
หญิงพม่าคว้ารางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราฯ
หญิงพม่าคว้ารางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราฯ
"จำเป็นที่แพทย์ พยาบาล จะต้องระดมความคิด ด้วยการเรียนเรื่องสุขภาพจะมีลักษณะที่ต่างจากสมัยก่อน ตอนนี้ควรมีลักษณ์ที่ผู้ให้บริการและผู้รับบริการจะต้องเข้าถึงกันและกัน และจะต้องให้ผู้รับบริการมีสุขภาพและพลานามัยแข็งแรง เพราะฉะนั้นแนวทางการให้บริการในยุคใหม่ผู้ที่จะมีบทบาทมากที่สุดคือ พยาบาล" หนึ่งในรับสั่งจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในโอกาสเสด็จฯ มาทรงเป็นประธานในการคัดเลือกผู้สมควรได้รับรางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราฯ เมื่อวันก่อน ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล
หลังเสด็จฯ กลับ รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง เลขาธิการมูลนิธิรางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เปิดโต๊ะแถลงข่าวว่า รางวัลสมเด็จพระศรีนคริทราฯ เป็นรางวัลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นพระราชาอนุสรณ์แห่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในโอกาส 100 ปีแห่งการเสด็จพระราชสมภพในปี 2543 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวิชาชีพพยาบาลแบะผดุงครรภ์ และต่อพสกนิกรชาวไทย คณะกรรมการสภาการพยาบาลได้พิจารณาเห็นว่า เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติสูงสุด และเพื่อเป็นพระราชาอนุสรณ์ให้พระเกียรติยศยืนยง และขจรขจายไปยังนานาชาติ จึงเสนอตั้งรางวัลนี้ขึ้น โดยจะมอบให้กับผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์จากทุกประเทศทั่วโลก ที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับชาติ และ ระดับนานาชาติ อันก่อให้เกิดประโยชน์แก่มวลมนุษย์ให้ด้านสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิต
"จนถึงวันนี้มีพยาบาลผู้ได้รับพระราชทานรางวัลไปแล้ว 13 ท่าน และสำหรับปีนี้คณะกรรมการมูลนิธิโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานได้ทำการคัดเลือกให้ ไอลีน บาร์บารอ พยาบาลจากพม่าหรือเมียนม่าร์ เป็นผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลดังกล่าว ซึ่งจะมีการพระราชทานรางวัลโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ ณ พระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ ในพระบรมมหาราชวัง" เลขาฯ มูลนิธิฯ ให้คำชี้แจง
สำหรับ ไอลีน บาร์บารอ อายุ 83 ปี ชาวพม่า พยาบาลจากประเทศสาธารณรัฐสหภาพเมียนม่าร์ เป็นพยาบาลที่มีความมุ่งมั่นและทุ่มเทให้แก่การพัฒนาวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ของพม่ามาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการทำงานกว่า 60 ปี โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนได้รับบริการทางสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ได้ริเริ่มโครงการการดูแลสุขภาพถึงที่บ้าน เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกลสถานบริการสุขภาพได้เข้าถึงบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้จะเกษียณอายุจากการทำงานประจำ ไอลีน บาร์บารอ ยังคงอุทิศตนเพื่อสนับสนุนและให้คำปรึกษาแก่องค์กรพยาบาลในพม่า พร้อมกันนี้เธอยังรับเลี้ยงเด็กกำพร้ากว่า 20 คน โดยส่งเสียเลี้ยงดูและส่งให้เข้าเรียนในระดับต่างๆ อย่างเต็มความสามารถ พร้อมกันนี้ยังตั้งคลินิกสำหรับหญิงมีครรภ์ให้มาคลอดอย่างถูกต้องและปลอดภัย ซึ่งคลินิกนี้ได้ดำเนินการมาจนถึงทุกวันนี้ พร้อมกันนี้เธอยังเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาวิชาชีพ และได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกของกรรมการปรึกษาด้านการพยาบาลและผดุงครรภ์ ขององค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้เข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติ ในหลายวาระจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับรางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นอกจากจะได้รับพระราชทานประกาศนียบัตรแล้ว ยังได้รับพระราชทานเงินรางวัลจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาด้วย



