
กมธ.พบทุจริตงบฯยาปราบศัตรูพืชอื้อ
กมธ.ป.ป.ช.สภาฯ ลุยเก็บหลักฐานทุจริตงบภัยพิบัติยาปราบศัตรูพืช จ.ขอนแก่น พบหลักฐานชาวบ้านเลี้ยงวัว-ควายถูกนำทะเบียนบ้านไปจดทะเบียนตั้งบริษัทขายยาฯ มีรายได้ปีละ 100 ล้าน เจ้าของบ้านไม่รู้เรื่อง แถมพบทำยาฯปลอม สวมชื่อ
16ก.ย.2555 นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ(กมธ.ป.ป.ช.)สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบการทุจริตงบประมาณเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(ด้านพืช) เช่น โรคระบาดที่เกิดขึ้นกับพืชเศรษฐกิจ ทั้งยางพารา มันสำปะหลัง ข้าว ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงผิดปกติ ที่กมธ.ป.ป.ช.เก็บข้อมูลมาอย่างต่อเนื่องว่า ล่าสุด ยังคงพบว่า หลายจังหวัดในภาคอีสานยังมีการจัดซื้ออย่างต่อเนื่อง
ขณะนี้กรรมาธิการสอบไปถึงขั้น พอจะทราบว่าใครเป็นตัวการไปดำเนินการแล้ว ปรากฏว่าบริษัทที่ไปยื่นซองเสนอราคาเพื่อขายยาปราบศัตรูพืช ผิดกฏหมายทั้งหมด เพราะไม่มีใบอนุญาต และคนที่ไปประสานงานกับทางจังหวัดก็ไม่ใช่บริษัทที่ไปยื่นซองจริง แต่มีบุคคลรายเดียวถือซองไปยื่นแทน เซ็นต์เอกสารแทนทั้งหมด บางแห่งยังพบว่าเอายาปราบศัตรูพืชปลอมไปขาย ซึ่งกรรมาธิการได้เรียกบริษัทที่ขายยาฯมา ปรากฏว่ายาฯที่นำไปขายให้จังหวัด ไม่ใช่ยาฯของบริษัทเขา แต่ไปทำปลอมมา ที่สำคัญที่สุดคือซื้อขายกันแพงเฉลี่ยกว่า 10 เท่า จากราคาที่ซื้อมา ดังนั้น โครงการพวกนี้ทุจริตแน่นอน
"วันที่ 6ก.ย.2555 ผมลงพื้นที่ในจ.ขอนแก่น เพื่อเก็บข้อมูล ก็พบหลักฐานชัดเจนว่า มีการเอาชื่อและทะเบียนบ้านของชาวบ้านไปจดทะเบียนตั้งบริษัท โดยที่เจ้าของบ้านแท้จริงก็ไม่รู้บ้านตัวเองเป็นบริษัทไปแล้ว และที่ผมถ่ายรูปบ้านมาเป็นหลักฐาน เพราะหลายบ้านยังมีลักษณะเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย แต่ปีหนึ่งกลับมีเอกสารระบุว่าไปขายยามีรายได้เป็นร้อยล้าน ผมสอบถามทีละบ้านเลยว่าตั้งเป็นบริษัทเมื่อไหร่ เขาก็ไม่แล้ว ซึ่งอย่างนี้จะมีปัญหาภาษีตามมาทั้งหมด เดี๋ยวกรมสรรพกรก็ต้องมาเคลียร์" นายวิลาศ กล่าวและว่า
สถานการณ์จนถึงขณะนี้ ตรวจสอบพบในภาคอีสานมากกว่าภาคอื่น ซึ่งภาคอื่นก็มีไม่มา เฉลี่ยจังหวัดละ 1-2 ราย ซึ่งที่ผ่านมาเราทำงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) โดยเราขอตัวมานั่งในคณะอนุกรรมาธิการ ที่ตนเป็นประธานด้วย เขาก็ส่งรองเลขาฯป.ป.ท.มาเป็นอนุกรรมาธิการด้วย



