
อุตุฯเตือนฉ.12ทั่วทุกภาคมีฝนตกหนัก
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน ฉ.12 ไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก-ใต้ตอนบน 15-18 ก.ย.นี้
15 ก.ย.55 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 12 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลิ่มลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ส่งผลทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักในช่วงวันที่ 15-18 กันยายน 2555 ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในช่วงวันเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “ซันปา” (SANBA) บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนตัวผ่านเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น และเคลื่อนตัวเข้าสู่คาบสมุทรเกาหลี ในช่วงวันที่ 15-17 กันยายน 2555 พายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ประกาศ ณ วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 05.30 น.
ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ฝนตกหนัก!ทำผู้ป่วยโรคฉี่หนูระนองพุ่ง 254 ตาย 1
นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง เปิดเผยสถานการณ์โรคฉี่หนูหรือโรคเลปโตสไปโรซีส ในพื้นที่ จ.ระนอง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 10 กันยายน 2555 พบผู้ป่วยรวม 254 ราย เสียชีวิต 1 ราย พบการระบาดในพื้นที่ อ.กระบุรี ทุกตำบล โดยเฉพาะหมู่ 2 และ หมู่ 8 ต.น้ำจืด พบในหมู่ 7 หมู่ 8 และ หมู่ 10 ต.ลำเลียง พบมากในกลุ่มเกษตรกร นักเรียน ผู้รับจ้างทั่วไป
ดังนั้นทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง ได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอกระบุรี และสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งในพื้นที่อำเภอกระบุรี เร่งดำเนินการจัดประชุมให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงรับทราบสถานการณ์และร่วมมือป้องกัน ควบคุมโรค และให้อาสาสมัครสาธารณสุขเดินเคาะประตูบ้านให้ความรู้เรื่องโรคฉี่หนู พร้อมค้นหาผู้ป่วยในชุมชน รณรงค์ให้ประชาชนเร่งกำจัดหนู จัดโครงการหางหนูแลกไข่ ซื้อกรงดักหนู ยากำจัดหนูแจกประชาชน นอกจากนี้เข้าไปให้ความรู้แก่นักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ระยะนี้จังหวัดระนองอยู่ในช่วงฤดูฝนทำให้การระบาดของโรคฉี่หนูกระจายได้ทั่วไป
สำหรับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่ได้ผลคือการกำจัดสัตว์นำโรคโดยเฉพาะหนู ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว มักจะอยู่อาศัยในที่ๆ มีอาหารอุดมสมบูรณ์ การกำจัดหนูจึงต้องครอบคลุมสิ่งแวดล้อมไม่ให้มีอาหารหรือเศษอาหารสำหรับเป็นอาหารได้ ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมไม่ให้เป็นที่อยู่ของหนู หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำโดยสวมรองเท้าบูททุกครั้ง ระยะนี้หากประชาชนมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะบริเวณน่องและโคนขา ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคฉี่หนู ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะหากรับการรักษาช้าอาจเสียชีวิตได้
เร่งสูบน้ำระบายน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลฯเชียงใหม่
นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังมีฝนตกลงมาอย่างหนักในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่ ช่วงค่ำของวันที่ 14 ก.ย. ส่งผลให้น้ำท่วมขังหลายจุดในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เช้าวันนี้ (15 ก.ย.) จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเครื่อง สูบนำไปสูบระบายน้ำที่ท่วมขังในจุดต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มที่เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำ เช่น ชุมชนศรีปิงเมือง ชุมชน ตลาดประตูก้อม ฯลฯ เพื่อนำเศษขยะที่อุดตันตามท่อระบายน้ำและเร่งระบายน้ำลงไป
ทั้งนี้ยอมรับว่าสาเหตุที่น้ำท่วมขัง ส่วนหนึ่งเกิดจากเศษขยะไปอุดตันท่อระบายน้ำ แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาเทศบาลฯจะขุดลอก ท่อระบายน้ำต่างๆเพื่อนำเศษขยะที่อุดตันขึ้นมาแล้ว แต่ยังมีประชาชนบางส่วนที่ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางเมื่อฝนตกจึงไปอุดตันที่ท่อ ระบายน้ำ ประกอบการคลองแม่ข่ามีระดับน้ำค่อนข้างสูงส่งผลให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า
แพร่-น้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมบ้านปชช.ใน อ.วังชิ้น กว่า 2,000 หลัง
นายสมคิด ผานุการ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดแพร่ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 15 กันยายน ได้รับรายงานจากอำเภอวังชิ้น ว่ามีน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ตำบลนาพูน ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน 11 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหาย โดยน้ำจากห้วยแม่แตง,ห้วยแม่สิน,ห้วยแม่สูง,ห้วยตะเคียนปุ้ม,ห้วยแม่แปง,ห้วยแม่แปงตาด,ห้วยบ่อเกี๋ยง เอ่อล้นตลิ่ง ทั้งนี้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลนาพูน ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าแล้ว จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่เก็บข้าวของไว้ที่สูง ส่วนพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย เป็นบริเวณกว้าง เบื้องต้นระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง แต่ยังไม่เข้าสู่สภาวะปกติ
ขณะที่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด อยู่ที่หมู่ที่ 1 บ้านแม่แตง เนื่องจากมีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร และชาวบ้านไม่สามารถออกจากหมู่บ้านได้ ด้าน ปภ.แพร่ เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทหารจากค่ายพระยาไชยบูรณ์ กว่า 100 นาย เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ และองค์การบริหารส่วนจังหวัด นำเรือ 2 ลำ และเครื่องกล เข้าให้การช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว รวมทั้งจัดเตรียมรถจีเอ็มซี จำนวน 2 คัน ค่อยไว้บริการประชาชน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถูกตัดขาด เพราะมีประมาณน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้
นายสมคิด กล่าวต่อว่า ส่วนสภาพอากาศในพื้นที่ขณะนนี้พบว่าท้องฟ้าเปิดแล้ว และมีแดดออกแล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่น่าปลอดภัย เนื่องจากฝนตกในช่วงเย็น และช่วงเช้ามืด จึงทำให้ทางปภ.ยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ไปจนถึงวันที่ 17 กันยายน ตามที่มีการประกาศแจ้งเตือนของทางกรมอุตุนิยมวิทยา ทั้งนี้พื้นที่อำเภอวังชิ้น ถือเป็นพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี จึงต้องมีการเฝ้าระวังพื้นที่ดังกล่าวเป็นพิเศษ
ด้านนายสมรักษ์ ยกน้อยวงษ์ ปลัดอาวุธโส อำเภอวังชิ้น กล่าวว่า จากรายงานพบว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักจากน้ำเอ่อล้นตลิ่ง พบว่ามี 2 พื้นที่คือตำบลนาพูน ที่ได้รับผลกระทบทั้ง 11 หมู่บ้าน และตำบลวังชิ้น หมู่ที่ 4 บ้านสิทธิ์ใน ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่ง เช่นกัน โดยอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นจากกภาพรวมพบว่าอำเภอวังชิ้นที่บ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 2,000 หลังคาเรือน ส่วนการช่วยเหลือเบื้องต้น ทางอำเภอได้มีการนำข้าวกล่องไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว รวมทั้งเตรียมนำถุงยังชีพไปช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังได้มีการจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ และแจ้งเตือนประชาชนเป็นระยะๆ ส่วนระดับน้ำท่วมล่าสุดยังพบว่าระดับน้ำลดลง แต่กระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก
ลำปาง-ฝนตกหนักต้นสักล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูง
จังหวัดลำปางได้เกิดฝนตกลงมาอย่าหนักต่อเนื่อง นานกว่า 2 ชั่วโมง ทำให้เกิดต้นไม้ที่อุ้มน้ำไม่ไหวดินเกิดลุ่ยทำให้ต้นสัก ล้มทับ สายไฟฟ้าแรงสูง แล้วเกิดไฟฟ้าช๊อตประกายไฟ ลุกไหม้ ต้นสัก และสายไฟ เหตุเกิด ก่อนถึง ทัณฑสถานบําบัดพิเศษลําปาง กรมราชฑัณฑ์ ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เพียง 100 เมตร
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดลำปาง ได้นำกระเช้าเดินทางมาตรวจสอบ เบื้องต้นพบไฟกำลังลุกไหม้ต้นสัก ซึ่งล้มพาดทับสายไฟฟ้าแรงสูง เจ้ารกหน้าที่จึงช่วยกันดับไฟและตัดกระแสไฟ ก่อนจะตัดต้นสัก ออกจากสายไฟ ตรวจสอบพบว่าสายไฟฟ้าแรงสูงถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ จะได้ซ่อมแซมเปลี่ยนสายไฟฟ้าให้กลับสู่สภาพเดิมต่อไป
แม่ฮ่องสอน-ดินถล่มปิดทับเส้นทาง แม่สะเรียง-ฮอด
ว่าที่พันตรีเลิศชาย ข่ายทอง หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ รักษาราชการแทนหัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้รับรายงานจากอำเภอแม่สะเรียงว่า ทางหลวงหมายเลข 108 แม่สะเรียง-ฮอด เกิดดินถล่มปิดทับเส้นทางช่วงระหว่าง กิโลเมตรที่ 78-79 บ้านแม่ลายจอลา หมู่ที่ 6 ตำบลป่าโป่ง อำเภอสบเมย ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เบื้องต้นทางอำเภอแม่สะเรียงได้มีการประสานไปยังหมวดการทางแม่สะเรียง ให้น้ำเครื่องจักรกลหนัก เข้าไปเปิดเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักที่จะเดินทางไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้สามารถสัญจรไปมาได้เป็นปกติ
นอกจากนี้ทางปภ.แม่ฮ่องสอนได้มีการประสานไปยังสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย เพื่อให้รายงานแจ้งเตือนไปยังประชาชนที่จะใช้เส้นทางดังกล่าวในการสัญจร ให้หลบเลี่ยงเส้นทาง ทั้งนี้การเปิดเส้นทางอยู่ระหว่างการดำเนินการคาดว่าจะต้องแล้วเส้นในช่วงเที่ยวของวันนี้ เนื่องจากมีเพียงจุดเดียวระยะทางไม่เกิน 100 เมตร จึงจะสามารถใช้เส้นทางแม่สะเรียง - ฮอด ได้ตามปกติ
ว่าที่พันตรีเลิศชาย กล่าวว่า ส่วนสภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขณะนี้พบว่าท้องฟ้าเปิด และจากการตรวจสอบเรดา พบว่ากลุ่มเมฆฝนได้เลื่อนตัวไปยังพื้นที่อื่นแล้ว และไม่พบกลุ่มฝนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนแต่อย่างใด แต่พบว่าร่องความกดอากาศสูงกำลังพัดเข้ามาในพื้นที่แทน อย่างไรก็ตามทาง ปภ.แม่ฮ่องก็ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้ระมัดระวังน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในช่วงระยะนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีรายงานพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านสบสอย ตำบลปางหมู่ และหมู่ที่ 4 บ้านในสอย อำเภอเมือง น้ำจากลำน้ำสอบเอ่อล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรกร ของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ส่วนบ้านเรือนประชาชนไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ
ปภ.เชียงใหม่ เผยพบฝนตกหนัก อ.แม่วาง
นายคมสัน สุวรรณอำพา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังมีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุดยังไม่มีรายงานเกิดน้ำท่วมหรือน้ำป่าไหลหลากในอำเภอใด แต่พบว่ามีฝนตกหนักในต.แม่วิน อ.แม่วาง วัดปริมาณน้ำฝนได้กว่า 80 มม. จึงได้ประสานไปยังหน่วยงานในพื้นที่ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษแล้ว เนื่องจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคภาคเหนือพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกลงมาจนถึงวันที่ 17 กันยายน นี้ และภายในเดือนนี้ยังคาดการณ์ว่าจะมีพายุอีก 2 ลูกพัดเข้ามาทำให้มีฝนตกลงมาต่อเนื่องอีก แต่ จ.เชียงใหม่ คงไม่ได้รับผลกระทบมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง
ส่วนน้ำท่วมขังในหลายจุดของตัวเมืองเชียงใหม่ หลังมีฝนตกลงมาอย่างหนักนั้น ส่วนใหญ่ท่วมขังในพื้นที่ลุ่มเพราะน้ำ ระบายลงท่อไม่ทัน เบื้องต้นเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าไประบายน้ำในพื้นที่ที่ท่วมขังแล้ว คาดว่าจะใช้เวลา อีกประมาณ 2-3 ชั่วโมงระดับน้ำที่ท่วมขังหลายจุดในตัวเมืองจะลดลง
ลำปาง-ฝนตกหนักน้ำไหลท่วมบ้านเรือนปชช.เสียหาย
เจ้าหน้าที่กู้ภัย ต้นธงชัย อำเภอเมือง จ.ลำปาง ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ ขนกระสอบบรรจุทราย เดินทางไปช่วยชาวบ้านหมู่บ้านห้วยฮี หมู่ที่ 7 ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองลำปาง เพื่อนำไปกั้นน้ำ ที่ไหลทะลักท่วมบ้าน หลังจากเกิดฝนตกหนักและติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้น้ำในลำห้วยแม่ทรายคำที่ต้นน้ำอยู่ในพื้นที่ป่าบนภูเขาและอ่างกักเก็บ ล้น สปิงเวย์ และได้ไหลผ่านหมู่บ้าน ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ลำ น้ำ สูงกว่า 1 เมตร นอกจากนี้น้ำยังท่วมถนน และสะพาน ปริมาณน้ำสูง ชาวบ้านต่างพากันขนข้าวของเครื่องใช้และสัตว์เลี้ยงออกไปไว้ยังใน บนพื้นที่สูงและที่ลอดภัย
ด้านนายเสริมศักดิ์ เขียวคำ นายกเทศบาลตำบลต้นธงชัย ได้นำเจ้าหน้าที่ เข้าทำการช่วยเหลือประชาชนพร้อมตรวจสอบเร่งออกสำรวจชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนและกระสอบบรรจุทรายไปแจกจ่ายให้กับประชาชน และให้การช่วยเหลือต่อไป
ผู้ว่าฯอ่างทองประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 5 อำเภอ
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางตรวจสอบสถานการณ์น้ำที่ตำบลโผงเผงและตำบลจำปาหล่อ ซึ่งในขณะนี้น้ำได้เข้าท่วม 2 ตำบล คือตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมกและตำบลจำปาหล่อ อำเภอเมืองอ่างทอง และทางผู้ว่าราชการได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน 5 อำเภอด้วยกันคือ อำเภอเมือง อำเภอป่าโมก อำเภอไชโย อำเภอวิเศษชัยชาญและอำเภอโพธิ์ทอง โดยชาวบ้านเริ่มเดือดร้อนเพราะน้ำได้เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆขยายวงกว้าง ซึ่งบ้านนางอุไรวรรณ ขำประหนด อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่35/2 ม.4 ต.โผงเผง น้ำเข้าท่วมห้องนอนใต้ถุนบ้านสูง40 ซม. ต้องขนของหนีน้ำกันอลม่าน ส่วนบ้านนางสุวรรณา คำภาพันธุ์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/1 ม.3 ต.โผงเผง ต้องนำท่อคอนกรีตมาต่อกันเป็นสะพานชั่วคราวเพื่อเดินเข้าออกบ้าน
ในขณะนี้ ตำบลโผงเผงระดับน้ำในครองโผงเผง 6.50 เมตรและได้เอ่อเข้าท่วมขยายวงกว้าง 8 หมู่บ้าน 230 ครัวเรือน ประชาชนเดือดร้อน 700 คน ส่วนตำบลจำปาหล่อ น้ำได้เอ่อเข้าท่วม 2หมู่บ้าน 44 ครัวเรือน ประชาชนเดือดร้อน 150 คน เบื้องต้น ทางอบต. ได้นำน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ถูกน้ำท่วมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน



