ข่าว

'ปลอกคอหยุดทารุณ' แผนสกัดโรคพิษสุนัขบ้า

'ปลอกคอหยุดทารุณ' แผนสกัดโรคพิษสุนัขบ้า

16 ก.ย. 2555

'ปลอกคอหยุดทารุณ' แผนสกัดโรคพิษสุนัขบ้ากับ WSPA : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร :โดย...ธานี กุลแพทย์

                   แม้อัตราการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทยปัจจุบันดูเหมือนเป็นโรคที่ไกลตัว แต่ทว่าทุกปียังมียอดผู้เสียชีวิต โดยปี 2554 มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ถึง 8 ราย กลุ่มที่ถูกกัดมากที่สุด คือกลุ่มเด็กอายุ 5-9 ปี และอายุ 1-4 ปี ซึ่งเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าเกิดขึ้นในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด เช่น คน สุนัข แมว ลิง ชะนี กระรอก ค้างคาว กระต่าย ฯลฯ บ้านเราพบมากที่สุดในสุนัขถึง 96% รองลงมา คือแมว (ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์) โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสเรบีส์ (Rabies Virus) ซึ่งเป็นเชื้ออาร์เอ็นเอไวรัส (RNA virus) สายเดี่ยว

                   สาเหตุหลักของการติดเชื้อนั้น สพญ.จุฑามาศ จัตุชัย สัตวแพทย์ฝ่ายโครงการสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยง องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก-World Society for the Protection of Animals (WSPA) บอกว่า คือการถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัด เชื้อไวรัสในน้ำลายจะเข้าสู่บาดแผล แล้วเดินทางตามเส้นประสาทเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง จึงมักพบอาการทางประสาทในสัตว์ หรือผู้ป่วย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคพิษสุนัขบ้าได้ ดังนั้น ถ้าเป็นแล้วจะเสียชีวิตทุกราย

                  ด้วยความรุนแรงของโรคพิษสุนัขบ้า จึงทำให้คนหลายกลุ่มในบางประเทศระแวง และหวาดกลัวสุนัข จึงกำจัดด้วยการทุบตี รมควันด้วยแก๊ส วางยาเบื่อ หรือใช้ไฟฟ้าช็อต เป็นต้น การกระทำดังกล่าว นอกจากทำให้สุนัขได้รับความทุกข์ทรมานแล้ว ยังไม่สามารถลดการแพร่ระบาดและควบคุมโรคได้ เพราะจำนวนสัตว์ป่วยและคนที่เป็นโรคนี้ไม่ได้ลดตามไปด้วย

                  ดังนั้น WSPA จึงจัดทำ โครงการปลอกคอหยุดทารุณ (Red Collar campaign) ขึ้น เพื่อนำเสนอแนวทางการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าให้หันมาใช้วิธีการฉีดวัคซีนป้องกันแก่สุนัขให้ครอบคลุม 70% ของประชากรสุนัขในแต่ละพื้นที่ โดยสุนัขที่ได้รับวัคซีนจะได้รับปลอกคอสีแดงเป็นสัญลักษณ์ว่าปลอดภัยจากโรคดังกล่าว

                  สพญ.จุฑามาศ กล่าวว่า ได้สนับสนุนแผนกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า โดยหวังเป็นแผนตัวอย่างให้พื้นที่เขตอื่นๆ ด้วยให้การสนับสนุนองค์กรลานด็อกเรสคิว (Lanna Dog Rescue) ที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อให้ความรู้เรื่องการควบคุมประชากรสุนัข เพราะเล็งเห็นว่า 99% จากผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคนี้ได้รับเชื้อจากสุนัข

                 "เรายังร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด เทศบาลตำบลในเขต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ประชุมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้การทำหมันสุนัขและแมวที่ได้มาตรฐานสากล โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เพื่อทำหมันสุนัขในชุมชน สำรวจประชากรสุนัขในพื้นที่ที่ถูกต้อง ฝึกปฏิบัติการวิธีการเข้าหาและจับสุนัขอย่างถูกวิธี ซึ่งการทำงานได้สอดคล้องกับแผนนโยบายระดับนานาชาติขององค์การอนามัยโลก ที่ตั้งเป้าไว้ในปี 2563 ไทยจะต้องปลอดจากโรคพิษสุนัขบ้า 100%"

                 โดยวิธีการที่จะควบคุมและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าอย่างเป็นรูปธรรมนั้น สพญ.จุฑามาศ กล่าวว่า ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ครอบคลุมด้านต่างๆ ทั้งการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ควรฉีดให้แก่สุนัขจรจัดและสุนัขมีเจ้าของให้ครอบคลุมจำนวนสุนัขแต่ละพื้นที่ ไม่ต่ำกว่า 70% ของจำนวนสุนัขทั้งหมด เป็นประจำทุกปี

                  อีกทั้งเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าตั้งแต่ท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ ควบคุมประชากรสุนัขจรจัดอย่างถูกวิธี เช่น ทำหมัน กำจัดขยะซึ่งเป็นแหล่งอาหารดึงดูดให้สุนัขเข้ามาในชุมชน ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการเลี้ยงดูสุนัขที่ถูกต้อง เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรับผิดชอบที่เจ้าของควรมีต่อสุนัขก่อนหาสุนัขมาเลี้ยง เพื่อให้สุนัขมีคุณภาพชีวิตที่ดีและป้องกันไม่ให้เกิดการทอดทิ้งจนกลายเป็นภาระสังคมในอนาคต รวมทั้งให้ความรู้แก่ชุมชน เยาวชน เกี่ยวกับวิธีป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่ถูกวิธี การบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด มีการออกกฎหมายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการสวัสดิภาพสัตว์

                  "การกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้สำเร็จนั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องไม่เพิกเฉยเห็นเป็นเรื่องไกลตัว ทั้งคนที่รักสัตว์และชอบเลี้ยงสุนัขหรือแมวต้องรู้วินัยหน้าที่พาไปฉีดวัคซีนทุกปี ดูแลอย่างใกล้ชิดไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ที่สำคัญไม่ควรทิ้งให้เป็นภาระสังคมเมื่อไม่ต้องการหรือหมดรัก ควรไตร่ตรองให้ดีเพราะสัตว์ก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกับคน" สพญ.จุฑามาศ แจง

                   พร้อมระบุว่า ปี 2555 องค์กรฯ จัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ฯ โดยมีแผนดำเนินกิจกรรมหลักใน 4 ด้าน คือ คุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยง, ช่วยเหลือสัตว์ในภาวะภัยพิบัติ, สนับสนุนการทำฟาร์มเกษตรกรรมที่ยั่งยืนมีมนุษยธรรม และโครงการ "Red Collar-ปลอกคอหยุดทารุณ ต้านโรคพิษสุนัขบ้า" ดังกล่าวข้างต้น อีกทั้งยังศึกษาด้านมนุษยธรรมสร้างความเมตตา เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาการทารุณสัตว์ด้วย 

........................................
('ปลอกคอหยุดทารุณ' แผนสกัดโรคพิษสุนัขบ้ากับ WSPA : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร :โดย...ธานี กุลแพทย์)