
บัญญัติมอง'ประเทศยุคตลาดนำการเมือง'
'ประเทศยุคการตลาดนำการเมือง' : สัมภาษณ์พิเศษ "บัญญัติ บรรทัดฐาน" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โดยสมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์, ประภาศรี โอสถานนท์
ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่คนทั่วไปอาจจะมองว่าไปเรื่อยๆ ไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรง "บัญญัติ บรรทัดฐาน" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความห่วงใยสถานการณ์ของประเทศน่าห่วงใน 2 เรื่อง คือ "ใช้การตลาดนำการเมือง และความเชื่อในเรื่องอำนาจนิยม"
"เรื่องการตลาดนำการเมืองเลยไปถึงการโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งอันตรายของเรื่องนี้มี 2 ส่วน คือ 1.ทำให้ประชาชนมีความหวังลมๆ แล้งๆ เช่นบอกว่า น้ำไม่ท่วมเอาอยู่ แต่สุดท้ายไม่ใช่ และ 2.การตลาดทำให้กลบปัญหา เพราะเมื่อฝ่ายที่ทำการตลาดเห็นว่าประชาชนหลงเชื่อ ความตั้งใจที่จะเข้าไปทุ่มเทแก้ปัญหาก็จะน้อยลง ซึ่งเป็นอันตราย"
อีกสถานการณ์ที่"บัญญัติ" เห็นว่าอันตรายสุดๆ คือ สถานการณ์ของอำนาจนิยม ที่เชื่อว่าอำนาจแก้ปัญหาได้หมด จึงมีการวางเครือข่ายอำนาจเพื่อให้การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จยิ่งขึ้น
"เครือข่ายที่น่ากลัวที่สุดที่จะสร้างความอ่อนแอให้ประเทศชาติ คือ การสร้างเครือข่ายในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ซึ่งทำกันน่าเกลียด ผมไม่ปฏิเสธว่าคนเราก็ต้องมีพรรคมีพวกกันบ้าง แต่คุณสมบัติต้องครบถ้วน ถ้าคุณภาพเท่ากันแน่นอนว่าเราย่อมมีสิทธิเลือกคนที่รู้จักคุ้นเคย แต่ถ้าคุณภาพต่างกันอย่างเห็นได้ชัดแล้วยังตั้งคนของตัวเองเข้าไป อย่างนี้อันตราย...น่ากลัวมาก เพราะข้าราชการเป็นกลไกสำคัญของรัฐ ถ้ากลไกรัฐเปลี่ยนจากการรับใช้รัฐกลายมาเป็นรับใช้นักการเมือง คิดดูว่าจะเป็นอย่างไร"
"บัญญัติ" กล่าวว่า การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการนักการเมืองบางคนไปหยิบคนประเภทที่ว่า ถ้าไม่ได้นักการเมืองคนนี้เขาจะไม่มีโอกาสได้ขึ้นมา แบบนี้จะทำให้เกิดบุญคุณต่อกัน จึงเกิดกรณี "มีวันนี้เพราะพี่ให้" พอแต่งตั้งแล้วสามารถทดแทนกันได้ทุกเรื่อง จึงเกิดปรากฏการณ์ว่า เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลแล้วข้อเท็จจริงเปลี่ยน
"บัญญัติ" พูดถึงเรื่องการโยกย้าย "พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ" เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แม้ว่า "พ.ต.อ.ดุษฎี" จะออกมาแถลงว่าไม่ได้โดนกลั่นแกล้ง แต่ข้อเท็จจริงชัดเจนว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากออกมาพูดว่าโครงการบรรเทาสาธารณภัยหลายโครงการในหลายจังหวัดมีการทุจริต
"วันนี้บ้านเมืองมาถึงจุดอันตราย เพราะเกิดความเสื่อมถอยในเกือบทุกวงการ ความยอมรับต่อนักการเมืองเสื่อมถอยลง การยอมรับต่อภาคราชการก็น้อยลง ปลัดกระทรวงสมัยก่อนจะทำหน้าที่เป็นกันชนระหว่างฝ่ายการเมืองกับข้าราชการประจำ แต่สมัยปัจจุบันไม่ใช่ บางคนฝ่ายการเมืองยังไม่ได้สั่งด้วยซ้ำ ก็ทำให้แล้ว"
"บัญญญัติ" เรียกร้องให้อดีตข้าราชการ และสมาคมข้าราชการต่างๆ ช่วยกันออกมาปกป้องข้าราชการที่ถูกฝ่ายการเมืองรังแก ถ้าออกมาจะมีน้ำหนักกว่าฝ่ายค้านทำ จะทำให้บ้านเมืองอยู่ในหลักเกณฑ์มากขึ้น ถ้ากลไกของรัฐอ่อนแอ ฝ่ายการเมืองจะปู้ยี่ปู้ยำอย่างไรก็ได้ บ้านเมืองไปไม่รอดแน่
ส่วนบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกวิจารณ์ว่าอ่อนลงไป เน้นตอบโต้มากกว่าทำงานเชิงลึก "บัญญัติ" ปฏิเสธพร้อมบอกว่า ค้านมากกว่าเคย ทฤษฎีแย่งพื้นที่สื่อ ทำให้ฝ่ายค้านต้องออกมาตอบโต้กับรัฐบาล แต่พอตอบโต้สังคมก็รำคาญ
(หมายเหตุ : 'ประเทศยุคการตลาดนำการเมือง' : สัมภาษณ์พิเศษ "บัญญัติ บรรทัดฐาน" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โดยสมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์, ประภาศรี โอสถานนท์)



