ข่าว

ปชป.จี้'ปปช.-วุฒิสภา'เร่งถอน'ปู-ปึ้ง'

ปชป.จี้'ปปช.-วุฒิสภา'เร่งถอน'ปู-ปึ้ง'

17 ก.ย. 2555

ปชป. กัดไม่ปล่อย จี้ 'ปปช.-วุฒิสภา' เร่งรัดถอดถอน 'ปู-ปึ้ง' ผิดรธน.และกฎหมาย คืนพาสปอร์ต'ทักษิณ' หลังล่าช้ากว่า 7-8 เดือน จี้นายกฯตั้งกรรมการไล่บี้งบ'1.2 แสนล้าน'

               17 ก.ย.55 นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฏหมายพรรค กล่าวถึงกรณีรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ได้คืนหนังสือเดินทางให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า หลังมีการคืนหนังสือเดินทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ คณะทำงานฝ่ายกฏหมายได้ดำเนินการยื่นถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายสุรพงษ์ ออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. 55 พร้อมทั้งได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)เพื่อขอให้ดำเนินคดีอาญาและชี้มูลความผิดไปในวันที่ 23 ม.ค. 55 เพราะเห็นว่า การคืนหนังสือเดินทางให้กับบุคคลที่เป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีโทษจำคุกและมีคดีก่อการร้าย เป็นการกระทำละเมิดกฏหมาย ซึ่งเดิมรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้สั่งเพิกถอนพาสปอร์ต เป็นการกระทำป้องปรามที่ถูกต้องแล้ว แต่รัฐบาลนี้กลับดำเนินการสวนทางกัน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวในฐานะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้นำรัฐบาล นายสุรพงษ์ เป็นรมว.ต่างประเทศ ที่ควบคุมกำกับนโยบายและการดำเนินการในการออกพาสปอร์ต ได้ทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 275 ทำผิดกฏหมายอาญา มาตรา 157 ฐานะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โทษจำคุก 1-10 ปี ผิดมาตรา 189 ฐานช่วยเหลือผู้กระทำความผิดโทษจำคุก 2 ปีขึ้นไป ทำผิดระเบียบกระทรวงการต่างประเทศข้อ21(2) (4) ข้อ 23 (2) (7) คือไม่สามารถออกพาสปอร์ตให้ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ หรือมีคดีติดตัว หรือผู้ที่อยู่ในต่างประเทศที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติได้

              นอกจากนี้ ยังทำผิดประมวลจริยธรรมของนักการเมืองปี 2551 ข้อ 14 และข้อ 27 และพฤติกรรมดังกล่าวยังขัดต่ออนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้าย เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ มีส่วนสนับสนุนและถูกออกหมายจับในคดีก่อการร้าย ทั้งนี้หลังจากที่ได้ยื่นเรื่องมานานแล้วแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามกระบวนการอย่างล่าช้ากว่า 7-8 เดือน แต่เมื่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้วินิจฉัยและชี้มูลพฤติกรรม นายสุรพงษ์ และกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า ขัดต่อระเบียบและข้อกฏหมาย ตนจะได้นำสำเนาบันทึกคำวินิจฉัยชี้มูลของผู้ตรวจการไปยื่นเรื่องต่อประธานป.ป.ช.เพื่อขอให้เร่งรัดดำเนินคดีอาญากับบุคคลทั้งสอง ควบคู่ไปกับการยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้เร่งรัดดำเนินการถอดถอนบุคคลทั้ง 2 ให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ต่อไปโดยเร็ว และจะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด

             ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แทนที่รัฐบาลจะใช้โอกาสนี้ทบทวนการออกหนังสือเดินทางแต่กลับปล่อยให้คนในรัฐบาลออกมาตอบโต้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นทาสรับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จำเป็นต้องออกมาปกป้องนายของตัวเอง ขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกมาแสดงจุดยืนให้ชัดเจน ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อเรื่องนี้ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าจะใช้ความเป็นญาติอยู่เหนือกฎหมายหรือไม่ และจะทำให้คนไทยเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีอภิสิทธิ์ชนเหนือคนไทยอีกครั้งหรือไม่

            "การทักท้วงของผู้ตรวจการแผ่นดินมีความชัดเจนว่าการออกหนังสือเดินทางขัดต่อระเบียบว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง ซึ่งที่ผ่านมานายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ เคยถอนหนังสือเดินทางตามบทบัญญัติข้อ 23(7) ที่ระบุว่าสามารถเพิกถอนหนังสือเดินทางหากปล่อยให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งอยู่ต่างประเทศและจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศหรือต่างประเทศ ซึ่งนายสรุพงษ์ ที่ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไม่สามารถอ้างระเบียบข้อนี้ได้ เนื่องจากข้อดังกล่าวเป็นเรื่องการยกเลิกการออกหนังสือเดินทาง ส่วนการออกหนังสือเดินทางใหม่ต้องใช้ตามมาตรา 21 ซึ่ งพ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีคำพิพากษาต้องโทษห้ามออกนอกประเทศไม่เข้าข่ายการออกหนังสือเดินทาง ดังนั้นหากนายกฯ ยังไม่ดำเนินการก็จะมีการดำเนินการเอาผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และกฎหมายอื่นที่อยู่ระหว่างให้ทีมกฎหมายดูว่าจะสามารถเอาผิดได้" นายชวนนท์ กล่าว

จี้นายกฯตั้งกรรมการไล่บี้งบ"1.2 แสนล้าน"

             น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังคลำการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไม่ถูกจุด ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควรตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ขึ้นมาโดยให้มีกระบวนการการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายประชาชนเข้าไปนั่งอยู่ในกรรมการชุดตรวจสอบดังกล่าวเพื่อไล่บี้โครงการที่รับไปจากการจัดจ้างของรัฐบาลในงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท และในงบประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ตามที่นายกรัฐมนตรีแจกจ่ายตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เมื่อครั้งที่เดินทางลงพื้นที่แก้ไขปัญหาน้ำท่วม

             น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า อีกทั้งที่ผ่านมาในพื้นที่ๆ มีน้ำท่วมซ้ำซากทั้งในจังหวัดอุตรดิตถ์,แพร่,สุโขทัย, หรือแม้กระทั่งภาคอีสาน เช่นจังหวัดชัยภูมิ ล้วนแล้วแต่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินไปแล้วทั้งสิ้น ซึ่งพบข้อมูลเบื้องต้นว่า มีการส่อทุจริตชัดเจน โดยเฉพาะงบขุดลอกคูคลอง คือมีการจัดสรรงบประมาณลงไปเกินกว่าสิ่งที่เห็นผลงาน เช่น การสร้างผนังกั้นน้ำที่ จ.สุโขทัยนั้น ปรากฏว่าการสร้างผนังกั้นน้ำไม่มีการปักเสาเข็มลงไปทำให้เวลาน้ำมาก็แตกพังรับไม่ไหว อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้มีการเกิดปัญหาซ้ำซ้อน ตนจึงขอเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเร่งรัดการจัดการงานไม่เช่นนั้นแล้วจะทำให้บรรดาผู้รับเหมาทั้งหลายจะต้องไปนั่งคุยกับเจ๊ ด. ไม่จบสิ้น

            “ขอเรียกร้องว่าให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบกรณี ที่มีกระแสข่าวว่า เจ๊ ด. 40 เปอร์เซ็นต์ แจกงานให้ สส.แต่ละพื้นที่แล้วทำไม่เสร็จนั้นจริงหรือไม่ โดยจะต้องมีการผ่านคนเซ็นผ่านอนุมัติงบประมาณในพื้นที่อีก 10 เปอร์เซ็นต์นั้นคือใคร และอีก 3 เปอร์เซ็นต์ที่เกี่ยวข้องกับทีโออาร์นั้นเป็นใคร ดิฉันเชื่อโดยสุจริตใจว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่รู้ไม่เห็นกับการทุจริตรายทางของเจ๊ ด. 40 เปอร์เซ็นต์ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรตรวจสอบไล่บี้ต่อไป ไม่เช่นนั้นบรรดางานที่จะออกมาตั้งแต่พื้นที่ จ.นครสวรรค์ จนถึง กทม.อาจจะเละเหมือนกับ จ.สุโขทัย”รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

            น.ส.มัลลิกา กล่าวต่อว่า ภายในสัปดาห์นี้หากตนตรวจพบว่ายังไม่มีการส่งใครลงไปตรวจสอบในพื้นที่จะทำเรื่องขออนุญาต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพื่อจัดทีมของคณะโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่ไล่ไปตามต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนต่อไป เเละตนจะประสานงานไปยังภาคี 40 เครือข่ายเพื่อตรวจสอบเรื่องการไซฟ่อนเงินที่ประเทศฮ่องกงจำนวน 1 หมื่นล้านบาทแล้ว เบื้องต้น ตนก็ได้มีการพูดคุยกันเล็กน้อยกับ 10 เครือข่ายที่พอจะคุยกันได้ คิดว่าก็คงจะได้ข้อมูลพอสมควร

           น.ส.มัลลิกา กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ตนเพิ่งได้คำตอบว่าสิ่งที่ตนเคยทวิตเตอร์ถามพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าจงใจทำน้ำท่วมกทม.ในปี 2554 เพื่อที่จะของบเงินกู้น้ำท่วมจริงหรือไม่ อีกทั้งมาถึงวันนี้ถ้าหากนายกรัฐมนตรีไม่ตรวจสอบ เรื่อง เจ๊ ด. 40 เปอร์เซ็นต์คือใครแล้ว ตนก็คิดว่าเรื่องนี้ก็ชัดเจนว่าใครสั่ง ใครวางแผน สามารถต่อจิกซอว์ได้

          “ การที่ทำให้น้ำท่วมจ.สุโขทัย 2 ครั้งในรอบสัปดาห์นั้น เป็นแผนอันอำมหิตโหดเหี้ยมของรัฐบาลในการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นโดยที่ไม่รอการทำอีไอเอจริงหรือไม่ นี่คือคำตอบที่รอฟังจากปากนายกรัฐมนตรี”น.ส.มัลลิกา กล่าว