
โดดเดี่ยวและเดียวดาย
โดดเดี่ยวและเดียวดาย : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
ได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนต่างชาติ2-3 คน และแต่ละคนมีความคิดตรงกันว่าสังคมทุกวันนี้อยู่ในภาวะหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะนำไปสู่การสั่นคลอนของรากเหง้าทางวัฒนธรรม และโครงสร้างทางสังคมทั่วโลก
สิ่งที่เห็นได้ทั่วไปอย่างหนึ่งก็คือชีวิตที่เป็นเอกเทศและโดดเดี่ยวมากขึ้นของผู้คน ด้วยวิถีของการดำเนินชีวิตแบบคนเมืองใหญ่ ที่ทำให้ต้องอยู่ในที่จำกัด ไม่ว่าจะด้านพี่พักอาศัย เวลา ภารกิจ การทำมาหากิน การไปมาหาสู่กัน ซึ่งต่างจากคนในสมัยก่อนที่อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ มีมิตรสหายมากมาย และนิยมทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน นอกจากนี้ วิทยาการสมัยใหม่ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ โซเชียวเน็ตเวิร์ก ความบันเทิงออนไลน์ ทั้งภาพยนตร์ เพลง และเกม ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้คนในทุกวันนี้อยู่กับตัวเองมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพบปะพูดคุยหรือพบหน้าค่าตากับคนภายนอก
พื้นฐานของวัฒนธรรมและสังคมย่อมมาจากการอยู่ร่วมกันของกลุ่มชน อันนำไปสู่การสร้างสมและปรับรูปแบบต่างๆ ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต คตินิยม ความเชื่อ และความเป็นอยู่ของคนกลุ่มนั้นๆ และสืบทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง ด้วยการสั่งสอน ฝึกฝน การสังเกต หรือการได้ทำสิ่งเหล่านั้นร่วมกัน ตัวอย่างเช่นวัฒนธรรมในการรับประทานอาหาร ซึ่งเริ่มจากการประกอบอาหาร การเลือกอาหารที่เหมาะสมกับฤดูกาลหรือเข้ากันได้ดี การจัดสำรับและมารยาทในการรับประทานอาหาร ซึ่งปัจจุบันวัฒนธรรมเช่นนี้ถูกทำลายลงด้วย อาหารสำเร็จรูปบรรจุถุงพลาสติกที่วางจำหน่ายในศูนย์การค้าหรือแผงริมถนน
ขณะที่คนรุ่นใหม่นิยมบริโภคอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดแบบอเมริกันหรือรับประทานอาหารญี่ปุ่น ทั้งๆ ที่ประเทศไทยประกาศตัวเป็นครัวโลกและส่งเสริมให้ชาวต่างประเทศนิยมอาหารไทย
ความสัมพันธ์ที่ห่างเหินจากรากเหง้าทางวัฒนธรรมและคนรุ่นก่อนทำให้คนรุ่นใหม่บางส่วนขาดความต่อเนื่องทางความคิด คตินิยมและค่านิยมต่างๆ และเห็นว่าวัฒนธรรมของต่างชาติ โดยเฉพาะวัฒนธรรมที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีเพื่อเป็นสินค้าส่งออกทางวัฒนธรรมนั้น มีความดี ความงาม ความน่าตื่นเต้นกว่าวัฒนธรรมไทย ที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องเชยๆ หรือเล่อล่า ล้าหลัง ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเรามิได้มีการสั่งสอนหรือศึกษาวัฒนธรรมของเราเองอย่างเพียงพอ และตื่นเต้นกับวัฒนธรรมต่างชาติง่ายเกินไป
และวัฒนธรรมมีบทบาทอย่างสูงในการเปลี่ยนแปลงสังคมไม่ว่าจะในเรื่องของพฤติกรรมของคนในสังคม ความคิด ค่านิยม รวมถึงวิถีของการดำเนินชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวย่อมส่งผลโดยตรงต่อทิศทางและรูปแบบของประเทศซึ่งเป็นองค์กรหลักของสังคมด้วย ลองคิดกันเล่นๆ ว่า เมืองไทยในอนาคตจะเป็นเช่นไร ถ้าผู้คนพากันแต่งตัวตามแฟชั่นเกาหลี อ่านวรรณกรรมเกาหลี เขียนวรรณกรรมเลียนแบบเกาหลี ฟังเพลงเกาหลี ดูการ์ตูนเกาหลี เล่นเกมเกาหลี ชมภาพยนตร์-ละครเกาหลี นอกเหนือจากการใช้สินค้าญี่ปุ่น และรับประทานอาหารและเครื่องดื่มแบบอเมริกัน เช่นทุกวันนี้
ถามจริงๆเถอะครับว่า ถึงตอนนั้นแล้วเราจะเหลือตัวตนของความเป็นไทยอยู่ที่ไหนบ้าง?



