ข่าว

'ผบ.ทบ.'ฉุนลั่นปัดเกณฑ์คนมอบตัว

'ผบ.ทบ.'ฉุนลั่นปัดเกณฑ์คนมอบตัว

14 ก.ย. 2555

'ประยุทธ์'ลั่นทหารไม่สร้างภาพเกณฑ์คนมามอบตัว ชี้เรื่องดี'รบ.-ฝ่ายค้าน'ร่วมถกแก้ใต้ จี้เลิกนำปมการเมืองพันไฟใต้ เผยพร้อมลดโทษหากโจรใต้หลงผิดเข้ามอบตัว ด้าน'สุกำพล'อัด'นักวิชาการ'โจมตีโจรใต้มอบตัวของปลอม

                14 ก.ย.55 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมเข้าร่วมประชุมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 18 ก.ย. นี้ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่จัดหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนมาช่วยกันแก้ไขปัญหา ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลคงจะมาหารือร่วมกันว่า ปัจจุบันกำลังดำเนินการอะไรบ้าง มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง และมีอะไรบ้างที่ฝ่ายค้านห่วงใย คิดว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่สองฝ่ายมาพูดคุยกัน ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลได้ดำเนินการ มีความก้าวหน้าที่ดีมาโดยตลอด แต่มีปัญหาบ้างเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่สิ่งที่เป็นตัวชี้วัดไม่ใช่สถานการณ์ความรุนแรงอย่างเดียวว่าเพิ่มขึ้น หรือลดลง แต่ต้องดูเรื่องความพึงพอใจของประชาชน การสัญจรไปมา ที่ทุกอย่างเป็นปกติทั้งหมด หากเลวร้ายลงจะทำแบบนี้ไม่ได้เลย

                 “ ทุกอย่างมีตัวชี้วัดหลายด้าน อย่าไปมองด้านใดด้านหนึ่ง ส่วนเรื่องที่มีคนออกมาพูดคุยเจรจานั้น ขอให้มองแง่ดี อย่าเขียนหรือวิจารณ์ส่งเดช เพราะทำให้ประเทศชาติและเจ้าหน้าที่เสียหาย ไม่ใช่นึกว่าวันๆจะเขียนอะไรก็เขียนได้ เนื่องจากงานด้านความมั่นคงมีความละเอียดอ่อน และต้องใช้เวลาในการดำเนินงาน ผมเคยบอกว่าประเทศเพื่อนบ้านแก้ไขปัญหามา 47 ปียังแก้ไขไม่ได้ เพราะไม่มีใครมามอบตัวและเจรจา วันนี้เราไม่ได้เจรจา แต่เป็นการพูดคุยผ่านตัวแทนประชาชน และทำการประชาสัมพันธ์ โดยใช้มาตรการของ พรบ.ความมั่งคงมาตรา 21 ว่าจะทำอย่างไรให้เขากลับใจมาร่วมกับราชการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า ประชาชนในพื้นที่พอใจ ถ้าอยู่ในกระบวนการหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง มาพูดคุยถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ดีกว่าไม่มีใครมาพูดคุย ไม่ว่าใครก็ตามที่พร้อมจะพูดคุย สามารถออกมาได้เลย เรารู้อยู่แล้วว่ามีหลายกลุ่มและเป็นใครบ้าง เพราะมีบัญชีรายชื่อบางส่วนอยู่ ถ้าคิดว่าไม่ได้กระทำความผิดก็ขอให้ออกมา เจ้าหน้าที่พร้อมให้อภัยและดูแลในกรณีที่ทำไปด้วยความหลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือด้วยความจำเป็นถูกบีบบังคับใดๆก็ตาม ปัญหาภาคใต้มีหลายปัญหาที่เกี่ยวข้อง หากคิดว่าเจ้าหน้าที่ไม่เป็นธรรม ขอให้ท่านออกมาแก้ไข เราพร้อมให้ท่านแก้ สิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่ได้ทำวันนี้ หรือทำเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ดำเนินการมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2547 ” ผบ.ทบ. กล่าว

                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนให้เจ้าหน้าที่บันทึกไว้หมดแล้วว่า ใครเขียนอย่างไร ท่านต้องรับผิดชอบ หากไม่เป็นไปตามที่ท่านเขียน ตนคิดว่า มันไม่ถูกตามที่สื่อเขียน ถ้าเขียนแล้วไม่รับผิดชอบ ใครเป็นนักข่าวก็ได้ บางคนเขียนไม่คิด ถ้าท่านเขียนไม่ดีเหมือนเป็นการเข้าข้างผู้ก่อเหตุรุนแรงให้เขาฮึกเหิม นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ วันนี้มีสื่อบางฉบับทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีเว็บไซต์ เฟซบุ๊ค จะเขียนอะไรก็เขียน สิ่งดีๆ ที่รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กปต. ก็พูดทุกวัน ท่านเก็บประเด็นไปตอบโต้ไปในอีกทางหนึ่ง คิดว่า มันไม่ใช่เรื่อง การที่เขาออกมาพูดคุยเป็นสัญญาณที่ชี้ชัดว่า กระบวนการแก้ไขปัญหาไปในกระบวนการที่ถูกต้อง ถ้าไม่ดีขึ้น และไม่เกิดความไว้วางใจต่อกันเขาจะออกมาหรือไม่ เขาก็ต้องกลัวถูกดำเนินคดีใช่หรือไม่ ดังนั้นการจะไปกะเกณฑ์ให้ใครออกมาคงไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะไปเกณฑ์ใครไม่ได้ และตนไม่ใช่คนแบบนั้น

                      “ ทหารทำงานเหนื่อยทุกวัน มีแต่ว่าจะทำอย่างไรให้จบเร็วๆ ดังนั้นไม่มีการสร้างภาพ การแก้ไขปัญหาไม่ใช่การสร้างภาพ ขอร้องว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้ มิติที่สำคัญคือการสร้างความเข้าใจ การประชาสัมพันธ์ให้เป้าหมายให้เจ้าหน้าที่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย และประชาชนต้องเคารพกฎหมาย รู้ถึงกระบวนการแก้ไขปัญหาของเจ้าหน้าที่รัฐ อีกทั้งผู้ก่อเหตุรุนแรงต้องรู้ว่านโยบายของรัฐบาล และผู้ปฏิบัติจะไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา โดยจะใช้กระบวนการในการพัฒนา กระบวนการสร้างความเข้าใจ และกระบวนการอำนวยความยุติธรรม ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่มีปัจจัยภายนอกประเทศ ทั้งประเทศเพื่อนบ้าน สากล โอไอซี ยูเอ็นมีความเข้าใจในการแก้ไขปัญหา นี่คือสิ่งที่เราทั้งหมดในทุกมิติ ทำโดยคน 6 หมื่นกว่าคน”ผบ.ทบ.กล่าว

                      เมื่อถามถึงกรณีที่ประธานสภาฯ ศปต. ไม่เห็นด้วยและให้ยุบ ศปก.กปต. นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องหาเหตุผลมาว่าจะให้ยุบเรื่องอะไร และ ยุบเพราะอะไร ตนอธิบายให้สื่อฟังหลายครั้งแล้ว ดังนั้นสื่อช่วยอธิบายให้เขาฟัง ไม่ใช่เอาคำถามมาถามตน และให้ตนไปตอบเขา แล้วเขาก็ถามตนกลับมาใหม่ ก็ทะเลาะกันอยู่แบบนี้ ไว้พูดในวันอังคารที่ 18 ก.ย.นี้ ให้รัฐบาลชี้แจง และฝ่ายค้านก็มาแล้ว เพราะฉะนั้น คนที่เป็นที่ปรึกษาฯ ต้องอยู่ตรงกลางให้ได้ ไม่ใช่ซ้ายข้างหนึ่ง ขวาข้างหนึ่งแล้วคนทำงานจะอยู่ตรงไหน และตนก็จะไปร่วมประชุมด้วย เพราะทุกอย่างที่ทำมาทั้งหมดเดินมาตั้งแต่ปี 2547 ทุกปีมีอะไรที่ก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลง พูดอะไรต้องระมัดระวัง ให้ไปในจุดมุ่งหมายในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ถามว่าถ้าตั้ง กปต.ไม่ได้แล้วจะให้ทำอะไร และ มีเหตุผลอะไรไม่ให้ตั้ง และเมื่อตั้งขึ้นมาจะเทคไซด์หรืออย่างไร อย่านำการเมืองมาเล่นในการแก้ไขปัญหา ตนขอแค่นี้

                       เมื่อถามว่า บางพื้นที่มีการประกาศใช้กฎหมายต่างกันจะมีปัญหาต่อการมอบตัวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ม.21 ตาม พรบ.ความมั่นคง ฯ เขาเปิดโอกาสให้คนเข้ามามอบตัวจึงมีคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นมา 2 คณะ ว่าเข้ามาจะดำเนินการอย่างไร 1.จะเข้าไปในกลไกปกติในการพิจารณาโทษ แต่ถ้าเขามามอบตัวจะมีการลดโทษลงหรือไม่ 2.ถ้ามีคดีที่ไม่รุนแรงก็จะเข้าสู่กระบวนการการอบรมที่มีคณะกรรมการคัดกรอง 2 คณะ ชุดแรกคัดก่อนว่าเข้าข่าย ม.21 หรือไม่ และถ้าเข้าแล้วจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่กระบวนการแล้วต้องมีการพิจารณา 2 อย่าง คือ 1.เข้าโดยการจับกุม 2.เข้าโดยการมอบตัว ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นอย่านำมาพันกันไปหมด ตอนนี้ถ้านำทุกอย่างมาพันกัน ตนคิดว่าทำอะไรไม่ได้ กฎหมายปกติถ้ามีคดีแบบนี้ก็ต้องขึ้นศาล มีคดีติดคุก แต่การที่มี ม.21 ของ พรบ.ความมั่นคงฯ เพื่อจะทำอย่างไรให้คนที่ทำความผิด ได้รับความช่วยเหลือหรือแก้ไขให้ดีขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการเข้าร่วมกระบวนการโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจนำไปสู่กระบวนการบรรเทาโทษ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่จะยุติให้ในอนาคต ด้วยความยั่งยืน

                        เมื่อถามกรณีที่ผู้มาแสดงตัวมาตาม ป.วิอาญานั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เหมือนคดีอาญา แล้วมามอบตัวก็ได้รับการลดโทษ ซึ่งถ้ามามอบตัวในกรณีนี้ คณะกรรมการก็จะดูมาเข้า ม.21 หรือไม่ ถ้าเข้าก็ดำเนินการต่อ ถ้าศาลเห็นว่าต้องฟ้องตามกฎหมายอาญา ก็ไปเข้าในขั้นตอนปกติ ถ้าคดีไม่ร้ายแรงก็ไม่ฟ้องก็แยกมาเข้ารับการอบรม 6 เดือน หรือ 1 ปีแล้วมาช่วยกันพัฒนาประเทศชาติ เมื่อถามถึง ข้อจำกัด ม.21 ที่ไม่ได้ใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมดนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไปมอบตัวที่ไหนก็ได้

                         เมื่อถามว่า หากความผิดไม่ได้อยู่ในพื้นที่ พรบ.ความมั่นคงนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาคงแก้ไขปัญหาได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงคิดกันแทบตายแล้ว

 

“สุกำพล”อัด”นักวิชาการ”โจมตีโจรใต้มอบตัวของปลอม

                        พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลและฝ่ายค้านจะร่วมประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ว่า ปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาที่ตนห่วงที่สุด วันนี้ตนค่อยยิ้มได้หน่อย เพราะที่ผ่านมาภาพถูกวาดไว้ไม่ค่อยสวยว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในจ.สงขลา ไปไม่ได้เลย แต่ความจริงไม่ใช่ เพราะภาคใต้มีหมู่บ้านกว่า 2,000 หมู่บ้าน แต่มีไม่เกิน 300 หมู่บ้านที่มีปัญหา คือ มีปัญหาไม่ถึง 1 ใน 4 ซึ่งเมื่อเราเห็นอย่างนี้เราก็สบายใจ และคนมาเลย์เซียก็มาช่วยเหลือเราด้วย คนไทยต้องรับทราบ และมองให้เข้าใจว่า ปัญหาไม่หนักอย่างที่คิด ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่เราต้องการแก้ภายในของเราเอง อย่าให้ใครมายุ่ง เราต้องแก้ของเราเอง ตอนนี้ถือว่า เราแก้มาถูกทางแล้ว ทั้งนี้ 7 ปีที่ผ่านมา ทางพลเรือน ตำรวจ ทหาร ร่วมกันแก้ไขจนวันนี้คลี่คลายลง

                       “ พวกที่มามอบตัว 93 คนนั้น นักวิชาการบางคนออกมาพูดว่า จริงหรือไม่ ปลอมหรือเปล่า ไม่น่าพูดคำนี้ออกมาเลย คนที่มามอบตัว เรามีประวัติหมดว่า เขาเป็นอย่างไร เราทราบดีว่า จริงหรือปลอม อย่ามาพูดอย่างนั้น มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ เพราะเสียกำลังใจมาก พูดอย่างนี้ไม่ดีเลย ทั้งนี้คนที่มามอบตัวเราต้องให้ความเป็นธรรม และต้อนรับเขา ส่วนสาเหตุที่เขาออกมามอบตัว เขาบอกว่า เขาไม่มีทางชนะ เพราะยุทธศาสตร์ฝ่ายเขาไม่ถูกต้อง และฝ่ายเราทำดีขึ้นมาเรื่อยๆ เมื่อเขาเห็นว่า ไม่มีความสำเร็จจึงขอเลิกดีกว่า ถือว่า เขามีความกล้าหาญที่ทำอย่างนี้ คิดว่า ระลอกใหม่คงจะค่อยๆมาอีก ซึ่งถือเป็นความร่วมมือของคนในพื้นที่ด้วย และถ้าหากมีความร่วมมือมากขึ้นเรื่อยๆรับรองว่า ภาคใต้จบเร็ว และวันนี้ทางกองทัพทำงานในเชิงรับน้อยลง เพราะตำรวจ และอาสาสมัครมาช่วยเรามากขึ้น ทำให้ทหารทำงานเชิงรุกมากขึ้น มีการจับกุมผู้ที่ทีความผิด และยังไม่มามอบตัวมากขึ้นเรื่อยๆ พูดง่ายๆว่า เราบี้ตลอด เพื่อให้ความสงบสุขกลับคืนมาโดยเร็ว” รมว.กลาโหม กล่าว

                      เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านควรจะคุยกับรัฐบาลในเรื่องใดเพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า คุยเรื่องความร่วมมือ คำแนะนำจากฝ่ายค้าน เพราะรัฐบาลมีการพูดคุยกันอยู่แล้ว อีกทั้งฝ่ายค้านเขามี สส.ภาคใต้มาก และมีมวลชนภาคใต้เยอะจึงอาจมีข้อมูลช่วยเราให้ทำงานเร็วขึ้นได้ ซึ่งอันไหนที่ดีเราก็รับฟังมาทำ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของเราทุกคน เพื่อให้เห็นภาพดีๆเหมือนนักการเมืองชาติอื่น ซึ่งต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา ไม่ใช่มีทิฐิกัน