
'เฉลิม'ยันไม่มีชายชุดดำร่วมนปช.
'เฉลิม' ยันไม่มีชายชุดดำร่วม นปช. ตอกคลิป 'ชูวิทย์' ไร้สาระ หนุน 'เพรียวพันธ์' ลงชิง 'ผู้ว่าฯกทม.' เผย 'แม้ว' เตรียมบินดู 'ฟอร์มูล่าวัน'
14 ก.ย.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบและต้นหาความจริง เพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ระบุว่าในการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 2553 มีชายชุดดำออกปฏิบัติการรวมอยู่ด้วย ว่า คอป.ไม่ใช่พนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนเขาบอกแล้วว่าไม่มีชายชุดดำ ซึ่งเขาเป็นพนักงานสอบสวนตามกฎหมาย คอป.ไม่มีอำนาจทางกฎหมาย ไปชี้ถูกชี้ผิดไม่ได้
'เฉลิม' ตอกคลิป 'ชูวิทย์' เป็นเรื่องไร้สาระ
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ได้เปิดคลิปโจมตีว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองรับเงินในการขนแรงงานต่างด้าวในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวานนี้ (13 ก.ย.) ว่าเมื่อมีการอภิปรายในสภานั้นก็ต้องสั่งให้ทางตำรวจไปตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ แต่ตนขอชี้แจงว่าในสมัยก่อนๆ มีการทำแบบที่นายชูวิทย์ระบุ แต่ปัจจุบันนี้ ในการอภิปรายวานนี้ (13 ก.ย.) นั้นขัดกับข้อเท็จจริงที่ว่านักท่องเที่ยวไม่อยู่ 30 วันแล้วออกนอกประเทศกลับเข้ามาใหม่อย่างนั้นก็ถูกต้องแล้ว ส่วนเรื่องยาเสพติดจากประเทศกัมพูชานั้นมีบ้าง แต่ไม่ใช่แหล่งขนส่งหรือนำเข้า ยาเสพติดนั้นนำเข้าจากภาคเหนือ 8 จังหวัด 83 เปอร์เซ็นต์ ภาคอีสานอีก17 เปอร์เซ็นต์ แต่ผู้ค้าผู้เสพรายเล็กรายน้อยนั้นมีอยู่ทั้งประเทศ เมื่อจับกุมแล้วก็ยังมีอยู่ เพราะมีการผลิตอยู่ที่ประเทศพม่า เมื่อตนสกัดสารตั้งต้นตรงนี้ได้ก็มีการนำเข้าทางประเทศเวียดนาม ถ้ามีการอภิปรายที่มีเหตุมีผลตนก็รับไว้ แต่อย่างไรก็ตามตนก็ได้สั่งให้ไปตรวจสอบโดยได้โทรศัพท์หาผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ให้รับไปดำเนินการแล้ว
เมื่อถามว่าการที่นายชูวิทย์มีคลิปมีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เรียกรับเงิน จะอธิบายอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนยังดูไม่ออก เพราะไม่เห็นตัวบุคคล และมีไปบอกวันที่เท่านั้นเท่านี้ใครก็ทำได้ ส่วนบ่อนการพนัน ตนนั้นอยู่กองปราบฯมานาน บ่อนการพนันในกรุงเทพฯ นั้นเล่นกันไม่ใหญ่โตเท่าไหร่ อย่างที่เตาปูนนั้นก็จับได้บ้างไม่ได้บ้าง และไม่มีใครกล้าที่จะไปถ่ายคลิปบ่อนในกรุงเทพฯ เพราะบ่อนมันเล็ก รู้ว่าใครเข้าใครออก แต่มีการไปถ่ายคลิปที่บ่อนปอยเปต ซึ่งมีแต่คนไทยเล่นทั้งนั้นแล้วนำมาเผยแพร่ซึ่งตนรู้ทัน แต่บ่อนการพนันทั่วไปนั้นตนเชื่อว่ามีอยู่และได้ทำหนังสือเวียนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดให้สืบสวนจับกุม
“ ผมไม่มีหรอกหากินเรื่องพวกนี้ ถ้าผมชั่วคงมาไม่ถึงวันนี้หรอก” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า หากนายชูวิทย์ อยากให้มีการปราบปรามอย่างจริงจังนั้นไม่ควรนำคลิปไปเปิดเผยในสภา ควรจะส่งมาให้ตนโดยตรง และนำไปดำเนินการ เมื่อไปเปิดในสภาแล้วหากเป้นจริงใครจะมารอให้จับ
เมื่อถามว่าการออกมาโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจบ่อยครั้งของนายชูวิทย์ นั้นเหมือนกับมีการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอไม่วิพากษ์วิจารณ์ ตนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ และขอให้ใส่ชื่อตนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย
'เฉลิม' หนุน 'เพรียวพันธ์' ลงชิง 'ผู้ว่าฯกทม.'
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าในการส่งตัวแทนรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ของพรรคเพื่อไทย ว่า ต้องนำทั้ง 3 โซน มาพิจารณาหารือว่าจะสนับสนุนใคร ก่อนที่จะเสนอต่อคณะกรรมการบริหารพรรค ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. จะลงสมัครผู้ว่าฯกทม.นั้น ตอนนี้พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ก็ยิ้มๆอยู่ แต่ยังไม่ตัดสินใจ ยืนยันว่าพท.มีตัวเลือกเยอะ แต่ตนคิดว่าเราต้องมองว่าใครชนะ ซึ่งพล.ต.อ.เพรียวพันธ์มีคุณสมบัติครบ ถามว่าทำไมตนหนุน ก็เพราะลงแล้วชนะ ตนไม่ชอบอุ้มไก่แพ้ ชอบอุ้มไก่ชนะ ตนคุยกับพล.ต.อ.เพรียวพันธ์แล้วว่าถ้าท่านลงชนะ
'เฉลิม' เผย 'แม้ว' เตรียมบินดู 'ฟอร์มูล่าวัน' ที่สิงคโปร์
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในคำถามที่ว่าปลายปีแล้วอแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรียังไม่ได้กลับบ้าน ว่า เมื่อคืน (วันที่ 14 กันยายน) ได้โทรศัพท์คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ที่ประเทศอังกฤษ จะมาดูการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง (ฟอร์มูล่าวัน) ที่ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 23 กันยายน ทั้งนี้ร.ต.อ.เฉลิม เผยว่า “พ.ต.ท.ทักษิณ สบายดี ฟิตปั่ง ท่านห่วงประเทศชาติทุกเรื่อง อยากให้ประเทศชาติเจริญ”
อย่างไรก็ตามรองนายกรัฐมนตรีระบุว่า ส่วนใหญ่จะคุยเรื่องอื่น เรื่องการเมืองไม่เคยคุยกัน ส่วนกรณีที่จะสิ้นปีแล้วพ.ต.ท.ทักษิณมีโอกาสกลับประเทศไทยหรือไม่นั้น ล้านเปอร์เซ็นต์ใครไม่อยากกลับบ้าน แต่จะกลับได้ภายในปีนี้หรือไม่ตนไม่บอก ส่วนกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ระบุว่าเห็นแก่ประเทศชาติก็ขอให้พ.ต.ท.ทักษิณ วางมือ ตนคิดว่าอย่างนั้นมันละเมิดสิทธิส่วนตัว
'เฉลิม' ชี้ 'ดีเอสไอ' เรียก 'ครม.อภิสิทธิ์' สามารถทำได้
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะเชิญบรรดาครม.รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาให้ปากคำเกี่ยวกับคดีสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพิ่มเติม ว่า ตนไม่กล้าพูดในรายละเอียด แต่เมื่อคำให้การแต่ละฝ่ายพาดพิงถึงใครเขาก็ต้องเรียกไปสอบสวน ไม่เช่นนั้นไม่ได้ข้อสรุปว่าใครผิดใครถูก หากวันที่ 17 ก.ย. สมมุติว่าศาลชี้ว่าตายโดยการกระทำของเจ้าพนักงาน นั่นจะทำให้เป็นบรรทัดฐานเร็วเลย ตนดีใจที่เข้าทำงาน 1 ปี สามารถดำเนินการทำให้ความจริงปรากฏได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเชิญครม.มาทั้งหมดจะทำให้กระบวนการช้าออกไปอีกหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า บางคนไม่เกี่ยวข้องเขาก็บอกว่าไม่ได้ประชุมด้วย บางคนเกี่ยวข้องก็ต้องให้การเยอะหน่อย ศอฉ.ตั้งโดยนายอภิสิทธิ์ ในรายละเอียดการเคลื่อนย้ายกำลังต่างๆ เคลื่อนย้ายในนามศอฉ. ไม่ได้เคลื่อนย้ายในนามเหล่าทัพ ฉะนั้นเหล่าทัพไม่เกี่ยว เมื่อถามว่า หากความยุติธรรมเกิดขึ้นจะทำให้ความตึงเครียดทางการเมืองลดลงหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า มันไม่คลาย ตนห่วงว่าจะทวีความรุนแรงในระยะต้น ถ้ามีความยุติธรรมอีกฝ่ายก็พอใจตน พอใจรัฐบาล แต่อีกฝ่ายเขาจะหาว่าตนตั้งธง ซึ่งไม่มีทางตนไม่ทำ ชีวิตตนเล่นการเมืองรอบนี้แล้วพอ ไม่คิดทำชั่ว ไม่คิดแกล้งใคร เดินมาวันนี้ได้เพราะทำดี
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ารอบนี้ไม่เอาหมายถึงใน 4 ปีหรือ 8 ปี ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็แล้วแต่สถานการณ์ เมื่อถามว่า หากถูกปรับออกจากครม.ครั้งหน้าจะไม่เอาแล้ว ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้าท่าปรับออกแล้วอยู่ได้ไง ใจตนครบเทอมมันก็อายุ 68 แล้ว เมื่อถามอีกว่า หลังจากรัฐบาลชุดนี้จะวางมือทางการเมือง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่วางหรอก แต่ยืนดูไปวางมือยังไงก็ต้องไปช่วยพรรคพวกปราศรัย
'เฉลิม' ชี้ 'ยุทธศักดิ์-เหล่าทัพ' เห็นตรงกันเรื่องแนวร่วมมอบตัว
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่าตนมีความเห็นไม่ตรงกับพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในกรณีการแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามอบตัวว่า เป็นการเข้าใจผิด ตนเป็นนักกฎหมายต้องพูดแบบนักกฎหมาย เรื่องนี้มีกฎหมายเกี่ยวข้องอยู่ 3 ฉบับ คือพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พรบ.กฎอัยการศึก และพรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศใช้พรบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เอาไว้ที่ 4 อำเภอจังหวัดสงขลา และ 1อำเภอจังหวัดปัตตานี ถ้าหากจะใช้มาตรา 15 และ 21 ของพรบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จะต้องประกาศเป็นพื้นที่รักษาความมั่นคงภายในของพรบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรไว้ก่อนถึงจะรับมอบตัว และขั้นตอนการรับมอบตัวนั้นต้องมอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพนักงานสืบสวนสอบสวนเสร็จทวนความเรียบร้อยก็นำเสนอต่อผู้อำนวยการ กอ.รมน. เมื่อเห็นตรงกันกับตำรวจก็นำส่งพนักงานอัยการ และส่งไปยังศาลต่อไป ซึ่งตนได้เรียนกับพล.อ.ยุทธศักดิ์ แล้วและได้หารือกับผู้ใหญ่ในเหล่าทัพแล้วก็เห็นตรงกัน
“ เราต้องดูก่อนว่าเราได้ประกาศโดยอาศัยพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือยังถ้ายังก็ต้องยกเลิก พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และประกาศใช้ซึ่งจะนำไปสู่มาตรา 15 และปฏิบัติตามมาตรา 21 สุดท้ายศาลจะสั่ง” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่าการหารือร่วมกับฝ่ายค้านในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 18 ก.ย. นั้นรัฐบาลรับทุกข้อเสนอของฝ่ายค้านหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อะไรที่เป็นประโยชน์ต้องรับอยู่แล้ว และตนเห็นด้วยที่จะมีการหารือและนำข้อสรุปไปหาแนวทางดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบเข้ามอบตัวอีกครั้ง และเชื่อว่าทิศทางการแก้ปัญหาจะดีขึ้น
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนยังยืนยันว่าผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นต้องเลือกตั้ง และการแก้ปัญหานั้นใช้หลักนิติศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้รัฐศาสตร์ด้วย แต่ต้องระวังเจ้าหน้าที่จะมีความผิด ซึ่งในวันที่มีการเข้ามอบตัวหากตำรวจเข้าไปแล้วเกิดใครมีหมายจับและเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่จับกุม ก็เท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีคนจ้องในเรื่องตรงนี้อยู่ซึ่งตนรอบคอบ



