ข่าว

'คอป.'แนะแก้รธน.ต้องไม่รีบร้อน

'คอป.'แนะแก้รธน.ต้องไม่รีบร้อน

15 ก.ย. 2555

คอป. เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องไม่รีบร้อนท่ามกลางบรรยากาศมีความแตกแยก ต้องจัดให้มีเวทีสาธารณะ สานเสวนา ส่วน ม.112 ต้องแก้ไขโทษให้เหมาะสมกับความผิด ขณะที่ทหารเลิกยุ่งการเมืองและการควบคุมฝูงชนหรือสลายการชุมนุมต้องใช้ตำรวจ

              15 ก.ย.2555  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานฉบับสมบูรณ์ของ คณะกรรมการตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.)  ชุดที่มี นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ที่จะนำเสนอและเผยแพร่ต่อสาธารณชนในวันที่ 17 กันยายนนั้น ในส่วนที่ 5 ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะนั้น มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ, การแก้ไขมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวกับการหมิ่นเบื้องสูง, ข้อเสนอต่อสถาบันตุลาการ รวมทั้งข้อเสนอะแนะต่อกองทัพในยามที่บ้านเมืองเกิดความไม่สงบขึ้นด้วย

              ทั้งนี้ คอป.ระบุว่า มีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวและอาจทำให้ความขัดแย้งบานปลายได้ คอป.จึงมีข้อเสนอแนะว่า ในระหว่างที่ประเทศชาติประสบปัญหาความแตกแยกเช่นนี้ ไม่ควรมีการผลักดันเพื่อให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเร่งด่วน โดยที่ประชาชนยังมิได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน รอบด้าน เพราะอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าและใช้ความรุนแรงได้ โดยในรายงานของ คอป.ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการที่เกิดขึ้นและเพื่อแสวงหาฉันทามติร่วมกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และรัฐควรจัดให้มีเวทีสาธารณะหรือสานเสวนา เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลรอบด้านจากมุมมองที่หลากหลาย และสามารถพิจารณาผลดีผลเสีย รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรอบคอบ ก่อนมีกระบวนการลงประชามติเพื่อรองรับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่อาจจัดทำขึ้นในอนาคต

              คอป.ยังมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา มีการระวางโทษในอัตราที่สูงไม่ได้สัดส่วนกับความผิด ไม่มีความชัดเจนในขอบเขตที่เข้าข่ายตามกฎหมาย และยังเปิดโอกาสให้บุคคลใดๆ สามารถกล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีได้ ทำให้กฎหมายดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกลั่นแกล้งบุคคลที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม เพื่อหวังผลทางการเมืองหรือกำจัดศัตรูในทางการเมือง คอป.จึงหวังให้รัฐบาลและรัฐสภาร่วมกันการแก้ไขกฎหมายหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยศึกษานโยบายทางอาญาของประเทศต่างๆ ซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมาปรับใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาแก้ไขกฎหมาย

              นอกจากนี้ คอป.ยังมีข้อเสนอะแนะต่อสถาบันตุลาการอีกด้วยว่า องค์กรตุลาการต้องพิจารณาพิพากษาคดีโดยชอบด้วยกระบวนการตามกฎหมาย มีความเที่ยงธรรม ยึดมั่นในหลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษา หลักความเป็นกลาง หลักนิติธรรม หลักทฤษฎีการแบ่งแยกอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย และต้องไม่มีความเห็นล่วงหน้าเกี่ยวกับคดีหรือคู่กรณี การวินิจฉัยคดีจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยปราศจากความลำเอียงหรืออคติ

              ขณะเดียวกัน คอป.ยังมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับทหารว่า ให้รัฐบาลกำหนดห้ามมิให้ทหารดำรงตำแหน่งทางการเมือง และให้ทหารยุติบทบาทในการเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือแทรกแซงทางการเมืองไม่ว่าในทางใด เช่น การใช้อิทธิพลกดดันนโยบายของรัฐบาล การข่มขู่ว่าจะใช้กำลังหรือยึดอำนาจ เป็นต้น