ข่าว

'มาร์ค'ข้องใจ'สุรพงษ์'ดื้อคืนพาสปอร์ต'แม้ว'

'มาร์ค'ข้องใจ'สุรพงษ์'ดื้อคืนพาสปอร์ต'แม้ว'

16 ก.ย. 2555

"อภิสิทธิ์" ข้องใจ "สุรพงษ์ดื้อคืนพาสปอร์ต "ทักษิณ" ชี้รัฐบาลคิดยุบผู้ตรวจฯสะท้อนหนีตรวจสอบ "ปชป." พร้อมถกร่วมรัฐบาลแก้ไฟใต้ โยนรัฐบาลเลือกใช้เอง ชี้ควรจับตาสถานการณ์ต่อ “นิพิฏฐ์”ชี้ช่องอัด “สุรพงษ์”บิดกฎหมายชัดเจน ระบุใช้อำนาจนอ

          16 ก.ย.55  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ แสดงท่าทีที่อาจจะไม่ปฏิบัติตามมติของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ให้ทบทวนการออกหนังสือเดินทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากผิดระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่า เป็นเรื่องที่จะกระทบต่อมาตรฐานด้านจริยธรรมของรัฐบาล และกรณีนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเคยมีการชี้ประเด็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งนางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรเเละสหกรณ์มาแล้วว่า ไม่ได้คำนึงถึงจริยธรรม แต่รัฐบาลไม่ได้ทบทวน ทั้งนี้รวมถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)มีการชี้มูลเรื่องของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ว่ามีความผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งพรรคกำลังติดตามเรื่องนี้อยู่ด้วย
 
          นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า กรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะยุบผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น เป็นเพราะว่ารัฐบาลไม่ยอมรับการตรวจสอบถ่วงดุล และเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมรัฐธรรมนูญซึ่งกำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ รัฐบาลจึงควรเคารพในเจตนารมณ์นี้และดำเนินการตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ วินิจฉัย โดยจะต้องดูรายละเอียดการสรุปของผู้ตรวจการแผ่นดินว่าระบุมาตรการที่จะต้อง ดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ทุกเรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งกลับไปยังรัฐบาลแล้ว แต่ไม่มีการดำเนินการนั้น พรรคประชาธิปัตย์รวบรวมไว้แล้วเพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการขั้นต่อไปอย่างไร และเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควรจะส่งสัญญาณที่ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริต หรือเรื่องจริยธรรม แต่ถ้าปล่อยปละละเลย ก็ยิ่งตอกย้ำปัญหาที่สังคมมองการเมืองในทางลบด้วย
 
          นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อคืนวันที่15ก.ย.ว่ารอคอยการเดินทางกลับประเทศไทยว่า ที่ผ่านมาไม่มีใครห้ามไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับประเทศไทย เพียงแต่เมื่อเดินทางกลับมาแล้ว จะต้องเคารพกระบวนการยุติธรรมและต่อสู้คดีตามกระบวนการปกติ ไม่ใช่กลับมาโดยไม่มีความผิดจากการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้พ้นผิดจากคดีทุจริต



ปชป.พร้อมถกร่วมรัฐบาลแก้ไฟใต้ โยนรัฐบาลเลือกใช้เอง ชี้ควรจับตาสถานการณ์ต่อ

          หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการหารือร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานด้านความมั่นคง เกี่ยวกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 18 ก.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ได้คุยกับส.ส.ที่จะร่วมเดินทางไปบางส่วนแล้ว และเตรียมที่จะทำข้อเสนอต่อไป โดยรูปแบบการหารือที่จะมีนั้นจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรกจะมีเจ้าหน้าที่ที่ทำงานร่วมอยู่ด้วยโดยจะเป็นการหารือเกี่ยวกับแนวทางการทำงาน จากนั้นจะเป็นเฉพาะฝ่ายการเมืองที่จะหารือเกี่ยวกับทิศทางนโยบายทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมข้อเสนอไว้แล้ว ซึ่งจะมีตั้งแต่ภาพรวมนโยบายใหญ่ จนถึงแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการทำงานทั้งด้านการพัฒนาความมั่นคง โดยในวันที่ 18 ก.ย.ช่วงเช้าตนจะประชุมกับส.ส.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง
 
          ส่วนความคาดหวังที่นายกรัฐมนตรีจะปฏิบัติตามข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาล พรรคมีหน้าที่ให้ข้อมูลสะท้อนความเป็นจริงให้รัฐบาลรับทราบ ส่วนเมื่อได้ข้อมูลแล้วจะนำไปสู่อะไรนั้น รัฐบาลต้องพิจารณาว่าจะใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน เพราะที่ผ่านมา พรรคเคยเสนอไปหลายเรื่อง แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆเลย อย่างไรก็ตามตนจะย้ำในหลายเรื่องที่เคยเสนอไปแล้ว เพราะทิศทางนโยบายยังมีปัญหาในหลายส่วน โดยเฉพาะในส่วนสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เป็นนโยบายที่ทุกฝ่ายให้การสนับสนุน แต่กลับไม่มีการปฏิบัติตามนั้น
 
          "คิดว่าบทบาทของนายกรัฐมนตรีเป็นหัวใจสำคัญ เพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากงานนี้มีทั้งเรื่องความมั่นคง การพัฒนา ซึ่งต้องอาศัยความเป็นเอกภาพพร้อมกับการตัดสินใจเพราะมีเรื่องกฎหมายพิเศษ การตัดสินใจทางการเมือง ถ้าปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบของหลายคนแล้ว จะเกิดความสับสน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
 
          เมื่อถามถึงกรณีที่มีนักวิชาการติงรัฐบาลไม่ควรมองว่าการมอบตัวของกลุ่มก่อความไม่สงบ คือบทสรุปว่าเป็นความสำเร็จในการแก้ปัญหา เพราะอาจมีปฏิกิริยาโต้กลับเกิดขึ้นต่อจากนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องจับตาดูว่าเหตุการณ์ความรุนแรงมีทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ การที่มีความเป็นไปได้ในการพูดคุยเป็นแนวโน้มที่ดีแต่อย่างที่หลายฝ่ายย้ำก็คือว่า จะมองว่าเป็นความสำเร็จแล้วคงไม่ได้ เพราะในอดีตก็ต้องยอมรับว่ามีการเคลื่อนไหวในลักษณะนี้หลายครั้ง แต่สุดท้ายยังมีกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่ได้เข้ามายังสร้างปัญหาอยู่



"นิพิฏฐ์" ชี้ช่องอัด "สุรพงษ์" บิดกฎหมายชัดเจน ระบุใช้อำนาจนอกระเบียบออกพาสปอร์ตให้ "ทักษิณ"

 

          นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ยืนยันการออกหนังสือเดินทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังผู้ตรวจการแผ่นดินระบุว่าขัดระเบียบและกฎหมาย ว่า ขอให้นายสุรพงษ์ระบุให้ชัดเจน ว่าที่อ้างระเบียบและกฎหมายเดียวกันกับที่นายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศเคยปฏิบัตินั้น เป็นระเบียบหรือกฎหมายข้อใด ระบุไว้อย่างไร เพราะวันนี้การกระทำและคำพูดของนายสุรพงษ์ กำลังทำให้คนในสังคมและข้าราชการที่ดีสับสน เพราะการอ้างว่าทำเช่นเดียวกับนายกษิต เป็นการทำไปเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง โดยเอานายกษิตเป็นเกราะกำบังตัว
 
          นายนิพิฎฐ์ กล่าวอีกว่า เท่าที่จำได้สมัยนายกษิตเป็นรมว.ต่างประเทศ ไม่เคยออกวีซ่าหรือพาสปอร์ตให้คนทำผิดกฎหมาย เพราะสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยืนยันมาตลอดว่า จะไม่คืนพาสปอร์ตให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีสถานะเป็นนักโทษผู้หลบหนีคดี แต่มาถึงยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีนายสุรพงษ์เป็นรัฐมนตรี กลับมีการคืนพาสปอร์ตให้ในทันที ดังนั้นจึงต้องถามว่า ทำไมถึงคืนพาสปอร์ตให้ หากอ้างว่าใช้ระเบียบและข้อกฎหมายเดียวกันกับนายกษิต เคยใช้ นั่นเป็นไปไม่ได้เลย เพราะกรณีนี้ต้องเป็นนโยบาย หรือการสั่งด้วยวาจาให้ข้าราชการประจำไปปฏิบัติ ทั้งนี้การคืนพาสปอร์ตหลังที่ถูกยึดแล้ว ต้องมีเหตุและผลที่เปลี่ยนแปลงจากเดิม แต่วันนี้เหตุผลยังเป็นเหตุผลเดิม สถานะของ พ.ต.ท.ทักษิณก็เหมือนเดิม
 
          “ ผมเคยพูดตั้งแต่ต้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่ารัฐบาลชุดนี้มีเสียงข้างมาก ขอให้ระมัดระวังเรื่องการละเมิดกฎหมาย เพราะการที่มีเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด โดยพรรคเดียวจะไม่มีความยับยั้งชั่งใจ ในการใช้อำนาจ อีกทั้งเจตนาของรัฐบาลชุดนี้ ก็ชัดเจนแต่ต้นว่าส่วนใหญ่ทำไปเพื่อคุณทักษิณ จึงมีแต่เรื่องการทำผิดกฎหมาย การละเมิดกฎหมาย ผมอยากเตือนซ้ำอีกครั้งว่าที่สุดแล้วรัฐบาลนี้จะล้มด้วยตัวเองจากการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งจะซ้ำรอยเช่นเดียวกับรัฐบาลของคุณทักษิณ ที่ล้มด้วยตัวเองเพราะการทำผิดกฎหมาย ละเมิดกฎหมายเสียเอง รัฐบาลนี้กำลังเดินย้ำรอยรัฐบาลทักษิณไปทุกขณะ คุณยิ่งลักษณ์ไม่รู้ว่าสิ่งไหนอันตราย เปรียบไปแล้วเหมือนเด็ก6ขวบ ที่เจอปืน แต่ไม่รู้ว่าใช้อย่างไร มีอันตรายอย่างไร วันก่อน แกว่งปืนไปมาใส่คนอื่น แต่วันนี้กำลังจ่อปืนใส่หัวตัวเอง”
 
          นายนิพิฎฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีของนายสุรพงษ์ ชัดเจนแล้วว่าเมื่อถูกผู้ตรวจการชี้มูล แต่ยังดึงดันไม่เพิกถอนพาสปอร์ต ทางพรรคประชาธิปัตย์จะหารือเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมีน้ำหนักมากพอจะดำเนินคดีกับนายสุรพงษ์ได้ และตนมั่นใจว่าแม้พรรคจะไม่ดำเนินการก็จะมีภาคประชาชนหรือนักกฎหมายที่มองเห็นความผิดจะต้องดำเนินการแน่นอน เพราะความผิดดังกล่าวขัดกับมาตรา157และ149 ของประมวลกฎหมายอาญา เพราะมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และเป็นเจ้าพนักงานประพฤติหน้าที่โดยมิชอบ ทำประโยชน์แก่พวกพ้อง ซึ่งความผิดนี้ถ้าเป็นข้าราชการหรือเจ้าพนักงานจะมีโทษสูงถึงติดคุก20ปี หรือถึงขั้นประหารชีวิต เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายไม่ต้องการให้ใครฝ่าฝืนหรือละเมิด ทั้งนี้ตนขอทายไว้ล่วงหน้าว่ากรณีนี้หากมีการดำเนินการและศาลตัดสินออกมา ที่สุดก็จะมีการสร้างกระแสกับมวลชนของเขา นายสุรพงษ์จะออกมาตีโผนตีผาย ปฏิเสธว่าไมได้ทำผิดและโทษกฎหมายว่าเป็น2มาตรฐานไมได้ เพราะกฎหมายไมได้มีการเปลี่ยนแปลง แต่ความผิดเกิดทั้งหมดเกิดขึ้นจากเจตนา
 
          ขณะที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในประเด็นเดียวกันนี้ ว่า การกระทำดังกล่าวชัดเจนว่านายสุรพงษ์ ขัดต่อระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ที่ไปออกพาสปอร์ตกับผู้ที่หลบหนีความผิด ทั้งนี้พรรคจะติดตามการดำเนินการของผู้ตรวจการแผ่นดิน ก่อนจะกำหนดท่าทีเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป