
'ป้ายไฟฉุกเฉิน'ลดอุบัติเหตุ..ทางหลวง
'ป้ายไฟฉุกเฉิน'ลดอุบัติเหตุ..ทางหลวง : สารพันตำรวจ โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์
ป้ายสัญญาณไฟรูปสามเหลี่ยมสีเหลือง ซึ่งถูกนำมาวางไว้ริมถนน เป็นสัญญาณบ่งบอกให้ผู้ใช้รถใช้ถนนที่มุ่งหน้าลงภาคใต้ทราบโดยทั่วกันว่า จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากข้างหน้ามีรถจอดเสีย หรือมีรถเกิดอุบัติเหตุขวางช่องจราจรและกำลังรอการเคลื่อนย้าย
ป้ายสัญญาณไฟดังกล่าว มีชื่อว่า "ป้ายสัญญาณไฟฉุกเฉิน" เพิ่งถูกตำรวจทางหลวง กก.2 นำมาใช้เมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนถนนสายหลักที่มุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ในเวลากลางคืน
"กลางคืนถนนสายหลักที่มุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้จะมีผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก โดยเฉพาะรถบรรทุกสินค้า ที่ผ่านมามักเกิดอุบัติเหตุบ่อย เมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์พบว่า จำนวนไม่น้อยเกิดจากสาเหตุรถจอดเสียริมถนน หรือรถเกิดอุบัติเหตุ แล้วไม่มีสัญญาณไฟแจ้งเตือน รถคันอื่นมองไม่เห็นวิ่งมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชน หากมีสัญญาณไฟฉุกเฉินแจ้งเตือนล่วงหน้าจะช่วยลดอุบัติเหตุลงได้มาก" พ.ต.อ.อภิชัย ดุษฎีพฤติพันธุ์ ผกก.2 บก.ทล. บอกถึงที่มาของป้ายสัญญาณไฟฉุกเฉิน
พร้อมกับให้ข้อมูลว่า ป้ายสัญญาณไฟฉุกเฉินจะมีประจำไว้บนรถวิทยุของตำรวจทางหลวงทุกคันที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนถนนสายหลักที่มุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ เริ่มตั้งแต่ จ.นครปฐม ไปจนถึง จ.สุราษฎร์ธานี และจาก จ.นครปฐม มุ่งหน้า จ.กาญจนบุรี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ กก.2 บก.ทล. เพื่อนำไปใช้กรณีที่ได้รับแจ้งการเกิดอุบัติเหตุ หรือรถจอดเสียข้างทาง
พ.ต.อ.อภิชัย บอกถึงหลักการใช้งานป้ายสัญญาณไฟฉุกเฉินว่า หลังรับแจ้งเหตุรถยนต์จอดเสียริมถนน หรือเกิดอุบัติเหตุ รถวิทยุของตำรวจทางหลวงจะเดินทางไปยังรถยนต์ที่ประสบเหตุ แล้วนำป้ายสัญญาณไฟฉุกเฉินไปวางไว้ห่างจากท้ายรถคันเกิดเหตุในระยะที่สังเกตได้ชัด กระทั่งรถคันที่จอดเสียซ่อมเสร็จ หรือเคลื่อนย้ายพ้นพื้นที่แล้วจึงจะเก็บป้ายสัญญาณไฟฉุกเฉินไว้บนรถวิทยุเช่นเดิม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่นที่สัญจรผ่านบริเวณนั้นสังเกตเห็นได้ในระยะไกล
ป้ายสัญญาณไฟฉุกเฉินดังกล่าวมีขนาด 60x70 เซนติเมตร ติดตั้งหลอดไฟสีเหลืองรูปสามเหลี่ยม ใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็ก ซึ่งใช้กับรถจักรยานยนต์เป็นตัวให้พลังงาน มีขาตั้งเหล็กสามารถถอดประกอบได้อย่างสะดวก ปัจจุบันตำรวจทางหลวง กก.2 มีใช้อยู่ทั้งสิ้นจำนวน 100 ป้าย
คืนแรกของการนำป้ายสัญญาณไฟฉุกเฉินไปใช้ปฏิบัติงานจริง ปรากฏว่ามีรถจอดเสียบนถนนสายเพชรเกษมในพื้นที่ จ.นครปฐมถึง 5 คัน และแทบทั้งหมดเป็นรถบรรทุกพ่วง ตำรวจทางหลวงสังกัดสถานีตำรวจทางหลวง 1 กก.2 จึงมีโอกาสนำป้ายสัญญาณไฟฉุกเฉินไปใช้ทันที สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรผ่านบริเวณนั้นได้อย่างมาก
"ดีนะ ผมเห็นป้ายสัญญาณไฟเสียก่อน ไม่เช่นนั้นรถผมคงพุ่งชนรถที่จอดเสียริมถนนเข้าอย่างจัง เพราะมันมืดมองไม่เห็น หากไม่มีป้ายสัญญาณไฟฉุกเฉินแจ้งเตือน ผมไม่รู้หรอกว่ารถคันนั้นจอดอยู่ก็จะขับตามปกติ ไม่ระมัดระวัง อาจจะพุ่งชนรถคันนั้นได้ง่าย เมื่อมีป้ายแจ้งเตือนอย่างนี้ จะทำให้รู้ว่าข้างหน้ามีรถจอดเสีย หรืออาจมีรถอุบัติเหตุ ทำให้ผมระมัดระวัง โดยลดความเร็วและเปลี่ยนช่องจราจรเพื่อหลบรถที่จอดเสียหรือรถที่เกิดอุบัติเหตุได้ทัน" นายสมชาย อยู่มาก โชเฟอร์รถปิกอัพบรรทุกสินค้าการเกษตร ที่สัญจรผ่านถนนเพชรเกษมช่วง จ.นครปฐม บอกถึงข้อดีของป้ายสัญญาณไฟฉุกเฉิน
พร้อมให้ข้อมูลด้วยว่า ปกติถนนสายใต้ทั้งเพชรเกษม และสายเอเชีย มักเกิดอุบัติเหตุในเวลากลางคืนบ่อย เพราะถนนค่อนข้างมืด มองไม่ค่อยเห็น โดยเฉพาะตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลงไปจนถึง จ.ชุมพร เมื่อรถจอดเสียข้างทางรถคันอื่นๆ ที่วิ่งตามมามองไม่เห็นพุ่งเข้าชน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บไปจำนวนมาก
ด้าน นายโสภณ เมืองมนประเสริฐ เจ้าของกิจการรถเครนชื่อดังใน จ.นครปฐม ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการจัดทำป้ายสัญญาณไฟฉุกเฉินมอบให้ตำรวจทางหลวงนำไปใช้ลดอุบัติเหตุบนถนนหลวง ยอมรับว่า หลายปีที่ผ่านมารถบรรทุกในเครือบริษัทประสบอุบัติเหตุอยู่เป็นระยะ สาเหตุลำดับต้นๆ เป็นเพราะมีรถยนต์จอดเสียริมถนนในที่มืด พนักงานขับรถมองไม่เห็นจึงพุ่งชน หรือไม่ก็รถบรรทุกของบริษัทจอดเสียริมถนนแล้วมีรถคันอื่นพุ่งชน ซึ่งคิดที่จะหาทางแก้ปัญหาเรื่องนี้มาโดยตลอด กระทั่งได้มีโอกาสพูดคุยกับ พ.ต.อ.อภิชัย ทราบว่า จะมีการจัดทำป้ายสัญญาณไฟฉุกเฉินมาใช้ จึงสนับสนุนทันที เพราะเชื่อมั่นว่าน่าจะช่วยลดอุบัติเหตุลงได้มาก
...............
(หมายเหตุ : 'ป้ายไฟฉุกเฉิน'ลดอุบัติเหตุ..ทางหลวง : สารพันตำรวจ โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์)



