
ไขคดีปริศนากับ'ซีเอสไอ ไทยแลนด์'
ไขคดีปริศนากับ'ซีเอสไอ ไทยแลนด์' : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์
พยานหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ ทั้งวัตถุพยานและสภาพศพผู้เสียชีวิต ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่นำมาสู่การคลี่ปมคดีอาชญากรรมต่างๆ ล่าสุด การเสียชีวิตของ น.ส.อรัญญาภรณ์ เหล่าแสงทอง หรือ ภาวนา ชนะจิต วัย 69 ปี อดีตดารานักแสดงผู้โด่งดัง ก็อาศัยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ สร้างความกระจ่างทางคดี
เช่นเดียวกับ คดีโด่งดังทั้งในอดีตและปัจจุบันในหลายคดีคลี่คลายลงก็เพราะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงไม่แปลกที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความยุติธรรมพยายามจะสรรหาอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือที่เอื้ออำนวยต่อการตรวจพิสูจน์หลักฐานตามหลักวิทยาศาสตร์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้มีความรู้ความสามารถก้าวทันเทคโนโลยี
ชั่วโมงนี้ คงไม่มีใครไขความกระจ่างของคดีปริศนาได้เท่า พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดูแลงานด้านการรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ แห่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปรียบการทำงานดั่งหน่วยงาน "ซีเอสไอ" จากซีรีส์ภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวนยอดนิยมระดับโลก
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความพร้อมในการตรวจพิสูจน์หลักฐานตามหลักนิติวิทยาศาสตร์เพียงใด
ผมมั่นใจในศักยภาพของทีมงานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและแพทย์นิติเวช รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจพิสูจน์หลักฐานตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาตินะ เรามีการพัฒนาบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ ทุกคนทำงานด้วยความทุ่มเทด้วยใจรัก งานพิสูจน์หลักฐานเป็นงานที่เสมือนปิดทองหลังพระ เพราะงานที่ทำเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยไขคดีทุกรูปแบบไม่ว่าจะสลับซับซ้อนแค่ไหน โดยที่บุคคลภายนอกไม่รู้หรอกว่าใครคือบุคคลที่อยู่เบื้องหลังแห่งความสำเร็จนั้น
อุปสรรคสำคัญในการทำงานในขณะนี้คืองบประมาณเราค่อนข้างมีน้อย ขณะที่ราคาเครื่องไม้เครื่องมือด้านนี้ค่อนข้างสูง จึงทำให้เรายังขาดแคลนเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ประกอบกับบุคลากรโดยเฉพาะในต่างจังหวัดยังขาดความรู้ความชำนาญ ขาดอุปกรณ์ ทำให้เกิดข้อจำกัดในการทำงาน หลายครั้งในคดีใหญ่ๆ จึงต้องใช้ทีมงานจากส่วนกลาง หากเราสามารถอุดรอยโหว่ตรงนี้ โดยการยกระดับงานด้านนิติเวช งานด้านพิสูจน์หลักฐานตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ในส่วนภูมิภาคให้มีศักยภาพทัดเทียมกับส่วนกลาง มีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากส่วนกลางไปยังส่วนภูมิภาคอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ เชื่อว่าคดีอาชญากรรมแทบทุกคดีจะไม่เกินความสามารถของตำรวจไทย
- คดีที่ปิดลงได้เพราะอาศัยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เมื่อเร็วๆ นี้มีคดีใดบ้าง
หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลักฐานสำคัญ สามารถเชื่อมโยงให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ผู้ถูกกระทำเป็นใคร และใครเป็นผู้กระทำ เป็นตัวจริงหรือตัวปลอม อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ เกิดคดีช้างป่าที่ จ.เพชรบุรี ถูกฆ่าและถูกเผาทำลาย เป็นที่สนใจของสังคม เราสามารถจับกุมคนร้ายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อุทยาน ได้ก็เพราะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
การสอบปากคำในคดีดังกล่าว มีความพยายามปล่อยข่าวเบี่ยงเบนว่าเป็นฝีมือของพรานป่า ผมได้รับคำสั่งให้เข้าป่าไปยังจุดเกิดเหตุที่ช้างถูกยิงและถูกเผาเพื่อหาร่องรอยของคนร้าย จากการตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ ในกรณีช้างถูกเผาหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้ทราบว่าคนร้ายเป็นกลุ่มใดก็เพราะเศษยางรถยนต์ที่พบ ณ จุดเผา มีจำนวนมากจนผิดสังเกต เป็นไปได้ยากที่บุคคลภายนอกจะลำเลียงเข้าไปในเขตอุทยานได้ และเมื่อเราไปตรวจหาหลักฐานก็พบว่ายางรถยนต์เหล่านี้เป็นยางเก่าของรถที่ใช้ในหน่วยงานราชการ
หลักฐานที่สำคัญอีกอย่างคือหัวกระสุนที่พบในกองเถ้าถ่านช้าง เมื่อผ่านกระบวนการตรวจสอบตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ก็พบว่าตรงกันกับปืนที่เจ้าหน้าที่อุทยานใช้ ซึ่งเมื่อนำหลักฐานเหล่านี้มาประกอบกับการสอบปากคำและหลักฐานอื่นๆ เราก็สามารถจับกุมคนร้ายได้ยกก๊วน
-กรณี "หมอมุก" พูดได้หรือไม่ว่าคลี่คลายได้เพราะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
กรณีหมอมุก หลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยยืนยันว่า รถยนต์คันเกิดเหตุเป็นรถคันใดแน่ ได้รับการยืนยันโดยการพิสูจน์ตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ โดยหลักฐานที่ช่วยชี้ชัดคือร่องรอยที่ได้จากใบปัดน้ำฝน แม้เจ้าของรถคันก่อเหตุจะมีการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนอันใหม่แทนอันเดิม แต่ร่องรอยจากการเชื่อมก้านเหล็กที่เราตรวจพบเมื่อนำไปเทียบกับใบปัดน้ำฝนส่วนที่ตกในที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นอันเดียวกัน
กรณีนี้ ผมเรียกสนุกๆ ว่า ขี้นกชี้มูล เพราะเราพบขี้นกบนก้านใบปัดน้ำฝนซึ่งมีร่องรอยหายไปบางส่วน เมื่อตรวจสอบก็พบอย่างชัดเจนว่ามันถูกเชื่อมทับ และรอยที่ถูกเชื่อมทับก็ตรงกับใบปัดน้ำฝนที่หัก ซึ่งหมอมุกคว้าติดมือมาขณะเกิดเหตุ ทำให้เราสามารถยืนยันได้ว่ารถคันนี้เป็นรถที่ชนหมอมุกในวันเกิดเหตุแน่
นอกจากนี้ ยังมีกรณีเด็กสาววัย 16 ขับรถชนรถตู้บนโทลล์เวย์ ซึ่งศาลเพิ่งตัดสินไปเมื่อเร็วๆ นี้ หลักฐานที่ชี้ให้ศาลเห็นการกระทำความผิดก็เพราะการตรวจพิสูจน์หลักฐานตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ เรามีการตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการเก็บสีที่ติดบนตัวถังมาตรวจสอบยืนยัน มีการจัดทำภาพจำลองเหตุการณ์ด้วยเทคโนโลยี 3มิติ ซึ่งทำให้เห็นภาพขณะเกิดเหตุได้อย่างชัดเจน
-ชั่วโมงนี้หากไม่ถามเรื่องนักแสดงดัง "ภาวนา" คงแปลก ตกลงตายเพราะฆาตกรรมหรืออุบัติเหตุ
จากหลักฐานที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ และจากการตรวจพิสูจน์ศพ ตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ เราไม่พบว่ามีหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่าเป็นการฆาตกรรม โดยจากการตรวจพิสูจน์ศพพบว่า มีบาดแผลบนใบหน้า เป็นรอยรูปโค้งบริเวณใบหน้า และปลายจมูก ฟกช้ำบริเวณเหงือกตรงกับโคนรากฟัน รวมถึงมีแผลฟกช้ำ และถลอกตามร่างกายหลายแห่ง แต่แผลไม่ได้ฉกรรจ์ ไม่น่าจะเกิดจากการถูกทำร้าย
ขณะที่ปอดบวมน้ำมาก เส้นเลือดที่ฐานสมองแข็ง และหนาตัวร้อยละ 70 พบหย่อมเนื้อตายสีขาวที่ผนังห้องล่างซ้าย เส้นเลือดเลี้ยงหัวใจหนาตัวพบร้อยละ 50 ส่วนหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจบริเวณขั้วหัวใจค่อนข้างตีบ สอดคล้องกับประวัติการรักษาตัวของผู้ตาย ที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานและความดัน
ส่วนการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เราได้สูบน้ำออกจากสระน้ำซึ่งลึกประมาณ 1.9 เมตร กว้างประมาณ 10 เมตร พบว่า มีถังวางบัวห่างจากจุดริมบ่อน้ำที่คาดว่าจะตกลงไปแนวระนาบประมาณ 120 ซม. เมื่อผู้ตายตกลงในแนวดิ่งระยะก็ห่างประมาณ 130 ซม. โดยที่ผู้ตายสูง 165 ซม. ซึ่งบ่อน้ำมีความสูงประมาณ 190 ซม. ผู้ตายยืนปลายเท้าห่างจากขอบบ่อน้ำดังกล่าวประมาณ 30 ซม. เป็นเหตุผลที่สอดรับกับการสันนิษฐานที่ว่า ระหว่างที่ผู้ตายให้อาหารปลาริมขอบสระ น่าจะเกิดอาการหน้ามืดแล้วตกลงไปในสระ ในลักษณะศีรษะทิ่มลงไป โดนมือ 2 ข้างไปจับตรงฝาครอบถังวางบัวจนฝาไถลเปิด ปากไปกระแทกขอบถังวางบัว จนมีแผลที่เหงือก จากนั้นใบหน้าไปกระแทกเข้ากับไม้อัดซึ่งอยู่ก้นสระ ทำให้เป็นแผลที่แก้มซ้าย
ในหลอดลมไม่มีฟองอากาศ แสดงว่าผู้ตายจมน้ำภายหลังจากตกลงไปในบ่อ ทำให้น้ำเข้าไปขังในปอด การตรวจบาดแผลไม่พบร่องรอยที่เกิดจากการถูกทำร้าย บาดแผลที่พบเป็นเพียงบาดแผลที่ถูกกระทบกระแทกเพียงเล็กน้อย ถ้าเป็นการทำร้ายเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังน่าจะเสียหายมากกว่านี้
ที่ระเบียงบ้านหลังเกิดเหตุ พบรอยเท้าเนื่องจากมีฝุ่นเกาะ เมื่อนำรองเท้าสีชมพูเบอร์ 4 ของผู้ตายมาตรวจสอบ พบว่าตรงกับรอยเท้าที่พบ และไม่พบร่องรอยของผู้อื่น สันนิษฐานได้ว่า ผู้ตายได้ถือกระจาดให้อาหารปลานิลที่เลี้ยงไว้ หรือเข้ามาไหว้ศาลเจ้าแม่นมสาว ลักษณะนั่งยองๆ แล้วอาจจะพยายามยืนในท่าขาชิดกันทำให้สมดุลของร่างกายมีปัญหา ดูจากภาพที่ปรากฏมีลักษณะโน้มตัวไปข้างหน้า จึงทำให้แรงกดไปอยู่ที่บริเวณนิ้วเท้ามากกว่าส้นเท้า อาจทำให้หน้ามืดตกลงไปในบ่อเสียชีวิต
นับจากนี้ไป คดีต่างๆ จะถูกคลี่คลายด้วย "นิติวิทยาศาสตร์" ซึ่งจะไขความจริงหลังความตายที่เคยเป็นปริศนา...แล้ว "คม ชัด ลึก" จะนำเรื่องราวเหล่านี้ มาบอกเล่าผ่านคอลัมน์ "คลี่ปมปริศนา...CSI Thailand" เร็วๆ นี้!!
...........
(หมายเหตุ : ไขคดีปริศนากับ'ซีเอสไอ ไทยแลนด์' : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์)



