
'ก่อแก้ว'เฮผลตัดสินคดี'พัน คำกอง'
"ก่อแก้ว" เชื่อกรณี "พัน คำกอง" เป็นแนวทางให้คดีอื่น ทบ.เคารพศาลชี้ทหารยิงแท๊กซี่แดงทำตามกม. พท.ท้าปชป.รีบยื่นถอด ปู-ปึ้ง โคทม แนะถอนลงมติร่างแก้รธน.วาระ 3
17ก.ย.2555 นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีศาลอาญามีคำสั่งคดีนายพัน คำกอง ชาวจ.ยโสธร อาชีพขับรถแท็กซี่แนวร่วมนปช.เสียชีวิตจากการปฎิบัติหน้าที่ของทหารตามคำสั่ง ศอฉ. ว่า การที่ศาลตัดสินเช่นนี้ เป็นการยืนยันในสิ่งที่พวกตนยืนยันมาโดยตลอดว่า เป็นการกระทำจากเจ้าหน้าที่
และจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ว่า เจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติหน้าที่คือใคร รับคำสั่งจากใคร แต่สุดท้ายก็จะไปอยู่จบที่ ผอ.ศอฉ.และนายกรัฐมนตรี และดีเอสไอก็ดำเนินการแจ้งความ ซึ่งคาดว่าจะไม่นานเกินรอ เพราะผู้สูญเสียรอมา 2 ปีแล้ว และถ้ามีการแจ้งความ ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สุดท้ายจะนำไปสู่การดำเนินคดี กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ.ศอฉ. ส่วนของเจ้าหน้าที่ ที่ปฎิบัติหน้าที่ ก็มีการคุ้มครองทางกฎหมายอยู่แล้ว
นายก่อแก้ว กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ทำให้รู้สึกสบายใจ ว่า ประเทศยังพึ่งพากระบวนการยุติธรรมได้ และจะง่ายต่อการตนในการห้ามคนเสื้อแดง ไม่ให้ไปต่อต้านนายอภิสิทธิ์ ในที่ต่างๆ เพราะเมื่อเข้าสู่กระบนการยุติธรรมก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม และถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้คนส่วนหนึ่งมีความพอใจ เห็นความถูกต้องของบ้านเมืองนี้ อย่างไรก็ตามคดีนี้น่าจะถือว่าเป็นแนวทางในคดีอื่นๆ เพราะในคดีอื่นๆ ก็มีลักษณะคดีนี้คล้ายกัน ที่เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงเชื่อว่าคดีที่มีลักษณะเดียวกัน ก็เกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐเช่นกัน
ทบ.เคารพศาลชี้ทหารยิง”แท๊กซี่แดง”ทำตามกม.
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ศาลชี้ ตามสิ่งที่ได้ไต่สวนว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐได้เป็นผู้ดำเนินการหรือไม่ หรือการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง เกิดจากเจ้าหน้าที่หรือไม่ ซึ่งทางทหารเคารพในการชี้ของศาล แต่ขั้นตอนต่อไปเป็นเรื่องที่ทางศาลจะต้องส่งสำนวนต่อไปทางอัยการ และอัยการจะส่งต่อไปยังพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกระบวนการต่อไป
“สิ่งหนึ่งที่กองทัพอยากชี้แจงทำความเข้าใจส่วนหนึ่ง คือ ต้องย้อนกลับไปดูถึงสาเหตุในกระบวนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ในขั้นต่อไปว่า ที่เกิดอย่างนั้น มีมูลเหตุมาจากอะไร เจ้าหน้าที่ทำตามกฏหมายอะไร แล้วพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าประกาศเป็นพื้นที่อันตรายที่ห้ามเข้าไปหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องระมัดระวังในการนำเสนอ เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อความรู้สึกของทุกฝ่าย อย่าลืมว่าในเหตุการณ์ที่ว่ามานี้ ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนอยากให้เกิด ในขณะเดียวกันผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต มีด้วยกันทุกฝ่าย” พ.อ.สรรเสรญ กล่าว
พท.ท้าปชป.รีบยื่นถอด “ปู-ปึ้ง”
นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการผอ.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมจะยื่นดำเนินคดีอาญาและถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ กรณีการคืนหนังสือเดินทางให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากขัดต่อระเบียบกระทรวงต่างประเทศว่า ไม่รู้สึกหนักใจอะไร ขอให้รีบยื่นเลย เราทำงานอย่างเดียว ไม่เล่นการเมืองอยู่แล้ว ขอให้พรรคประชาธิปัตย์เล่นการเมืองให้น้อยๆ หน่อย ปัญหาจะได้คลี่คลายได้
“โคทม”แนะถอนลงมติร่างแก้รธน.วาระ 3
ที่พรรคเพื่อไทยมีการประชุมของคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.291 โดยมีนายโภคิน พลกุล เป็นประธาน ทั้งนี้ ได้มีการเชิญนายโคทม อารียา ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และนายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฏหมายอิสระ มาให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย ซึ่งในระหว่างการหารือนั้น ช่วงหนึ่งได้อนุญาตให้สื่อเข้าบันทึกภาพบรรยากาศการประชุมได้ โดยนายโคทมได้เสนอให้ถอนญัตติการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ออกจากสภาฯ เพราะถ้าเดินต่อทางข้างหน้าก็เชื่อว่าไม่ใช่ทางที่ราบเรียบ ฝ่ายตรงข้ามก็จะบอกว่าเป็นการดำเนินการของพรรครัฐบาลฝ่ายเดียว ไม่ใช่ความร่วมมือของทุกฝ่าย ดังนั้นน่าจะถอนการลงมติวาระ 3 แล้วตั้งต้นใหม่ สำหรับการทำประชามตินั้น แนะนำให้ศึกษารัฐธรรมนูญมาตรา 165 อย่างรอบคอบ เพราะหลายฝ่ายยังเห็นไม่ตรงกัน อาจจะนำไปสู่การร้องศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยอีกได้
นายโคทม กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นที่ต้องมีการแก้ไขนั้น ส่วนตัวเห็นด้วยในหลายมาตรา เช่น มาตรา 237 ที่ว่าด้วยการยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปีด้วยการกระทำผิดของคนๆเดียว และมาตราที่ว่าด้วยกระบวนการสรรหาองค์กรอิสระที่ยังน่ากังวล เนื่องจากมีลักษณะของการคัดเลือกกันเองภายในกลุ่ม ถ่ายทอดรุ่นต่อรุ่นหรือภายในกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น ไม่มีความหลากหลายในสังคม ขณะที่นายวีรพัฒน์กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าสภาฯ ต้องเดินหน้าลงมติวาระ 3 แต่จะปล่อยให้ผ่านหรือตกนั้นให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสภาฯ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจวินิจฉัย
ต่อมาคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล แถลงผลการประชุม โดยนายโภคิน กล่าวว่า ผลการหารือนั้นมีความเห็นตรงกันว่า ต้องมีการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตัวแทนประชาชนเพราะรัฐธรรมนูญ 50 มีที่มาจากการรัฐประหาร บางมาตราขัดหลักนิติธรรม เช่น มาตรบ 237 ที่เห็นตรงกันว่าต้องแก้ไข แต่ยังเป็นปัญหาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตัวแทนประชาชนนั้น ประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่เข้าใจ ดังนั้นต้องเริ่มที่การรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญและเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระของประชาชน ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง ซึ่งระยะเวลาการรณรงค์ไม่น่าจะนานเกินไป น่าจะอยู่ที่ 2-3 เดือน ส่วนการลงมติวาระ 3 ส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ถึงอย่างไรก็ต้องมีการลงมติ แต่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยถือเป็นความรับผิดชอบของพรรคร่วมรัฐบาล สำหรับการทำประชามตินั้นมีความเห็นว่าต้องดำเนินการก่อนที่จะออกเป็นกฎหมายมาบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 24 ก.ย.นั้น จะเชิญนายสมชาย ปรีชา ศิลปกุล จากมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาหารือที่พรรคชาติไทยพัฒนาด้วย



