
ข้าราชการงดสังคมออนไลน์...ไหวปะ!
ฮอตอิชชู่ : ข้าราชการงดสังคมออนไลน์...ไหวปะ!
ผลึกนวัตกรรมทางการสื่อสารของเจ้าพ่อโซเชียลเน็ตเวิร์ก มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก สร้างปรากฏการณ์เชื่อมสังคมโลกง่ายเพียงคลิก!! จนสาวกหน้าสมุดออนไลน์ หรือ "เฟซบุ๊ก(facebook)" ติดกันงอมแงม และก็ไม่แปลกหากคนไทยผู้ไวต่อการเปลี่ยนแปลงนี้จะขึ้นแท่นเบอร์ 1 ของประเทศที่ใช้เฟซบุ๊กมากที่สุดในโลก ซึ่งคงไม่มีใครปฏิเสธประโยชน์มหาศาลที่ได้รับ แต่ในมุมกลับหากอัพเฟซชนิดผิดที่ผิดเวลาพลอยทำให้เสียการเสียงาน แบบนี้ไม่เวิร์กแน่
นั่นจึงอาจเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักพอหากล่าสุดกระทรวงมหาดไทยจะร่อนเอกสารแจงการยกเลิกใช้บางเว็บไซต์ด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่องมาตรการใช้งานระบบอินเทอร์เน็ตของเหล่าข้าราชการในสังกัด โดยยื่นคำขาดให้ระงับการเข้าถึงเว็บไซต์ออนไลน์ โดยเฉพาะ www.facebook.com ระหว่างเวลา 08.30-12.00 น. และ 13.00-16.30 น. เริ่มลงกลอนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป
เพราะเชื่อว่าเป็นเรื่องไม่ก่อให้เกิดประโยชน์และสิ้นเปลืองช่องสัญญาณโดยใช่เหตุ...แล้วสังคมหรือคนทำงานที่อาจจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีดังกล่าวคิดเห็นกันอย่างไร เรื่องนี้ต้องกดแชร์
คำสั่งยิงตรงสู่วิถีการทำงานของ กฤษณา ภาลีขันธ์ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญการ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย แต่เจ้าตัวบอก "อย่าได้แคร์" เพราะถึงจะติดเกมเลี้ยงหมูในสังคมออนไลน์มากแค่ไหน ก็เล่นอยู่ที่บ้านเท่านั้น รู้หน้าที่ รู้เวลาอยู่แล้ว
"ลำพังแค่ทำงานเวลาก็จะไม่พออยู่แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมานั่งเล่น ถึงกระทรวงจะประกาศระงับการใช้เฟซบุ๊กในหมู่ข้าราชการ ตัวเองจึงไม่รู้สึกกระทบกระเทือนอะไรเลย อีกอย่างลำพังแค่จะเปิดงานก็เปิดไม่ค่อยจะออกเลยอย่าว่าแต่เล่นเฟซบุ๊ก เพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตของกระทรวงไม่ดีอยู่แล้ว ที่สำคัญทุกวันนี้เจ้าหน้าที่เกือบทุกคนต่างก็มีแอร์การ์ดส่วนตัว" ข้าราชการสังกัดกระทรวงตราสิงห์ แสดงความเห็น
ด้าน "จุ๋ม" ภัทร์รวี ประมงคล เจ้าพนักงานพัสดุ 5 องค์การบริหารส่วนตำบลนาฤกษ์ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ยอมรับว่า ทาง อบต.ยังไม่ได้รับคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ก็รับทราบข่าวมาบ้างแล้วจากสื่อโทรทัศน์ ทว่าก็ไม่ได้มีผลกระทบกับตัวเองแต่อย่างใด เพราะปกติปริมาณงานก็มากจนล้นมือ คงไม่มีเวลาว่างพอที่จะเล่นเฟซบุ๊ก แต่ถ้าพอมีเวลาว่างก็เปิดบ้าง เพราะบางครั้งก็ต้องติดต่องานหรือส่งรูปผ่านช่องทางนี้ ไม่ได้เปิดเพื่อเล่นเกมเสมอไป และถ้าเล่นแล้วไม่ทำให้เสียงานก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ตรงกันข้ามหากหมกมุ่นทุกนาทีเสียงานแน่ๆ ส่วนตัว เห็นด้วยกับคำสั่งที่จะออกมา จะได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่ก็ควรมีการยืดหยุ่นให้ได้ผ่อนคลายบ้าง อาจเป็นช่วงพักกลางวัน
แม้ไม่ได้สังกัดกระทรวงมหาดไทย แต่ "เอ๊ะ" ศิราวดี รัตนกำเนิด นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร ก็ทราบข่าวเรื่องนี้พอสมควร โดยเห็นด้วยกับเหตุผลการห้ามที่ว่าหากใช้อินเทอร์เน็ตเรื่องส่วนตัวมากจะเป็นการดึงช่องสัญญาณ ทำให้ระบบการสื่อสารขององค์กรมีปัญหา แต่ถ้าห้ามเพราะกลัวข้าราชการจะไม่ใส่ใจในงานคงไม่ได้ผลเต็มที่ เพราะเดี๋ยวนี้มีช่องทางอื่นๆ ที่จะเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมือถือ แท็บเล็ตส่วนตัว สำหรับตัวเองก็เล่นบ้าง แล้วบางครั้งก็กระทบกับงานเพราะมัวเพลิดเพลิน แต่ถ้างานยุ่งมากๆ จะไม่เล่นเลย ดังนั้น การออกกฎห้ามถ้าสมเหตุสมผลก็เป็นเรื่องยอมรับได้ และอยู่ที่สามัญสำนึกของผู้ใช้เทคโนโลยีด้วย
ขณะที่คนทำงานภาคเอกชน "จุ๋ม" วชิรา จิตศักดานนท์ กรรมการบริหารบริษัท ยูเนียน แพน เอ็กซิบบิชั่น จำกัด ฟันธง! เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรม แม้กระทั่งทวิตเตอร์ล้วนเหมาะกับคนทำงานบางอาชีพเท่านั้น สำหรับข้าราชการความจำเป็นที่จะใช้โลกโซเชียลเหล่านี้น้อยมาก เพราะเป็นการพูดคุยกับเพื่อนๆ เป็นการอัพเดทความเป็นอยู่ของคนรู้จัก
"อย่างในบริษัทของจุ๋มก็ได้มีการพูดคุยกับพนักงานในเรื่องการเล่นเฟซบุ๊กเช่นกัน เพราะงานของบริษัทไม่ได้ใช้เรื่องเหล่านี้ ก็ต้องบอกต้องคุยกัน หรือแม้งานในส่วนราชการก็เชื่อว่าไม่ได้มีความจำเป็นที่ข้าราชการต้องเข้าไปเล่นในเวลางาน ตรงกันข้ามถ้าเป็นบริษัทที่ต้องติดต่อค้าขาย หรือบริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับบันเทิง การเข้าโซเชียลมีเดียก็มีความจำเป็น เพราะจะมีการอัพเดทเรื่องราวของคนสำคัญต่างๆ จุ๋มว่ามันเหมาะกับบางอาชีพเท่านั้นนะ" เซเลบริตี้สาวและเจ้าของกิจการ ให้เหตุผล
เช่นเดียวกับมุมมองของผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์แบรนด์ดัง ชาเนล (ไทยแลนด์) "แจน" จิตติมา วรรธนะสิน ที่บอกว่า แล้วแต่จุดประสงค์ของแต่ละองค์กร อย่างงานราชการถ้าไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเฟซบุ๊กแล้วเอาเวลาไปเล่นส่วนตัวก็ไม่ควร ยกเว้นว่าเนื้องานนั้นจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากสังคมออนไลน์จริงๆ มีผลกับการทำงาน ก็ไม่ควรมีกฎมาห้าม
"แจนเองบางครั้งติดต่อกับเพื่อนบางคนไม่ได้ พอเขียนลงเฟซบุ๊กเดี๋ยวเดียวเขารู้แล้วก็โทรกลับมาหา มีประโยชน์และโทษในตัวเอง จริงๆ ถ้าเล่นเป็นรู้จักเวลางานเวลาส่วนตัวก็ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้ามีแต่เสียงาน หยุดเลยดีกว่า สำหรับลูกน้อง แจนรู้ว่าเขาทำงานหนัก ถ้าเขาจะคลายเครียดบ้างก็พอรับได้ ยิ่งถ้าจำเป็นกับเนื้องานเล่นไปเถอะ ให้อิสระเพราะเราเชื่อใจว่าเขารู้ว่าอะไรควรไม่ควร" พีอาร์สาวและอดีตนางแบบชื่อดัง กล่าว
บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรลบหรือบวกสุดโต่ง ในทัศนะของดอกเตอร์หนุ่ม "คิด" ดร.ศุภชัย ปาจริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมคฟิวา ประเทศไทย จำกัด มองว่า เรื่องนี้มีสองมุม เมื่อมีคำสั่งออกมาด้านที่ดีคือ คนทำงานจะได้ไม่เอาเวลาไปเล่นเฟซบุ๊กอย่างเดียว ประเทศชาติก็ก้าวหน้า ประชาชนก็ก้าวหน้าไปด้วย แต่สำหรับข้อเสียของคำสั่งนี้อยู่ที่สังคมออนไลน์ทำให้เราติดตามงานบางอย่างได้ เคล็ดลับก็คือ ทำอย่างไรที่จะเอาเฟซบุ๊กมาใช้กับงานได้ ไม่ว่าจะเป็นอัพเดทข่าวสาร ปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด
"การหักดิบคิดว่าโหดเกินไป ยิ่งระงับทุกหน่วยงานไม่ดีแน่ อย่างหน่วยงานด้านประชาสัมพันธ์ ผมว่าจำเป็นต้องใช้อย่างยิ่ง เพราะองค์กรข้างนอกที่ติดต่อกันตอนนี้เขาก็ต้องพึ่งสังคมออนไลน์ด้วย อาจจะคุยโทรศัพท์ไม่สะดวกเปลี่ยนเป็นคุยกันทางโปรแกรมไลน์แทน แต่ต้องใช้ให้สมดุลรู้กาลเทศะ อย่างผมเองใช้เฟซบุ๊กทำงานเลย ขาดไม่ได้ เพราะลูกค้าก็อยู่ในนั้น เราต้องดูแลลูกค้า ก็แบ่งเวลา งานคืองาน ไม่เอามาปนเรื่องส่วนตัว ผมทำดิจิตอลเอเยนซีมีลูกน้องเยอะ ทุกคนเล่นเฟซบุ๊กเวลางานหมด ผมแฮปปี้ ยิ่งเล่นลูกค้าก็ได้ประโยชน์ ไปดูข้อมูลคู่แข่งบ้าง จะได้นำมาปรับปรุงการทำงาน ไม่มีอะไรหรอกที่จะเสียด้านเดียว" เจ้าของธุรกิจ สะท้อนมุมมองปิดท้าย
หลากความเห็นคอนเฟิร์มเลยว่ามีไว้ไม่ผิด แต่ถ้าใช้มากไปจนไม่รู้เวลาก็ผิดไปเต็มประตู!! เอาเป็นว่า..."งานเป็นงาน เล่นเป็นเล่น" รับรองจะมีแต่คน "กดไลค์" ให้แน่นอน



