ข่าว

เนปาลเลือกนายกฯ คนใหม่สำเร็จ

เนปาลเลือกนายกฯ คนใหม่สำเร็จ

24 พ.ค. 2552

กาฐมาณฑุ-รัฐสภาเนปาลเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศสำเร็จ หลัง 22 พรรครวมพลังพันธมิตรการเมืองโค่นเหมาอิสต์ที่มีเสียงมากที่สุดในสภา

รัฐสภาเนปาล นำโดยพันธมิตรการเมือง 22 พรรค ลงมติเมื่อวันเสาร์ (23 พ.ค.) เลือกนายมัดฮาฟ กุมาร เนปาล แกนนำระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล-ยูไนเต็ด มาร์กซิสต์ เลนินนิสต์ (ซีพีเอ็น-ยูเอ็มแอล) ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ หลังจากที่รัฐบาลนำโดยพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล (เหมาอิสต์) ล่มสลายจากการที่อดีตนายกรัฐมนตรีลาออก เพราะไม่พอใจประธานาธิบดีล้มเลิกคำสั่งปลดผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมื่อช่วงต้นเดือนนี้

 นายสุบาช เนมวัง ประธานรัฐสภา แถลงว่า นายเนปาลวัย 56 ปี นักการเมืองสังคมนิยมสายกลาง ได้รับเลือกขึ้นดำรงตำแหน่งโดยไม่มีฝ่ายใดคัดค้าน เพราะเป็นคนเดียวที่ได้รับการเสนอชื่อ โดยนายเนปาลเผยหลังได้รับตำแหน่งว่า เป็นความรับผิดชอบยิ่งใหญ่ และจะเดินหน้าทำงานต่อไปด้วยการสร้างความเป็นเอกฉันท์ในหมู่พรรคการเมืองทั้ง 22 พรรคที่ครองเสียงในสภา 350 ที่นั่ง จากทั้งหมด 601 ที่นั่ง โดยที่นั่งที่เหลือนั้นเป็นของพรรคเหมาอิสต์ที่ชนะการเลือกตั้งถล่มทลาย

 ก่อนหน้านี้นายประจันดา ซึ่งเป็นอดีตแกนนำกบฏนิยมลัทธิเหมาที่จับอาวุธต่อสู้มานานนับสิบปี ได้สั่งปลดผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเป็นศัตรูกันมาตลอดการสู้รบ แต่ประธานาธิบดีได้ล้มเลิกคำสั่ง ทำให้นายประจันดาลาออกจากตำแหน่ง เพื่อประท้วงการตัดสินใจนี้ ขณะที่ความพยายามเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่เมื่อกลางสัปดาห์ถูกขัดขวางโดย ส.ส.พรรคเหมาอิสต์ที่บุกประท้วงกลางรัฐสภา โดยในการลงมติครั้งใหม่นี้ ส.ส.เหมาอิสต์ได้พากันเดินออกจากรัฐสภาก่อนการลงมติ พร้อมเย้ยหยันการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ว่าเป็นเหมือนละครตลก

 ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกคำเตือนชาวอเมริกันให้ระมัดระวังการเดินทางไปยังเนปาล เนื่องจากความรุนแรงทางการเมืองและมีสถิติอาชญากรรมบนท้องถนนสูงขึ้น โดยชาวต่างชาติหลายคนถูกขโมยข้าวของไปจากห้องพักของโรงแรมขณะกำลังนอนหลับ ขณะที่บางคนถูกข่มขู่ต่างๆ นานา นอกจากนี้ยังเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่โบสถ์คาทอลิกแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยคริสต์ศาสนิกชนราว 500 คน ที่ชานกรุงกาฐมาณฑุ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บอีก 14 คน ทั้งยังพบแผ่นพับของกลุ่มฮินดูหัวรุนแรงตกอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย แต่ทางการยังไม่ปักใจว่าเป็นฝีมือของกลุ่มนี้ โดยจะสอบสวนหาสาเหตุต่อไป