสดงความในใจตลอดระยะเวลาการทำหน้าที่เป็นประธานคอป.โดยได้เสนอว่าการที่จะให้บ้านเมืองมีความสงบและสันติ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องยุติบทบาททางการเมือง และรัฐบาลต้องทำเรื่องการหักดิบกฎหมายให้มีความกระจ่าง โดยใช้กระบวนการยุติธรรม เพื่อลบความเคลือบแคลงและสร้างความเชื่อมั่นว่าอดีตนายกรัฐมนตรี และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีความสุจริตในเรื่องดังกล่าว  ส่วนการร้องศาลอาญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองและการฆ่าตัดตอนจากนโยบายปราบปรามยาเสพติด เห็นว่าหากปล่อยให้ศาลอาญาระหว่างประเทศเข้ามาดำเนินการเสียเอง จะเป็นการเสียเกียรติภูมิของประเทศ   อย่างไรก็ตามขอให้รัฐบาลตระหนักถึงการดำเนินการกับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่หลบหนีคดีการทุจริตไปอยู่ที่ต่างประเทศ


บอก“ทักษิณ”ต้องเสียสละทำได้เทียบชั้น“ปรีดี”

              กระทั่งเมื่อเวลา 16.20น.นายคณิต ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเสนอแนะให้พ.ต.ท.ทักษิณเสียสละ ด้วยการยุติบทบาททางการเมือง ว่า ในอดีตนายปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่มีอะไรติดตัว ซึ่งช่วงที่ตนได้ศึกษาที่ประเทศเยอรมนี ยังเคยเชิญนายปรีดี ไปร่วมชุมนุมนักศึกษา ซึ่งมีคำพูดหนึ่งของนายปรีดี ที่ยังจำได้ถึงขณะนี้ คือ สิ่งไหนที่พูดออกบอกได้ก็จะพูด สิ่งไหนที่พูดออกบอกไม่ได้ก็จะไม่พูด ซึ่งตนเชื่อว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่เป็นความลับไปกับการเสียชีวิตของนายปรีดี โดยมองว่า หากประเทศไทยมี State Man หรือ รัฐบุรุษ ที่พร้อมเสียสละ ก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ทั้งนี้ตนได้พูดจากประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่ได้เป็นการยกเมฆมากล่าวอ้างแต่อย่างใด ส่วนข้อเสนอแนะดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ จะยอมรับหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับพ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมยืนยันว่าข้อเสนอแนะ ได้ทำไปตามหน้าที่ ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งแต่อย่างใด

              ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงให้พ.ต.ท.ทักษิณ เสียสละฝ่ายเดียวแต่คู่ขัดแย้งของ พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีข้อเสนอต้องรับผิดชอบใดๆ นายคณิต กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องไปศึกษารายละเอียดในสารที่ตนได้มีข้อเสนอแนะ และจะพบว่าทำไมถึงเรียกร้อง เช่นเดียวกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ตนไม่กลัวว่าจะเป็นคู่ขัดแย้งคนใหม่กับพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะตนได้ทำทุกอย่างไปตามหน้าที่   อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราทำพ.ต.ท.ทักษิณ จะยอมรับหรือไม่ ตนมองว่า หากไม่ตอบรับ ก็ไม่เป็นเรื่องที่สูญเปล่า เพราะถือเป็นการศึกษาและเป็นประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้