
'ประยุทธ์'ชี้เรื่องดี'ปชป.'ถกรบ.ดับไฟใต้
"ประยุทธ์" ชี้เรื่องดี "ปชป." ถกรัฐบาลดับไฟใต้ ยันไม่จัดฉากมอบตัว ติงสื่ออย่าบอกล้มเหลว เผยโจรใต้มีหลายพวก ประชดพร้อมดึงทหารกลับ ถ้าคิดว่าไร้ประโยชน์ ชี้รายงานคอป.ไม่ใช่บทสรุปคดีสลายแดง ลั่นใครยิงใครต้องพิสูจน์กันที่ศาล หนุนสร้างเขื่อนแก้น้ำท่วม วอนปชช
วันที่ 17 ก.ย.55 ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลกับฝ่ายค้านและหน่วยงานด้านความมั่นคงจะมีประชุมหารือการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ถือเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการหารือร่วมกัน ซึ่งตนจะเข้าประชุมในนามของรองผอ.รมน. ซึ่งคงจะมีการชี้แจงในหลายเรื่องที่อาจไม่เข้าใจกัน เพราะอย่าลืมว่า เหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นมาหลายรัฐบาลแล้วตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งทุกรัฐบาลแก้ปัญหามาตามลำดับ โดยพลเรือน ตำรวจ ทหารทำหน้าที่มาโดยตลอดในฐานะเป็นผู้ปฏิบัติ แต่ฝ่ายนโยบายจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จึงต้องทำความเข้าใจว่า ดีหรือไม่ ห่วงใยตรงไหน จะแก้ตรงไหน ส่วนไหนไม่เข้าใจต้องอธิบายกัน คิดว่า วันที่ 18 ก.ย.นี้น่าจะเคลียร์ แต่สถานการณ์ภาคใต้อย่าบอกว่า ดีขึ้นเพราะมอบตัว หรืออะไรไม่ใช่ แต่คิดว่าเป็นนิมิตรหมายอันดีที่เขาออกมาหาเรา ดีกว่า เขาไม่ออกมาหาเรา
“ไม่มีการจัดฉาก จัดฉากไม่ได้ ใครจะบังคับให้มาหาตำรวจ ใครจะบังคับให้มาติดคุก ทำไม่ได้ เขาอยากมาก็มา และเราไม่ได้ตั้งโต๊ะเจรจากับเขาเลย ผมบอกหลายครั้งแล้วว่า เราเจรจากับคนร้ายไม่ได้ แต่สิ่งที่เขาเข้ามา เพราะญาติ พี่น้องเขากว่า 3 หมื่นคนตามหมู่บ้านที่เสี่ยงที่เข้ารับการอบรม เข้ามาทำความเข้าใจ เมื่อเขารู้ว่ามีมาตรา 21 เขาจึงไปบอกญาติพี่น้องที่หนีไปตั้งนานให้กลับมา ทำให้บางคนกลับมา นี่คือ สิ่งที่เราเรียกว่า การพูดคุย โดยกองทัพใช้นโยบายของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และทุกรัฐบาลก็ทำเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยเป็นการพูดจาผ่านตัวแทนต่างๆออกไป ไม่ได้คุยกับผู้ร้ายโดยตรง เพราะไม่มีใครรับว่า เป็นผู้ร้ายโดยตรง จึงต้องให้ญาติพี่น้องเป็นคนเรียกกลับมา”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการมอบตัว เรามีมาตรา 21 ในพ.ร.บ.มั่นคงอยู่ โดยมีคณะทำงานอยู่ 2 คณะเพื่อกลั่นกรองว่า จะเข้ามากระบวนการหรือไม่ ถ้าไม่เข้าก็นำไปดำเนินคดี ซึ่งในเรื่องนี้จะนำไปพูดคุยในที่ประชุมวันที่ 18 ก.ย.นี้ด้วย อย่างไรตามกฎหมายมาตรา 21 เกิดในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ส่วนพ.ร.บ.ความมั่นคง เกิดในปี 53 ซึ่งทราบดีว่า มาตรา 21 เป็นอย่างไร และรู้ว่า ยังมีปัญหาอยู่ รวมทั้งประชาชนยังเป็นห่วงว่า กลัวจะช้า แต่มันต้องช้า เพราะเป็นเรื่องป.วิอาญามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งขณะนี้รัฐบาลสั่งการให้กระทรวงยุติธรรมไปพิจารณาว่า ในเรื่องคดีอาญาจะทำอย่างไร จะลดโทษตรงไหน ทั้งนี้เรื่องศูนย์ปฏิบัติคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย และ ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศปก.กปต.) เป็นเรื่องใหม่เรื่องเดียว ส่วนเรื่องอื่นเป็นเรื่องเดิมทั้งหมด ซึ่งในพูดคุยกันพรุ่งนี้จะต้องอธิบายว่า ตั้งมาเพื่อขับเคลื่อน ไม่ได้มีการซ้ำซ้อนหรือผิดกฎหมายตรงไหน คิดว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์เข้าใจ ซึ่งมีการพูดคุยกันบ้างแล้ว แต่ตอนนี้มีหลายคนไม่เข้าใจ แต่เมื่ออธิบายไปก็ดีขึ้น คิดว่า น่าจะเข้าใจกันมากขึ้น
“ถึงเขาเป็นโจรแต่เขาเป็นคนไทย ถ้าพูดคุยได้ก็ดีกว่าที่จะไปไล่ยิงกัน ขอให้สื่อช่วยกัน บ้านเมืองจะเป็นปกติหรือไม่ อยู่ที่สื่อทุกคน ผมให้เกียรติท่าน แต่บางทีท่านอาจไม่เจตนา แต่ถ้าเขียนแล้วทำให้เกิดการกระทบกระทั่ง ก็ต้องระวัง เดี๋ยวมันไม่จบ อย่างวันก่อนบอกมอบตัว เจรจา แล้วดีขึ้น พออีกวัน มีทหารพรานถูกยิงกลับบอกว่า ล้มเหลว ผมว่า คนละเรื่อง ถ้าตราบใดยังมีคนพวกนี้อยู่ก็ต้องมีเหตุการณ์อย่างนี้ เพราะไม่ใช่พวกเดียว แต่มีหลายพวก หลายคน หลายยุค ดังนั้นมันต้องมาทีละพวก ก็ดีกว่า ไม่มีใครมา ไม่ใช่เกิดเหตุการณ์แล้วล้มเหลวหมด ถ้าทหารลงไปแล้วบอกว่า ทหารลงไปไม่มีประโยชน์ ทหารนำการเมืองเสียหาย แล้วไม่นึกถึงว่า ถ้าทหารไม่ลงไปจะเกิดความปลอดภัยหรือไม่ จะตายอีกเท่าไร ถ้าไม่มีคนไปดูแลเขา เราพร้อมจะกลับ เพราะเรามีหน้าที่เยอะแยะตามแนวชายแดน แต่ฝ่ายความมั่นคงของพลเรือน ตำรวจพร้อมรับหรือยัง ถ้าเขาพร้อมรับ ผมจะให้กองทัพภาคที่ 4 เขารับ เพราะกองทัพภาคที่ 4 มีกองพลเดียวคือ พล.ร.15 ที่ตั้งมา ซึ่งขณะนี้ตั้งได้ 60-70 % ซึ่งต้องมีความพร้อมก่อนจะรับพื้นที่ คือ เราต้องไปไล่ดูความพร้อมแต่ละส่วนเป็นอย่างไร ถ้าพร้อม ทหารก็ส่งมอบหน้าที่แล้วกลับมา วันนี้ต้องให้กำลังใจกัน”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
"ประยุทธ์" ชี้รายงานคอป.ไม่ใช่บทสรุปคดีสลายแดง ลั่นใครยิงใครต้องพิสูจน์กันที่ศาล
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.)แถลงสรุปรายงานผลการตรวจสอบว่า ตนก็รอฟังสิ่งที่ คอป. แถลงอยู่ ซึ่งเป็นการเสนอหนทางปรองดอง แต่ไม่ได้มาเสนอตน เขาเสนอรัฐบาล ตนไม่ใช่รัฐบาล ส่วนเรื่องคดีต้องไปสู้กันในกระบวนการยุติธรรม ในส่วนทหาร ตนก็ต้องไปถามลูกน้องก่อน ซึ่งสิ่งที่ คอป.จะพูด คือ การออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริง ส่วนจะจริง หรือไม่ ก็ให้แต่ละฝ่ายไปโต้แย้งกันเอง ส่วนทหารต้องไปถามผู้ที่บาดเจ็บและเสียชีวิต เพราะเขามีลูกเมีย สามี ต้องไปถามว่า เขาจะยอมรับหรือไม่ ทั้งนี้ทหารต้องมีกติกาเช่นกองทัพบกก็ต้องรักษากติกา ทำตามกฏหมายทำตามกระบวนการ แต่ถามว่า รับหรือไม่รับ เขาไม่ใช่กระบวนการศาล เมื่อนำข้อเท็จจริงออกมาก็ต้องไปดูว่า จริงหรือไม่จริง สังคมจะได้เรียนรู้ว่า จริงหรือไม่จริงและจะเชื่อหรือไม่เชื่อ หากเขามีหลักฐานก็ต้องเชื่อเขา ส่วนใครจะยิงใครก็ต้องไปว่ากันที่กระบวนการยุติธรรม เรื่องนี้ต้องแยกออกจากกัน ไม่ใช่ว่า คอป.นำข้อสรุปออกมาเปิดเผยแล้วจะจบลง เมื่อไม่จบจะมาถามตนทำไม
"ประยุทธ์" หนุนสร้างเขื่อนแก้น้ำท่วม
ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ตนได้ปรึกษาหารือกับ พล.ท.ชาญชัยณรงค์ ธนารุณ แม่ทัพภาคที่ 3อยู่ทุกวัน หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมมอบหมายภารกิจ โดยทุกหน่วยงานก็ต้องไปพูดคุยกัน ทั้งนี้เมื่อวันที่ 16ก.ย.ที่ผ่านมาได้มีการประชุมในระดับพื้นที่ ซึ่งทางแม่ทัพภาคที่3 ก็ได้เข้าไปร่วมประชุมด้วย ในส่วนของสถานการณ์ในพื้นที่จ.สุโขทัยในขณะนี้นั้นช่วงภาคเหนือตอนล่างมีกำแพงพนังกั้นน้ำยาว 180 กิโลเมตร ถ้าฝนตกปกติก็สามารถกันระดับน้ำไว้ได้ประมาณ 7 เมตร แต่ปรากฏว่าเมื่อฝนตกมากขึ้น มวลน้ำก็เป็นก้อน ทำให้เอ่อล้นทำนบบางแห่ง หรือทำนบบางแห่งก็มีรูรั่วด้านล่าง เนื่องจากไม่ได้เป็นทำนบที่สร้างมาทีเดียวตลอดแนว แต่ว่าสร้างหลายครั้งต่อๆ กัน จนกระทั่งยาว 180 กิโลเมตร เมื่อเกิดรอยรั่วก็ต้องแก้ไขว่าเราจะทำกันอย่างไรต่อไป
“ผมอยากทำความเข้าใจกับประชาชนขอร้องว่าอย่าตื่นตระหนก ทุกส่วนราชการพร้อมเข้าไปช่วยเหลือทันที ในส่วนทหารก็มีความพร้อม ประชาชนต้องให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ต้องทำความเข้าใจ หากต่อต้านทุกอย่าง แล้วจะแก้ไขอย่างไร ถ้าแก้ไขต้นเหตุปัญหาไม่ได้ คือ น้ำเอ่อล้น และ ระบายน้ำไม่ได้ พร่องน้ำไม่ได้ ไม่มีแก้มลิง ไม่มีทำนบกั้นน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง อะไรก็ทำไม่ได้ แก้ไขไมได้ ก็บ่นกันอีก มันก็ไม่เกิดประโยชน์ นี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องคิดให้เป็น” ผบ.ทบ. กล่าว
เมื่อถามว่าจำเป็นต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เพื่อกั้นแม่น้ำยมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้ อย่าไปใช้คำว่าเขื่อนแก่งเสือเต้น แต่จะทำอย่างไรให้แม่น้ำยมมีที่ชะลอน้ำและกักเก็บน้ำในฤดูแล้ง เพราะฤดูฝนน้ำก็หลากท่วมทุกปี ทำอย่างไรน้ำไม่ให้ท่วม และทำอย่างไรสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ ถ้าไม่ให้สร้างเขื่อนแล้วจะให้ทำอะไร จะให้ทำแก้มลิงหรือทำนบก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ซักอย่าง แล้วจะไปแก้ไขปัญหาได้อย่างไร เมื่อถามว่า ทหารจะเข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ก็คุยอยู่และก็ส่งเจ้าหน้าที่ทหารไปคุยแล้ว ตลอดริมฝั่งของลำน้ำตั้งแต่ภาคเหนือลงมาถึงภาคกลาง ทางกองทัพภาคที่ 1-4 ได้ดำเนินการ ส่งคนเข้าไปในพื้นที่ เตรียมตั้งเครื่องติดต่อสื่อสาร จัดคนดูแล เรื่องคน สนับสนุนสิ่งของและอำนวยความสะดวก ซึ่งเราต้องเข้าไปช่วยก่อน และทางฝ่ายของบ้านเมืองก็ต้องเข้าไปรับผิดชอบต่อไป ซึ่งทั้งประเทศเราเตรียมกองร้อยช่วยเหลือประชาชนไว้ 100 กว่ากองร้อย เป็นแผนงานของเราอยู่แล้ว



