
"จำลอง"รับตั้ง3ชื่อรอพรรคพันธมิตรฯ
พธม.อ้างแกนนำยังไม่ฟันธง แต่เตรียม 3 ชื่อพรรคใหม่ ชู "สนธิ-จำลอง" เป็นหัวหน้า งานเลี้ยง ปชป.ระอุ "เฉลิมชัย" ซัด "สุเทพ" อัยการบี้บัวแก้วเร่งดูไบส่งตัว "แม้ว" หลังเคลื่อนไหวการเมือง เสื้อแดงจัดดินเนอร์ทอล์ก เตรียมชุมนุมใหญ่สนามหลวง
ความคืบหน้าการตั้งพรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีความชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ เมื่อแกนนำระดับสูงในกลุ่มพันธมิตรมีความเห็นตรงกันแล้ว แต่ในส่วนของตัวหัวหน้าพรรคยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นใคร ระหว่างแกนนำพันธมิตร หรือคนนอกที่จะเชิญเข้ามา
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้นัดหารือกับแกนนำพันธมิตรบางคนถึงการจัดตั้งพรรคการเมือง โดยแกนนำส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า สมควรจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนอุดมการณ์ "การเมืองใหม่" ให้บรรลุเป้าหมาย โดยนายสนธิประเมินสถานการณ์ของพันธมิตรว่า ต้องรีบ แต่ไม่ร้อน ซึ่งหมายถึงว่า ต้องรีบจัดตั้งพรรคการเมืองโดยเร็ว แต่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ไม่ร้อนรน โดยแกนนำพร้อมจะร่วมมืออย่างเต็มที่ในแต่ละบทบาทที่ตัวเองถนัด
ส่วนตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น แกนนำได้พิจารณาข้อเสนอที่จะให้คนนอกมาเป็นหัวหน้าพรรค เช่น นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. อย่างไรก็ตาม แกนนำเห็นตรงกันว่า หากจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา หัวหน้าพรรคควรจะเป็นแกนนำพันธมิตรเอง ซึ่งผู้ที่เหมาะสม คือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และนายสนธิ ลิ้มทองกุล
"จำลอง" ขอฟังเสียง ปชช.ก่อนตั้งพรรค
นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตร กล่าวถึงเรื่องการตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตรว่า ขอให้ฟังเสียงประชาชนในวันที่ 25 พฤษภาคม ก่อนว่ามีความเห็นอย่างไร จะให้ตั้งพรรคหรือไม่ แกนนำไม่อยากชี้นำ ถ้าหากมีมติให้ตั้งจึงค่อยมาหาชื่อพรรค และหัวหน้าพรรค ถ้าไม่ตั้งก็อยู่กันเหมือนเดิมแบบนี้ และยืนยันว่า แกนนำยังเกาะเกี่ยวเป็นเอกภาพเช่นเดิม
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร กล่าวในประเด็นเดียวกันว่า แกนนำได้หารือการจัดงานรำลึกครบรอบ 1 ปีการชุมนุมของพันธมิตร ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ โดยจะทำแบบสอบถามแจกจ่ายให้ประชาชนหลายหมื่นฉบับเพื่อให้กรอกแสดงความจำนงว่าให้พันธมิตรตั้งพรรคหรือไม่ หากไม่เห็นด้วยให้ตั้งพรรค ทุกอย่างก็จบ แต่ถ้ามีมติให้ตั้ง ก็จะถามต่อว่าจะให้ 5 แกนนำเกี่ยวข้องกับพรรคหรือไม่
"ยืนยันว่าแกนนำไม่มีธงล่วงหน้าในเรื่องการตั้งพรรคการเมือง แต่ยอมรับว่ามีชื่อพรรคเตรียมไว้แล้ว 3 ชื่อ หนึ่งในนั้นคือ เทียนแห่งธรรม ส่วนอีก 2 ผมจำชื่อไม่ได้ หลังจากนั้นอีกไม่เกิน 10 วันจะดำเนินการหาหัวหน้าพรรคให้แล้วเสร็จ โดยส่วนตัวคิดว่าไม่น่าเกิน 7 วัน เพราะสถานการณ์การเมืองขณะนี้ไว้ใจไม่ได้ รัฐบาลจะยุบสภาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อย่างไรก็ตาม มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า แม้จะมีพรรคก็จะต้องมีการรวมกลุ่มประชาชนในการเคลื่อนไหวต่อไป" พล.ต.จำลอง กล่าว
เมื่อถามว่า พร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ต้องฟังเสียงประชาชนว่าจะให้ตั้งพรรคหรือไม่ก่อน ถ้าให้ตั้งพรรคแล้ว ถ้าให้ตนเป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องขอเวลาตัดสินใจ เพราะเป็นสิทธิส่วนตัว จะบังคับกันไม่ได้ และในวันเดียวกันจะถามประชาชนด้วยว่า เห็นด้วยหรือไม่กับการแก้รัฐธรรมนูญใน 3 มาตรา คือ มาตรา 190, 237 และ 309 ถ้าไม่เห็นด้วยจะมากำหนดแนวทางเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าวที่ที่ทำการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่ง นายสมศักดิ์ได้เปิดตัว "มูลนิธิแรงงานสมศักดิ์ โกศัยสุข" ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นหนึ่งในแคนดิเดตหัวหน้าพรรคพันธมิตร ได้มาให้กำลังใจนายสมศักดิ์ด้วย นอกจากนี้ นายอาทิตย์ยังพูดคุยกับ พล.ต.จำลอง เป็นการส่วนตัวสองต่อสองเป็นเวลานานอีกด้วย
"ปฐมพงษ์” คุยพรรค พธม.คืบกว่า 80%
พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตประธานที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวในรายการลับ ลวง พราง ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งพรรคการเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า เคยทำงานร่วมกับพันธมิตร หลายคนมีจุดมุ่งมั่น รู้ปัญหาของบ้านเมืองว่ามีปัญหาเรื่องความไม่จงรักภักดี และการเอาผลประโยชน์ชาติไปแลกกับผลประโยชน์ตัวเอง เช่น ปราสาทพระวิหาร เพื่อกลับมาสู่การมีบทบาทครอบงำในเรื่องของการบริหาร นิติบัญญัติ หรือตุลาการ เรื่องเหล่านี้ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ที่เก่าแก่ที่สุด หรือพรรคที่ตั้งขึ้นมา เช่น พลังธรรม หรือความหวังใหม่ สุดท้ายก็ไปไม่รอด
พล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรไม่เคยมีพรรคของเขาเอง ความจริงหลายคนในพันธมิตรค่อนข้างมีบทบาทกับประชาธิปัตย์เป็นจำนวนมาก แต่หลายคนมองว่า น่าจะต้องมีอะไรสักอย่างที่เพิ่มจำนวนพรรคในรัฐสภา ให้มากกว่านี้ เป็นแนวร่วมกับประชาธิปัตย์มากกว่านี้ หรือทำให้ประชาธิปัตย์ตื่นตัว ต้องมีความกล้าหาญ เสียสละ ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินมากกว่านี้ เพราะพันธมิตรต่อสู้อย่างยาวนาน ให้โอกาสรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา พอมาเป็นรัฐบาลประชาธิปัตย์ก็ยังไม่ตอบสนองให้เกิดความรู้สึกว่าโอเค และผลออกมาไม่ประทับใจ จึงมีกระบวนการคิดว่า น่าจะต้องมีพรรคการเมืองขึ้นมา
เมื่อถามว่า หัวหน้าพรรคคือใคร พล.ต.จำลอง หรือนายสนธิ พล.อ.ปฐมพงษ์กล่าวว่า ไม่มองตรงนั้น แต่มองว่า สิ่งที่เป็นอยู่อย่างนี้จะปล่อยให้เป็นภาระตกอยู่กับคนคนเดียวคือ หัวหน้าพรรค หรือเลขาธิการไม่ได้ การเมืองไทยลักษณะเช่นนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้
“ความคิดผม จากการเปรียบเทียบ ไม่ว่าจะเป็นการปกครองแบบพิเศษ หรือคอมมิวนิสต์ ต้องมาเปรียบเทียบกัน ของเราจะเอาแบบอังกฤษ หรืออเมริกา ก็คงไม่ได้ ประชาธิปัตย์ไปได้ไม่ดีเพราะอะไร พลังธรรมไปไม่ได้ดีเพราะอะไร แม้กระทั่งความหวังใหม่ไปไม่รอดเพราะอะไร หากเราจะมีคณะกรรมการกลางที่มีอำนาจสูงสุด สามารถปลดตัวแทนของพรรคที่เป็นนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีได้ เพื่อคานอำนาจกับคนที่ไปเป็นตัวแทนบริหาร หากไม่ดีคณะกรรมการกลางก็ยื่นให้ออกจากนายกฯ หรือรัฐมนตรีได้” พล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่า เหมือนแบบโปลิตบูโร หรือคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองในพรรคคอมมิวนิสต์หรือไม่ พล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าวว่า อย่าไปคิดว่าเป็นคอมมิวนิสต์ แต่เป็นรูปแบบที่นำไปสู่การไม่ให้พรรคการเมืองที่เราเสนอเข้าไปแล้ว จะไปทำแบบเดิมๆ คือโกงกินมีผลประโยชน์ คนที่เป็นคณะกรรมการกลางจะไม่มีผลประโยชน์โดยตรงในการบริหาร คนพวกนี้จะเลือก และควบคุมคนที่เข้าไปบริหาร
เมื่อถามย้ำว่า แนวโน้มตั้งพรรคเกิน 50% หรือไม่ พล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าวว่า ประมาณ 80% ในวันที่ 24 พฤษภาคม จะเป็นการแสดงออกถึงความคิดเห็น และวันที่ 25 พฤษภาคม จะลงมติ ซึ่งได้รับเชิญไปด้วย หากถามตนจะบอกว่าเห็นด้วย
“สุริยะใส” รอผลที่ประชุมตั้งพรรคหรือไม่
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงความคืบหน้าในการตั้งพรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า วันที่ 24 พฤษภาคม จะมีการจัดประชุม เพื่อขอมติการจัดตั้งพรรคการเมือง และแสดงจุดยืนทางการเมืองในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งขอย้ำว่า ยังคงต้องรอมติสมาชิกก่อนว่าจะจัดตั้งพรรคการเมืองหรือไม่
นายทรงศักดิ์ อุดมศิลป์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า วันที่ 24 พฤษภาคม แกนนำ 13 คน จะไปร่วมประชุมที่มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อระดมความคิดเห็นเรื่องการจัดตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตร เบื้องต้นทางพันธมิตร จ.ปราจีนบุรี เห็นดีด้วยที่จะสนับสนุนให้ตั้งพรรคการเมือง แต่จะต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ด้วย
"ชาติชาย" ยังยื้อ ขอคุยนายกฯก่อน
นายชาติชาย พุคยาภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงประเด็นการถูกปรับออกจากตำแหน่งว่า ได้รายงานเรื่องที่ตนติดใจเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว หลังพรรคภูมิใจไทยมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง ส่วนจะเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อชี้แจงรายละเอียดเมื่อใดนั้น คงต้องรอให้นายกรัฐมนตรีนัดหมายภายหลังเสร็จสิ้นจากการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี
"ชวรัตน์" แย้ม "ศุภชัย" เสียบแทน
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคยังไม่มีการเสนอชื่อบุคคลที่จะเข้าทำหน้าที่แทนนายชาติชายให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบแต่อย่างใด แต่เบื้องต้นพรรคน่าจะยื่นรายชื่อให้นายกฯ รับทราบ ภายหลังแถลงข่าวเปิดใจอย่างเป็นทางการของนายชาติชายในวันอังคารที่ 26 พฤษภาคมนี้ ส่วนทางพรรคจะส่งบุคคลใดเข้าทำหน้าที่แทนนายชาติชายนั้น ตนคัดเลือกไว้แล้ว ซึ่งคงไม่ผิดไปจากที่สื่อมวลชนคาดหมายไว้ก่อนหน้านี้แต่อย่างใด
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในประเด็นนี้ว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เมื่อนายชาติชายไม่ได้เป็นผู้แทนฯ ก็ต้องเข้าใจ ในเมื่อผู้แทนฯ เขาต้องการให้เปลี่ยนตัวก็เป็นสิทธิของเขา นายชาติชายถือว่าได้ทำหน้าที่ของตัวเองแล้วก็ต้องให้คนที่ได้รับเลือกตั้งเข้าไปทำหน้าที่
เมื่อถามว่า หากนายกฯ ยืนยันให้นายชาติชายดำรงตำแหน่งต่อไป นายชัยกล่าวว่า นายชาติชายคงอยู่ไม่ได้ อย่างไรนายกฯ ก็ต้องเอาออก แล้วตอนนี้พรรคภูมิใจไทยก็ส่งชื่อคนที่จะมาเป็น รมช.เกษตรฯ แทนนายชาติชายแล้ว
นายกฯ ยันปรับ ครม.ตำแหน่งเดียว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายชาติชายยืนยันจะไม่ลาออก และจะแถลงข่าวในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ ว่า มีโอกาสได้คุยกัน และบอกว่าจะคุยกันช่วง 1-2 วันนี้ ซึ่งจะสอบถามว่าคิดอย่างไร ส่วนหากไม่ยอมออกแล้วจะปรับออกหรือไม่นั้น ถือเป็นเรื่องการจัดการของแต่ละพรรคมากกว่า คงจะไม่สอบถาม เพราะแต่ละคนที่มาเป็นรัฐมนตรีจะต้องทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่ตัวเองสังกัด ส่วนจะปรับตำแหน่งอื่นด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคว่าจะมีข้อเสนอแนะมาอย่างไร แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ยินว่าพรรคอื่นจะมีการปรับ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่มีใครว่าอะไร
ปัดชื่อ รมช.เกษตรฯคนใหม่ยังไม่ถึงมือ
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่นายชัยระบุว่าได้ส่งรายชื่อ รมช.เกษตรฯ คนใหม่ให้นายกฯ แล้วว่า ยังไม่ได้มีการติดต่อประสานมา เพราะตนเพิ่งเดินทางกลับจากการสัมมนาพรรคที่เกาะสมุย เพียงแต่นัดหมายที่จะพบกับนายชาติชายใน 1-2 วันนี้ โดยจะสอบถามว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในแต่ละพรรค และยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันว่าในที่สุดแล้วจะหาข้อยุติอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดินยังมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร และไม่ได้มีการขอตำแหน่งอะไรเพิ่มเติม
พผ.ไม่ขอเก้าอี้ ฉุนนายกฯย่องตีท้ายครัว
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า พรรคจะไม่ร้องขอโควตารัฐมนตรีเพิ่ม แม้จะสามารถดึง ส.ส.กลุ่ม พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก มาได้เพิ่มเติมก็ตาม เพราะความเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่พรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งอยู่ในบทบาทพระรอง คงไม่อาจฝืนกฎเกณฑ์ได้ อีกทั้งตอนที่เจรจาเข้าร่วมรัฐบาล พรรคยืนยันตัวเลข ส.ส.32 คน ส่วนที่นายกฯ ออกมายอมรับว่า เคยพูดคุยกับกลุ่ม พล.ต.อ.ประชา ก็อยากให้นายกฯ นึกถึงบ้างว่า ที่ผ่านมาตนให้เกียรติและยกย่องนายกฯ มาตลอด อีกทั้งที่ผ่านมาก็ทำงานร่วมกันด้วยดี หากจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไร อยากให้คำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีที่ร่วมกัน สำหรับตนนั้น คับที่อยู่ได้ แต่คับใจอยู่ยาก
สังสรรค์ ปชป.ระอุ "เฉลิมชัย" ป่วน "สุเทพ"
ด้านงานเลี้ยงสังสรรค์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่โรงแรมเซ็นทารา เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อคืนวันที่ 22 พฤษภาคม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีรัฐมนตรี และ ส.ส.เข้าร่วมงานกว่าร้อยคน ภายในงานมีการเชิญรัฐมนตรีและแกนนำของพรรคขึ้นร้องเพลง แต่บรรยากาศก็ตึงเครียดขึ้นเมื่อมีการขึ้นร้องเพลง และกล่าวเสียดสี ส.ส.ฝั่งตรงข้าม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงรอยร้าวภายในพรรค
นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง ส.ส.สัดส่วน ซึ่งมีข่าวจะย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นร้องเพลง "มีเมียเด็ก" และกล่าวเปิดใจบนเวทีว่า ที่ไปพรรคภูมิใจไทยนั้นไม่ได้คิดจะย้ายพรรค แต่ไปเพราะต้องการไปยื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน ซึ่งตนได้ปรึกษากับ นายชุมพล กาญจนะ ประธาน ส.ส.พรรค ซึ่งแนะนำให้ไปยื่นถึงพรรค แต่บังเอิญไปตรงกับวันที่มีการประชุม ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยพอดี
ขณะที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ ขึ้นร้องเพลง "หิ่งห้อยกับแสงตะวัน" ทำให้บรรยากาศภายในงานเคร่งเครียดขึ้นทันที โดยระหว่างนั้นนายอภิสิทธิ์ได้นำดอกไม้ไปมอบให้ โดยนายเฉลิมชัยพูดว่า “ผมกับหัวหน้ามีความสัมพันธ์กัน ดังนั้น ดอกไม้ดอกนี้จึงมีความสำคัญกับผมมาก" และที่นายกฯ พูดว่า "ผมมี ส.ส.40 คน แต่ผมอยากจะบอกตรงนี้ว่าไม่ใช่ เพราะผมมีมากกว่านั้น” ซึ่งทำให้ ส.ส.กลุ่มนายเฉลิมชัยถึงกับเฮลั่น ส่วนนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายเฉลิมชัยร้องเพลงจบ นายอภิสิทธิ์ได้เดินเข้าไปหาพร้อมกับจับมือเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียด แต่หลังจากนั้น นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี กลุ่มของนายเฉลิมชัย ก็ขึ้นร้องเพลง "คนที่ไม่มีตังค์" โดยดัดแปลงเนื้อเพลงมาจากเพลง "ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้" ของนักร้องสาวตั๊กแตน ชลดา โดยระบุว่า เป็นเพลงที่ นายนาราชา สุวิทย์ ส.ส.สงขลา เป็นผู้ดัดแปลงเนื้อเพลง ทำให้นายสุเทพมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาอีกครั้ง โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมไม่ได้ฟัง เดี๋ยวค่อยเอาไปคุยกันบนเรือ”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากนายเฉลิมชัยลงจากเวทีก็มี ส.ส.ของพรรคจำนวนหนึ่ง นำโดย นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.สัดส่วน แสดงอาการไม่พอใจอย่างหนัก โดยกล่าวว่า "พูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร ต้องมาเคลียร์ ไม่ได้เคลียร์ไม่ได้"
หลังจากนั้นนายเฉลิมชัยได้เดินเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ แต่ปรากฏว่านายสุเทพไม่ได้พูดคุยกับนายเฉลิมชัย แต่อยู่ในอาการเคร่งเครียดตลอดเวลา
ในช่วงสุดท้ายของงาน นายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นกล่าวปิดท้ายบนเวที โดยพยายามกล่าวเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดว่า ที่นายเฉลิมชัยพูดว่ามี ส.ส.มากกว่า 40 นั้น คงจะจริง เพราะการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ ส.ส.240 คน การทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.ได้แสดงความเห็นอย่างเต็มที่ โดยไม่เกรงใจกัน เพราะฉะนั้น จึงไม่ต้องตกใจ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย และการสัมมนาครั้งนี้ ส.ส.ก็มากันอย่างพร้อมเพรียง ใครที่ไม่มาก็โทรบอก และการมาพบกันครั้งนี้ก็หวังว่าทุกคนจะใช้เวลากันอย่างคุ้มค่า สานสัมพันธ์กันมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นนายอภิสิทธิ์พร้อมด้วยทีมงานโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค และนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา ได้ร่วมกันร้องเพลง 3 เพลงรวด ได้แก่ เพลงถึงเพื่อน เพลงตลอดเวลา และเพลงตังเก ซึ่งแต่ละเพลงล้วนมีความหมายในทำนองว่า ให้เน้นการทำงานให้ประชาชน และเน้นย้ำถึงความรัก ความสามัคคี และความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันฉันเพื่อน
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงความขัดแย้งภายในพรรคว่า ขอยืนยันว่าความจริงไม่ได้มีอะไร สมาชิกทำงานอย่างเต็มที่และแสดงความคิดเห็นกันอย่างอิสระอยู่แล้ว และเป็นเรื่องที่เมื่อปิดสมัยทุกครั้งก็จะมาพบปะกันเป็นปกติ จึงมั่นใจว่าทุกอย่างเรียบร้อย
ปชป.เกลี่ยงบให้ ส.ส.กันโวย
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการสัมมนา ส.ส.พรรคว่า ได้มีการแบ่ง ส.ส.ออกเป็นกลุ่มย่อย 12 กลุ่ม โดยมอบภารกิจให้แต่ละกลุ่มไปพูดคุย และนำมาเสนอตน เพื่อนำเสนอความเห็นต่อไป โดยแบ่งออกเป็น 2 หมวดคือ 1.ให้ ส.ส.คิดว่าในฐานะที่เป็นรัฐบาลควรทำอะไรเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ และคิดว่า ส.ส.จะช่วยเหลือรัฐบาลในเรื่องใดได้บ้าง 2.เป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องระดมความคิดว่าทำอย่างให้พรรคแข็งแรง และสามัคคีมากขึ้น ทั้งนี้ ในช่วงปิดสมัยประชุมตนได้กำชับกับ ส.ส.ว่าขอให้ลงพื้นที่เพื่อบอกปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองให้ประชาชนได้ทราบ และตระหนักว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบต่อความมั่นคงและโอกาสอยู่รอดของประเทศไทย ทั้งนี้ นายกฯ ได้มอบให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี อธิบายให้ ส.ส.เข้าใจถึงแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล
ส่วนปัญหาภายในพรรคที่นายเฉลิมชัยระบุว่ามี ส.ส.ในมือมากกว่า 40 คนนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นการพูดถึงเสียงของรัฐบาลในอนาคต ที่จะมีเพิ่มมากกว่า 240 เสียง โดยปัญหาในพรรคที่เป็นข่าวตนได้พูดคุยกับทุกกลุ่ม ยืนยันว่าไม่ได้กดดันให้ปรับ ครม. แต่ต้องการพูดคุยให้ ส.ส.เสนอความเห็นในเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งนายกฯ ก็พร้อมรับฟัง
นายสุเทพกล่าวถึงการปรับ ครม.ว่า จะมีการปรับเพียง 1 ตำแหน่ง คือ ตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ ของนายชาติชาย ส่วนที่มีข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อแผ่นดินต่อรองขอเพิ่มโควตารัฐมนตรีนั้น ขออธิบายว่าตอนที่ตนชวนให้ร่วมรัฐบาลได้บอกชัดเจนว่า พรรคไหนเคยดูแลกระทรวงไหน มีรัฐมนตรีกี่คนก็ให้เท่านั้น จะได้ทำงานต่อเนื่อง ดังนั้น จะไม่มีปัญหาเรื่องการขอเพิ่มเก้าอี้รัฐมนตรี
ขณะที่การสัมมนาในช่วงค่ำของวันที่ 23 พฤษภาคม มีรายงานว่า นายสุเทพและนายกอร์ปศักดิ์จะชี้แจงเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณให้ ส.ส.ได้เข้าใจ โดยจะให้ ส.ส.เสนอโครงการที่ไม่ซ้ำกับพรรคภูมิใจไทย โดยงบประมาณหลักจะมาจากกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงคมนาคม ในโครงการถนนปลอดฝุ่น เป็นต้น หลังจากส.ส.พากันโวยว่าไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณลงในพื้นที่เท่าที่ควร
แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเปิดเผยว่า จากการหารือในเบื้องต้น รัฐบาลได้เตรียมรับลูกในการที่พรรคภูมิใจไทยจะเสนอปรับนายชาติชายออก แม้ว่านายชาติชายจะยืนยันว่าไม่ลาออก เพราะไม่มีความผิดก็ตาม โดยพรรคภูมิใจไทยจะต้องมีมติออกมาให้ชัดเจน
"กอร์ปศักดิ์" รับ ปชป.มองข้าม ปัดซบ พท.
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข่าว ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เผยว่ากำลังตัดสินใจย้ายไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจ พร้อมกับพูดติดตลกว่า "ใครเอ่ย"
เมื่อถามว่า การทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ถูกคนในพรรคมองข้ามจริงหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ ตอบว่า "ครับ" และเมื่อถามว่า จะย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ ตอบว่า คงไม่ใช่
พท.ยังวุ่น "ทักษิณ" เคาะชื่อ หน. 28 พ.ค.
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการหาตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า ยอมรับว่าพรรคยังหาตัวหัวหน้าพรรคไม่ลงตัว ไม่รู้จะเอาใคร ในส่วนของ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ก็ยังสามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ จึงไม่มีอะไรเร่งด่วนที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรค จึงควรให้คณะกรรมการบริหารชุดนี้ได้ทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการยุบสภาหรือมีการเลือกตั้งใหม่
ส่วนการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคที่จะขึ้นวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ นายประชาระบุว่า คงยังไม่มีการเลือกหัวหน้าพรรค แต่ควรเพิ่มคณะกรรมการบริหาร และตั้งคณะทำงานขึ้นมามากกว่า แต่ยืนยันว่าเมื่อถึงเวลาจะมีบุคคลที่เหมาะสมมาเป็นหัวหน้าพรรคแน่
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. และประธานภาค กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ยังไม่มีการเลือกตั้งใหม่ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบในการเลือกหัวหน้าพรรค หากไม่สามารถหาผู้ที่มีความเหมาะสม เป็นที่ยอมรับได้จากทุกคนในพรรค อีกทั้งถ้ามีการเลือกโดยต้องมีการโหวตแล้วได้คนที่ไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นที่ยอมรับ อาจเกิดความขัดแย้งภายในพรรคขึ้นได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบุคคลที่จะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยยังไม่นิ่ง เพราะกลุ่มต่างๆ ยังเคลื่อนไหวแย่งชิงกันนำกันอยู่ โดยวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเคาะชื่ออีกครั้งว่าเป็นใคร
"สมชาย" ดัน ส.ส.อาวุโส-ไม่เอาคนนอก
พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.ในพรรคคัดค้านไม่ให้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า ยืนยันว่าไม่เคยไปพบหรือติดต่อกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ที่มีชื่อให้เป็นหัวหน้าพรรคคงเกิดจากผู้ใหญ่ในพรรคบางคนโยนหินถามทาง เราไม่รู้ด้วยว่าถูกเสนอชื่อให้เป็นหัวหน้าพรรค และก็ไม่ต้องการเป็นอยู่แล้ว อีกทั้งใครขึ้นช่วงนี้เป็นแค่ชั่วคราว ทำหน้าที่บริหารพรรคเฉพาะกิจ
"ดังนั้น ถ้าตกลงกันไม่ได้ วันที่ 31 พฤษภาคมนี้ จะต้องเอาใครก็ได้ที่เป็น ส.ส. และมีความอาวุโสให้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคในเชิงสัญลักษณ์ให้ไปตามกฎหมาย และทุกคนที่เหลือมาร่วมกันทำงาน เพื่อขับเคลื่อนพรรคให้ไปได้ อย่าไปแบ่งกลุ่ม แบ่งก๊ก ไม่เช่นนั้นพรรคจะขับเคลื่อนไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าเอาคนนอกมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกจะทำให้งานในสภาเดินไม่ได้" พ.ต.ท.สมชาย กล่าว
หนุน กก.บห.ชุดเก่า-ส่อยกเลิกประชุมใหญ่
นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้าดูจากข้อมูลความต้องการของ ส.ส.ที่รวบรวมได้จากแบบสอบถาม ส.ส.ส่วนใหญ่ประสงค์จะช่วยงานพรรคในส่วนคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองมากกว่า โดยแทบไม่มีผู้เสนอตัวเป็นกรรมการบริหารพรรค โดยขอดูความชัดเจนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะมาตรา 237 ก่อน เพราะเกรงว่าอาจถูกเว้นวรรค จึงเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคในขณะนี้ ในสัปดาห์หน้าจะสอบถาม ส.ส.ในแต่ละภาคอีกครั้งว่าประสงค์จะส่งตัวแทนเข้าเป็นกรรมการบริหารอยู่อีกหรือไม่ ถ้าหารือกันแล้วไม่มีวาระเร่งด่วน ก็จะยกเลิกการจัดการประชุมใหญ่ในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้
อ้างบินไปดูไบพบ "ทักษิณ" ร่างนโยบาย ศก.
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวเป็นแกนนำเตรียมพา ส.ส.ในพรรคไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ ว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นต้นคิด เพราะไม่ต้องการไปเป็นกลุ่มใหญ่ ซึ่งเห็นว่าจะทำให้มีเวลากับ พ.ต.ท.ทักษิณไม่มาก แต่ได้ข่าวว่าขณะนี้มี ส.ส.ส่วนหนึ่งทยอยเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ในส่วนตนจะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงลำพัง ในช่วงปิดสมัยประชุมนี้ แต่ยังไม่ทราบว่าในช่วงเวลาดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ จะอยู่ที่ประเทศใด
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การเดินทางไปครั้งนี้จะเป็นการพูดคุยเพื่อประเมินสถานการณ์ รวมทั้งขอแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง เพื่อมาทำเป็นนโยบายพรรคเพื่อไทยใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งต่อไป เพราะมีบางเรื่องที่เคยคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณค้างไว้
"บัวแก้ว" ยันยูเออีรับปากไม่ให้แม้วเคลื่อนไหว
นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยว่า การติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่องการขอความร่วมมือกัน ซึ่งยูเออีรับปากในเบื้องต้นแล้วว่า จะไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ประเทศเป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ปัจจุบัน พ.ต.ท.ทักษิณ อาจพำนักอยู่ในฐานะนักธุรกิจเท่านั้น
อัยการจี้กต.บี้ยูเออี เหตุแม้วเคลื่อนไหวการเมือง
นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศ เรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งชี้แจงกับรัฐบาลยูเออี ภายหลัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่าได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นครดูไบ ในช่วงใกล้เลือกตั้งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ เพราะอาจเข้าข่ายผิดเงื่อนไขที่รัฐบาลยูเออีสั่งห้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ประเทศเป็นฐานสำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมือง
ส่วนกรณีเขตปกครองพิเศษฮ่องกงส่งหนังสือแจ้งกลับมาว่า ไม่สามารถร่วมมือส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดีในประเทศไทยได้ เพราะไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันนั้น นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับความคืบหน้าในการเปิดเจรจาเรื่องสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันแต่อย่างใด เพราะหนังสือชี้แจงของทางการฮ่องกงเป็นเพียงการตอบหลักการทางกฎหมายเบื้องต้นของฮ่องกงที่ยึดระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ที่ใช้กันอยู่ในประเทศเครือจักรภพอังกฤษ ซึ่งจะไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้ประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาดังกล่าว โดยอัยการและกระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมเดินทางไปเปิดการเจรจากับทางการฮ่องกงรอบ 2 ในเร็วๆ นี้
"นพดล“ ปัดแม้วขอให้ยูเออีส่งตัวสู้คดี
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ จะขอให้ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นตัวกลางส่งตัวกลับประเทศไทยเพื่อต่อสู้คดีว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง แต่รัฐบาลมีความพยายามทำเรื่องนี้ต่อเนื่อง ตั้งแต่การส่ง นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ไปประสานกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกระทรวงการต่างประเทศประสานขอให้ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลสามารถขอไปได้ แม้ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน จึงต้องอาศัยความสัมพันธ์ด้านอื่นเพื่อแลกเปลี่ยนกับคดีนี้
นายนพดล ระบุว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่าจะให้ความร่วมมือหรือไม่ เพราะประเทศเขาก็มีอธิปไตย คิดว่ารัฐบาลไทยคงไม่ไปก้าวล่วง ที่สำคัญรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์พอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นดีว่าเป็นเกมการเมืองหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกปฏิวัติยึดอำนาจ สิ่งเหล่านี้ขัดต่อหลักประชาธิปไตย อีกทั้งแม้จะมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนหลายประเทศก็ยกเว้นไม่ส่งตัว เพราะเป็นคดีทางการเมือง
เสื้อแดงจัดดินเนอร์ทอล์กระดมทุนทำ "เรดนิวส์"
วันเดียวกัน กลุ่มคนเสื้อแดงได้จัดงานดินเนอร์ทอล์ก เรื่องอนาคตประชาธิปไตยใต้ฟ้าสีเทา เพื่อระดมทุนผลิตหนังสือพิมพ์ "เรดนิวส์" ที่ห้องคอนเวนชั่น ชั้น 6 อิมพีเรียลลาดพร้าว โดยจัดเป็นโต๊ะจีน 200 โต๊ะ ขายโต๊ะละ 1 หมื่นบาท โดยมีคนเสื้อแดงร่วมงานกว่า 3,000 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมีการจัดประมูลสิ่งของ เช่น กระปุกออมสินโลหะสีเงินรูปทรงสี่เหลี่ยม ที่มีลายเซ็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ หมวกของนายวีระ มุสิกพงศ์ ที่ใส่ในการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน เสื้อแจ็กเก็ตฮาร์เลย์เดวิดสันของ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง เป็นต้น
ส่วนความคืบหน้าในการออกหนังสือพิมพ์ "เรดนิวส์" ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นคอลัมนิสต์ให้ด้วยนั้น มีรายงานว่า กองบรรณาธิการส่วนใหญ่ของหนังสือพิมพ์เดอะ เรดนิวส์ จะเป็นทีมงานที่เคยทำงานในหนังสือพิมพ์ "ประชาทรรศน์" มาก่อน โดยจะมีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 ที่มีความใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณหลายคนเข้ามาอยู่เบื้องหลังการบริหารจัดการ และเป็นคอลัมนิสต์ประจำด้วย เช่น นายวีระ มุสิกพงศ์ นายอดิศร เพียงเกษ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง เป็นต้น
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า ที่ผ่านมามีวิชามารส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าตนจะไปร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ หากเป็นเช่นนั้นตนก็เหมือนหมาขี้เรือน หากนายจตุพรจะร่วมกับนายเนวินก็ต้องรอชาติหน้า และกลุ่มคนเสื้อแดงจะนัดชุมนุมอีกครั้ง โดยจะนัดที่ท้องสนามหลวง ในวันนั้นคนเสื้อแดงจะเต็มท้องสนามหลวง และอาจจะมีการสัญจรครั้งใหญ่ไปตามสถานที่ต่างๆ และในการนัดครั้งต่อไปเราจะให้เต็มถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และครั้งที่สามที่สี่เราจะให้ถึงทำเนียบรัฐบาล
นายจตุพร ระบุว่า ต้นเดือนหน้าสถานีประชาชนจะสามารถออกอากาศได้ครบถ้วน และตอนนี้ก็เป็นการซักซ้อม เพื่อรอการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง โดยจะถ่ายทอดสดเหมือนกับสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น



