ข่าว

จับแล้ว!4ผู้ต้องสงสัยพันฆ่าทูตมะกัน

จับแล้ว!4ผู้ต้องสงสัยพันฆ่าทูตมะกัน

14 ก.ย. 2555

ลิเบีย จับ 4 ผู้ต้องสงสัยพัวพันถล่มสถานกงสุลสหรัฐ ด้าน 'มะกัน' สั่งเข้มความปลอดภัยสถานทูตทั่วโลก ขณะที่กระแสประท้วงต้านหนังลบหลู่ศาสนาอิสลามลุกลาม 11 ชาติ

          14 ก.ย. 55  ลิเบียจับกุมผู้ต้องสงสัย 4 คน ที่เชื่อว่าอาจพัวพันเหตุการณ์บุกโจมตีสถานกงสุลสหรัฐในเมืองเบงกาซี ที่ทำให้เอกอัครราชทูตสหรัฐเสียชีวิตแล้ว และสันนิษฐานว่าอาจมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงลิเบียสมรู้ร่วมคิดในการก่อเหตุด้วย

          สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐเปิดการสอบสวนเหตุการณ์ที่มีฝูงชนบุกยิงโจมตี และเผาสถานกงสุลในเมืองเบงกาซีของลิเบียแล้ว หลังจากมีสิ่งบ่งชี้ว่าอาจมีเบื้องหลังมากกว่าการประท้วงภาพยนตร์ดูหมิ่นศาสนา และจะร่วมมือกับทางการลิเบียเพื่อล่าตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม 

          นายวานิส อัล-ชาริฟ รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยของลิเบีย เปิดเผยว่า มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย 4 คน จากบ้านพักของแต่ละคนเมื่อวาน แต่ไม่ให้รายละเอียดและบอกว่ายังเร็วเกินไปที่จะระบุว่าคนเหล่านี้เป็นสมาชิกของกลุ่มใดหรือไม่ 

          ก่อนหน้านี้มีการสันนิษฐานว่ากลุ่ม อันซาร์ อัล-ชาเรีย กลุ่มมุสลิมสุดโต่งเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ แต่กลุ่มนี้ออกมาปฏิเสธแล้ว และเจ้าหน้าที่กำลังสันนิษฐานใหม่ว่า กลุ่มหัวรุนแรงในแอฟริกาเหนือที่พัวพันกับเครือข่ายก่อการร้ายอัลไกด้า อาจอยู่เบื้องหลังและเจ้าหน้าที่หลายชาติกำลังร่วมตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับค่ายฝึกกองกำลังที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเดอร์น่าของลิเบียเกือบ 160 กม.ที่อยู่ใกล้พรมแดนอียิปต์หรือไม่ 

          นายอัล-ชาริฟ บอกด้วยว่า ตอนแรกม็อบบุกสถานกงสุล ก่อนที่อีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมาจะบุกเข้าไปยังเซฟเฮาส์ภายในสถานกงสุลช่วงที่เอกอัครราชทูตสหรัฐเข้าไปเพื่อช่วยอพยพเจ้าหน้าที่ และดูเหมือนว่าจะมีหนอนบ่อนไส้บางคนในหน่วยความมั่นคงของลิเบียที่บอกทางให้กลุ่มหัวรุนแรงล่วงรู้ที่ตั้งของเซฟเฮาส์

          นอกจากนี้ทางการสหรัฐได้ระบุตัวผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 คนนอกเหนือจากเอกอัครราชทูต คริสโตเฟอร์ สตีเวนส์ ได้แก่ ฌอน สมิธ เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลต่างประเทศ และ เกลน โดเฮอร์ตี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอกชน เบื้องต้นพบว่า สตีเวนส์เสียชีวิตเพราะสำลักควันอยู่ภายในเซฟเฮาส์

 

'มะกัน' เข้มความปลอดภัยสถานทูตทั่วโลก

 

          เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐหลายคน ระบุว่า ไม่มีสัญญาณเตือนล้วงหน้าว่าจะเกิดเหตุโจมตีสถานกงสุลสหรัฐในเมืองเบงกาซี ด้านวิคตอเรีย นูแลนด์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศ กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงวอชิงตัน ดีซีว่า การรักษาความปลอดภัยที่สถานกงสุลอยู่ในระดับที่เหมาะสม

          นายสตีเฟ่นส์ และเจ้าหน้าที่สถานทูตอีก 3 คน เสียชีวิตตอนที่ฝูงชนซึ่งมีปืนกลและจรวดอาร์พีจีเป็นอาวุธ บุกเข้าไปในสถานกงสุลที่เมืองเบงกาซี ซึ่งในเบื้องต้นเชื่อว่า พวกเขาถูกปลุกเร้าความโกรธแค้นจากภาพยนตร์ที่ดูหมิ่นพระศาสดามูฮัมหมัด เรื่อง อินโนเซนต์ ออฟ มุสลิม ที่สร้างในสหรัฐ แต่เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐหลายคน กำลังสงสัยว่า การโจมตีครั้งนี้อาจจะเป็นแผนการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธ มากกว่าจะเกิดขึ้นเพราะความไม่พอใจของฝูงชน

          เจ้าหน้าที่ทางการลิเบีย ระบุว่า กลุ่มติดอาวุธใช้การประท้วงต่อต้านภาพยนตร์ของพลเรือนเป็นฉากบังหน้าในการก่อเหตุรุนแรง ในช่วงที่ตรงกับครบรอบ 11 ปี เหตุวินาศกรรมโจมตีสหรัฐเมื่อ 11 กันยายน ปี 2544 ด้านนายจอร์จ ลิตเติล โฆษกกระทรวงกลาโหม ยังไม่สามารถยืนยันรายงานที่ระบุว่า มีการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตี โดยระบุเพียงว่า รัฐบาลลิเบียได้ประนามการโจมตีในครั้งนี้ และกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐ เพื่อพยายามค้นหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนนายอีริค โฮลเดอร์ รัฐมนตรียุติธรรม ระบุว่า สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางของสหรัฐ หรือ เอฟบีไอ กำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของชาวอเมริกันทั้ง 4 คน

          นางเมดเดลีน ออลไบร์ท อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ก่อให้เกิดคำถามจำนวนมากเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานทูตสหรัฐ เหตุการณ์โจมตีที่เบงกาซี ได้เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์บุกสถานทูตสหรัฐในกรุงไคโรของอิยิปต์ แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ไคโร

          ด้านนายมาร์ติน อินดิค อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอิสราเอล กล่าวว่า เขาคิดว่า สถานกงสุลในเบงกาซี อาจจะมีการเตรียมการรับมือกับการฝ่าฝืนการรักษาความปลอดภัยที่ไม่ดีนัก ไม่มีเวลาแม้กระทั่งสร้างป้อมปราการสักแห่งเอาไว้หลบภัยอย่างที่เห็นในไคโรเป็นตัวอย่าง สถานกงสุลในเบงกาซี อยู่ในสภาพที่เสี่ยง และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะป้องกันการโจมตีที่มีการเตรียมพร้อมมาอย่างดี อย่างปืนกลและจรวดอาร์พีจี

           ในขณะที่ความรุนแรงยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง สถานทูตสหรัฐในฟิลิปปินส์และตะวันออกกลางต่างก็เตือนให้ชาวอเมริกันระวังตัวเพราะอาจจะมีการประท้วงขยายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในวันศุกร์นี้ ซึ่งเป็นวันทำละหมาดใหญ่ของชาวมุสลิม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐยืนยันว่า การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในระดับที่สูงขึ้น จะดำเนินต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

          ขณะที่ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้ประนามเหตุการโจมตีสถานกงสุลและสถานทูตสหรัฐ ในลิเบีย อิยิปต์และเยเมน พร้อมกับส่งสารแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของเอกอัครราชทูตสหรัฐ และชาวอเมริกันอีก 3 คน และระบุว่า การฆาตรกรรมคนธรรมดาทั่วไปถือเป็นอาชญากรรมสะเทือนขวัญ แต่กรณีนี้ เป็นการฆาตรกรรมนักการทูต และบุคคลอีก 3 คน ที่ได้รับการคุ้มครองจากนานาชาติ

          "เราควรจะใส่ใจและระมัดระวังให้มากต่อความรู้สึกของผู้คนเกี่ยวกับเรื่องของศาสนา ถ้ารัฐบาลไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองที่หนักแน่น เมื่อมีการยั่วยุให้เกิดผลกระทบต่อความรู้สึกด้านศาสนาอีก ก็จะนำมาซึ่งความโกรธและละอายที่ถูกดูหมิ่น และผู้คนก็จะเริ่มปกป้องผลประโยชน์และความคิดของพวกเขาด้วยตัวเอง"  ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าว

 

กระแสประท้วงต้านหนังลบหลู่ศาสนาอิสลามลุกลาม 11 ชาติ

 

          กรุงซาน่า ของเยเมน กลายเป็นจุดที่มีการชุมนุมประท้วงต่อต้านสหรัฐรุนแรงถึงขั้นนองเลือดเมื่อวานนี้ หลังจากฝูงชนหลายร้อยคนบุกเข้าไปยังสถานทูตสหรัฐ ปลดธงชาติสหรัฐลงมาเผาทิ้ง จุดไฟเผารถยนต์หลายคัน ตลอดจนขโมยทรัพย์สินมีค่า ทำห้ตำรวจต้องยิงปืนเตือนสลายฝูงชน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คนและผู้บาดเจ็บ 35 คน แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่สถานทูตคนใดได้รับอันตราย 

          ชนวนของความโกรธแค้นมาจากภาพยนตร์เรื่อง อินโนเซนส์ ออฟ มุสลิม ที่มีเนื้อหาดูหมิ่นพระศาสดาของศาสนาอิสลาม และยังคงเป็นปริศนาว่าใครเป็นคนสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ แม้เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นผู้กำกับสมัครเล่นในสหรัฐ โดยเริ่มจากการชุมนุมประท้วงที่สถานทูตสหรัฐในอียิปต์เป็นแห่งแรกเมื่อวันอังคาร ตามด้วยการโจมตีสถานกงสุลในลิเบียในวันดียวกันที่ทำให้มีนักการทูตเสียชีวิต 4 คน รวมถึงเอกอัครราชทูตสหรัฐ 

          และสถานการณ์ประท้วงในกรุงไคโรของอียิปต์ยังคงยืดเยื้อจนถึงเช้าวันนี้เป็นวันที่ 4 แล้ว แต่ตำรวจสามารถสกัดให้ผู้ประท้วงอยู่ห่างจากสถานทูตได้ และใช้แก๊สน้ำตาสลายฝูงชนที่ขว้างปาก้อนหินเข้าใส่ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 224 คน ส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อย และมีผู้ถูกจับกุม 12 คน ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ประกาศจะไม่ยอมให้มีการโจมตีสถานทูตต่างชาติอีก

          นอกจากนี้การประท้วงยังขยายวงกว้างในหลายทวีป เช่น ซูดาน โมร็อกโก ตูนิเซีย ล่าสุุดลุกลามไปถึงอิหร่าน เลบานอน คูเวต ปากีสถานและบังกลาเทศ โดยในเลบานอน มีการชุมนุมเผาธงชาติสหรัฐและอิสราเอล และการประท้วงมีขึ้นเพียงหนึ่งวันก่อนสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 จะเสด็จเยือนนาน 3 วันในวันนี้

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)

----------