
ดอกเบี้ยเงินกู้...ได้เวลาแบงก์ปลดแอกตัวเอง
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ขอร้อง เรียกร้อง อ้อนวอน และกดดันธนาคารพาณิชย์ให้ลดดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เท่าที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์หลายแห่งก็แสดงความไม่พร้อม แต่ขณะเดียวกันก็มีการลดดอกเบี้ยเงินฝากเป็นขั้นเป็นตอน
ต่างคนต่างเริ่มที่จะดำเนินการตามความคล่องตัวของตัวเองแล้วครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เรียกผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ไปหารือเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ขอความร่วมมือยึดการปรับลดดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ตั้งแต่ธันวาคมปีที่แล้ว บอกว่า ลดลงมาแล้ว 2.5% แต่ธนาคารพาณิชย์ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงมาตามเพียง 1.19% และลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพียง 1.96% ปรากฏว่า อาทิตย์ที่ผ่านมานั้น มีธนาคารใหญ่ 4 แห่ง ทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แล้วครับ เป็นครั้งแรกที่ธนาคารพาณิชย์ยอมลดดอกเบี้ยเงินกู้เพียงขาเดียว ไม่แตะดอกเบี้ยเงินฝาก ก็ต้องถือว่า เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจครับ
ในภาวะเช่นนี้ ธนาคารพาณิชย์ซึ่งเดิมทีจะหารือกันก่อนผ่านสมาคมธนาคาร คล้ายๆ กับว่า ไปไหนไปด้วยกัน แต่ในภาวะเช่นนี้ นโยบายไปไหนไปด้วยกันเห็นทีจะไม่ได้แล้วครับ เพราะว่าการปรับลดดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้หรือเงินฝากนั้นมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และภาวะที่ไม่ปกติเช่นนี้ย่อมแปลว่า ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายจะมานั่งประชุมหารือกัน และประกาศขึ้นหรือลงดอกเบี้ยพร้อมๆ กัน ต้องถือว่า ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เพราะว่าธนาคารแต่ละแห่งนั้น มีสภาพ ประสิทธิภาพ และมีฐานของตลาดแตกต่างกันไป ฉะนั้นแต่ละธนาคารจึงควรจะปรับตามที่เหมาะสมกับตัวเอง และตามทิศทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อภาวะเช่นนี้ ธุรกิจระดับกลาง และระดับเล็ก จำเป็นต้องมีสภาพคล่อง มิฉะนั้นก็จะเกิดอาการสะดุด และเศรษฐกิจก็จะย่ำแย่
วิธีปฏิบัติที่ผ่านมาคือ การประชุมร่วมกันของธนาคารพาณิชย์ เพื่อเดินหน้าหรือถอยหลังพร้อมๆ กันนั้น จำเป็นต้องยุติครับ ต่อไปนี้ควรจะเป็นการแข่งขันโดยเสรี ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งควรปรับอัตราเงินฝากเงินกู้ตามแต่ความสะดวก และประสิทธิภาพ รวมไปถึงประเภทลูกค้าของตัวเอง ไม่จำเป็นแล้วครับ ที่จะต้องมองซ้ายมองขวาไม่กล้าข้ามถนน เพราะกลัวรถชน ขณะนี้แหละครับที่ต่างคนต่างต้องหาทางข้ามถนน บางคนอาจจะวิ่งข้ามไป บางคนเดินข้ามไป บางคนขึ้นสะพาน บางคนก็อาจจะต้องรอให้การจราจรเบาบางก่อนจึงกล้าเดินข้ามไป แต่ท้ายที่สุดทุกคนจะต้องกำหนดแนวทาง นโยบายของตัวเอง เพื่อความอยู่รอด และเพื่อได้ชื่อว่า เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาของบ้านเมืองครับ
สุทธิชัย หยุ่น



