
โผงเผงทหารเร่งทำคันดินป้องกันน้ำ
ทางด้าน ต.โผงเผง จ.อ่างทอง นำทหารเร่งตอกเสาเข็มคันดินป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วม ปภ.ปทุมธานี เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 เร่งสร้างสะพานแบริ่งข้ามยมสายเก่า
อ่างทอง ต.โผงเผง นำทหารเร่งตอกเสาเข็มคันดินป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วม
วันที่ 16 ก.ย.55 เวลา 08.00 น. ที่บริเวณริมคลองโผงเผงหมู่ที่ 5 ซึ่งเป็นแนวคันดินกั้นน้ำซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการพังน้ำทะลักเข้าพื้นที่บ้านเรือนประชาชน นางกุลฟาลี เทพารักษ์ นายกอบต. โผงเผง ได้นำกำลังทหารกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 11 รักษาพระองค์ จำนวน 31 นาย พร้อมเครื่องจักรกล ลงพื้นที่แนวคันดินกั้นน้ำ โดยได้เร่งตอกเสาเข็มพร้อมเรียงกระสอบทรายเสริมคันดิน โดยใช้เสาเข็มไม้ยูคาลิปตัส จำนวน 600 ต้น เพื่อปักตลอดแนวพื้นที่เสี่ยง เพราะจุดดังกล่าวน้ำได้ไหลทะลักพังแนวกั้นดินกั้นน้ำทุกปีและทำให้พื้นที่บ้านเรือนหมู่ที่ 5,6 ต. โผงเผง จมอยู่ใต้น้ำกว่า 350 ครัวเรือน เพราะในขณะนี้น้ำที่ไหลผ่านครองโผงเผงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนหน้าเป็นห่วง และ ระดับน้ำที่สะพานป่าโมกในขณะนี้อยู่ที่ 6.53 เมตร ซึ่งในได้สูงขึ้นจากเมื่อวานนี้อีก 5 ซม.
นางกุลฟาลี กล่าวว่า ในขณะนี้พื้นที่ตำบลโผงเผงซึ่งเป็นพื้นที่ท้องกระทะน้ำได้เอ่อเข้าท่วมแล้ว8 หมู่บ้าน 300 ครัวเรือน ประชาชนเดือดร้อน นับ1,000 คน ซึ่งในคลองโผงเผงมีระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งบริเวณ คันดินกั้นน้ำปลายหมู่ 5 ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงต่อการพังเพราะดินมีความชุ่มน้ำสามารถพังได้ตลอดเวลา ซึ่งจุดนี้ในได้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนทุกปี จึงได้นำเครื่องจักรพร้อมทหารลงพื้นที่ช่วยตอกเสาเข็ม 600 ต้น พร้อมเรียงกระสอบทรายเสริมความแข็งแรง เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าบ้านเรือนกว่า350 ครัวเรือนพร้อมพื้นที่การเกษตร
ปภ.เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี ว่าที่ร้อยตรี สุธี มณีรัตน์ กล่าวถึง กรมชลประทานได้ออกมาประกาศแจ้งเตือนวันที่ 16-17 ก.ย. 55 นี้ จะมีฝนจะตกหนักอย่างต่อเนื่องโดยชลประทานจะมีการระบายน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาทในปริมาณ 1800 ล/บ-2000 ล/บ ในวันดังกล่าวนั้น จึงขอให้ อำเภอทุกอำเภอ ของจังหวัดปทุมธานี ตลอดจน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท)ทุกตำบล ให้ติดตามสถานการณ์ ในเรื่องการระบายน้ำโดยจังหวัดปทุมธานี เองนั้นได้มีการติดตามเฝ้าระวังอยู่โดยการจัดชุดเฝ้าระวังกู้ภัยค่อยช่วยเหลือประชาชนให้พร้อมเตรียมการรับมือตลอด 24 ชม.และได้มีการซ้อมแผนการขนย้ายประชาชนทั่วไปในจุดเสี่ยงโดยร่วมบูรณาการณ์ซ้อมแผนร่วมกันของจังหวัดปทุมธานี โดยมีทุกส่วนราชการและ อปท.เข้าร่วมในการซ้อมดังกล่าวนี้ในอาทิตย์หน้านี้และจังหวัดจะแจ้งเตือน อำเภอ และท้องถิ่น ให้ค่อยเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
ในส่วนของจังหวัดปทุมธานี สภาพน้ำยังไม่ถึงขั้นวิกฤตที่จะต้องมีการแจ้งเตือนให้ประชาชนขนย้ายสิ่งของแต่อย่างใด และยังอยู่ในขั้นตอนเฝ้าระวังหากมีเหตุการณ์วิกฤตจริงๆจะมีการรับมือโดยการตั้งคำสั่งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาอุทกภัยวาตะภัยและดินถล่มของจังหวัดปทุมธานี หากมีเหตุการณ์ถึงขั้นรุนแรงก็ให้หน่วยงานดังกล่าวเข้าไปดูแลอยู่ในพื้นที่อย่างเร่งด่วน
ว่าที่ร้อยตรีสุธี มณีรัตน์ยัง กล่าวต่อว่าจังหวัดปทุมธานี อยู่ในพื้นที่ปลายน้ำในช่วงนี้ปัญหาอยู่ที่พื้นที่กลางน้ำอยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ พิษณุโลก สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง หากมีการปล่อยน้ำออกมามากเนื่องจากฝนตกอยู่บริเวณท้ายเขื่อนใหญ่ ซึ่งปกติเมื่ออาทิตย์ที่แล้วน้ำที่ไหล่ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาทมาประมาณ 1200 ล/บ/วินาที แต่เมื่อว่านนี้ได้ปล่อยน้ำมา 2000 ล/บ/วินาที -2500 ล/บ/วินาที นั้นคือการระบายน้ำออกมา ซึ่งมันจะเกิดผลกระทบแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งออกมาเกิดผลกระทบแน่ แต่หากมีปล่อยน้ำออกมาในปริมาณที่กรมชลประทานกำหนด 1800-2000 ล/บ/วินาที จะไม่ถึงขั้นล้นตลิ่งแต่ที่ลาบลุ่มบางที่เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นั้นอาจจะมีผลกระทบบางทว่าตอนนี้ทางรัฐบาลกำลังบริหารจัดการปริมาณน้ำตอนกลางอยู่โดยมีการระบายน้ำออกมาเพื่อไม่ให้ลงมาเต็มพื้นที่ตอนล่าง ซึ่งสถานการณ์อยู่ในขั้นที่ 1ใน 3 ของในปีที่แล้ว ซึ่งในส่วนของจังหวัดปทุมธานี คาดว่าถ้าภายในเดือนนี้ไม่มีพายุเข้ามาคิดว่าจะอยู่ได้แต่จะเกิดผลกระทบน้ำล้นตลิ่งบางในบางพื้นที่แค่นั้น.
พิษณุโลก-กองทัพภาคที่ 3 เร่งสร้างสะพานแบริ่งข้ามยมสายเก่าอ.พรหมพิราม
ที่คลองเมม หรือ แม่น้ำยมสายเก่า ม.12 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก หลังจากสะพานไม้ข้างคลองที่ชาวบ้านใช้สัญจรถูกกระแสน้ำพัดพังเสียหายเมื่อวันที่ 13 กันยายน และนายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบพื้นที่ พร้อมกำชับให้ผวจ.พิษณุโลกและกองทัพภาคที่ 3 เร่งดำเนินการซ่อมแซมเป็นการด่วน ในวันที่ 16 กันยายน 2555 กองพันทหารช่าง 302 กองทัพภาคที่ 3 กว่า 40 นาย ยังคงทำงานกันอย่างต่อเนื่อง กำลังเร่งซ่อมสะพานไม้ที่ถูกกระแสน้ำพัดขาดเสียหาย ชาวบ้าน 2 ตำบลของ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ถูกตัดขาดไม่มีเส้นทางสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน โดยต้องนำท่อเหล็กขนาดใหญ่วางเป็นคานสะพานเหล็กแบรริ่ง เสริมความมั่นคงแข็งแรง แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จ เนื่องจากทหารช่าง ช.302 ประเมินแล้วว่า สะพานไม้ไม่แข็งแรง ไม่สามารถวางท่อเหล็กเพื่อวางคาน ทำสะพานแบริ่งไม่ได้ เพราะเสาไม้เดิม ไม่อาจรับน้ำหนักคานเหล็กได้ จึงได้ปรับวิธีใหม่ คือ นำปั่นจั่นขนาดใหญ่ ยกเสาตอหม้อเหล็ก วางลงไปกลางแม่น้ำยมสายเก่าทีละ 1 คู่
พ.อ.สมใจ คิดเกื้อการุณ ผู้บังคับการกองพันทหารช่างที่ 302 ซึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลการซ่อมสะพานไม้ดังกล่าว ได้เปิดเผยถึงอุปสรรคในขณะนี้ว่า เนื่องจากสะพานไม้มีความเก่า และไม่แข็งแรง ทำให้การวางเสาตอหม้อเหล็ก ซึ่งมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ทำได้ด้วยความยากลำบาก แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่า ใช้เวลา 1-2 วันกว่าแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม ทหารกองทัพภาคที่ 3 จัดเตรียมเรือท้องแบนมาไว้ให้คน ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม สัญจรไปมาได้ก่อน
หนองคาย-เร่งติดตั้งสะพานเหล็กหลังน้ำป่าซัดสะพานคอนกรีตทรุด
ทางด้านนายสุชัย ตั้งชูพงษ์ นายอำเภอสังคม จ.หนองคาย ได้เดินทางตรวจความคืบหน้าการติดตั้งสะพานแบลิ่งหรือสะพานเหล็กค่อมสะพานคอนกรีตข้ามห้วยน้ำพร้าว บ้านนางิ้ว ต.นางิ้ว อ.สังคม จ.หนองคาย เพื่อให้ประชาชนได้มีเส้นทางในการสัญจรและปลอดภัย สะพานคอนกรีตประมาณ 30 ปี ก่อสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ 10 หมู่บ้าน เป็นสะพานที่เชื่อมระหว่า 2 จังหวัด คือ จ.หนองคายและอุดรธานี ซึ่งห้วยน้ำพร้าวมีต้นน้ำจากเทือกเขาภูพาน เมื่อถึงฤดูฝนจะมีน้ำปริมาณมากและไหลเชี่ยว เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก
จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำได้ขุดลอกลำห้วยแห่งนี้ โดยเฉพาะบริเวณใต้สะพาน ซึ่งอาจไปกระทบกับตอม่อสะพานคอนกรีต เมื่อน้ำป่าไหลมาในปริมาณมากและแรง จึงทำให้สะพานทรุดตัวลง จึงประกาศเตือนห้ามใช้สะพานชั่วคราว จนกว่าทางเจ้าหน้าที่จะซ่อมแซมแล้วเสร็จ ในระยะนี้จึงประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตั้งสะพานเหล็กคาดว่าใช้เวลา 3 วัน จึงจะแล้วเสร็จ” นายสุชัย กล่าว
ลำพูน- อุตุฯลำพูน ยันพายุใต้ฝุ่น “ซันปา” ไม่ส่งผลกระทบถึงไทย
นายวิชัย ตินโนเวศ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 16 กันยายน 2555 เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลิ่มลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ส่งผล ทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2555 ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในช่วงวันเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
สำหรับพายุไต้ฝุ่น “ซันปา” (SANBA) บริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฟิลิปปินส์ มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนตัวผ่านเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น และเคลื่อนตัวเข้าสู่คาบสมุทรเกาหลี ดังนั้น ในช่วงวันที่ 16-17 กันยายน 2555 ขอยืนยันว่าพายุดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศแน่นอน



