ข่าว

มาร์คจี้กำนัน-ผญบ.แจงปชช.ลดขัดแย้ง

มาร์คจี้กำนัน-ผญบ.แจงปชช.ลดขัดแย้ง

23 พ.ค. 2552

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อ้อนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ทำความเข้าใจประชาชนในพื้นที่ เชื่อลดขัดแย้งในสังคมได้

(23พ.ค.) เวลา 15.40 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารท้องถิ่นในการสัมมนาการเสริมสร้าง และเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่า รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนค่าตอบแทนของผู้นำท้องถิ่นจึงได้มีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้ ตั้งแต่งบประมาณปี 53 เป็นต้นไป แต่ขออนุญาตแบ่งจ่ายเป็น 2 ครั้ง เนื่องจากฐานะการเงินการคลังของประเทศยังไม่เอื้ออำนวยในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ แต่จะพิจารณาว่าทำอย่างไรให้มีความเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน อย่างไรก็ตามมีข่าวว่าบางพื้นที่จะเก็บเงินไว้จ่ายตอนเลือกตั้ง ตอขอร้องว่าอย่าทำอย่างนั้น เมื่อได้เงินมาต้องส่งให้ถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุด
 
 นายกฯ กล่าวว่า ส่วนการเลือกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 2 รุ่นที่ผ่านมา ที่มีการเปลี่ยนแปลง จากการเลือกตั้งทางอ้อมเป็นการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนนั้น ตนได้ปรารภกับ ครม.แล้วว่าให้กระทรวงมหาดไทยกลับไปทบทวนว่าการเลือกโดยวิธีใดเหมาะสม เนื่องจากได้รับการปรารภจากท้องถิ่นมา ซึ่งปัญหาอยู่ที่ว่าหากกลับมาให้ประชาชนเลือกแล้ววาระการดำรงตำแหน่งควรเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามรัฐบาลสนับสนุนการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น
 
 นายอภสิทธิ์ กล่าวว่า อยากทำความเข้าใจว่าการจัดงบประมาณปี 2553 ได้มีการปรับลดงบลง 2 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้หน่วยงานต่างๆ ได้รับงบประมาณลดลง โดยเฉพาะสำนักนายกรัฐมนตรีจะถูกปรับลดงบได้น้อยกว่าเดิมถึง 45 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตนก็ต้องไปดูว่าจะทำให้การบริหารจัดการดูแลประชาชนทั่วถึงได้อย่างไร แต่ขอให้ความมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะค่อยๆ ดีขึ้น และปีหน้าเราจะเข้มแข็งขึ้น รัฐบาลคำนึงถึงเรื่องสิทธิพื้นฐานสนับสนุนให้สร้างชุมชนพอเพียง เพื่อให้เงินหมุนกลับมาในแบบเศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ
 
 นายกฯ กล่าวว่า ภารกิจจำเป็นเร่งด่วนของรัฐบาลมี 2 เรื่องคือ การพลิกฟื้นเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม ซึ่งในเรื่องเศรษฐกิจรัฐบาลกำลังลงทุนครั้งใหญ่เพื่อให้ประเทศเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นด้านการคมนาคม การเกษตรฯ การศึกษา การท่องเที่ยวตลอดจนการเพิ่มมูลค่าให้อุตสาหกรรม โดยกำหนดใช้งบ 3 ปี จำนวน 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น งบประมาณประจำปี ให้เอกชนลงทุนและการออกกฎหมายกู้เงินซึ่งเป็นการกู้ภายในประเทศ ขอให้ประชาชนอย่าได้วิตกกังวลกลัวการเป็นหนี้กัน เพราะรัฐบาลจะออกพันธบัตร ซึ่งเป็นเงินฝากที่ค้างอยู่ในธนาคารไม่ต่ำกว่า 8 แสนล้านบาท ที่ธนาคารยังไม่ได้ปล่อยกู้ จึงขอยืนยันว่าทุกโครงการที่รัฐบาลทำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นโปร่งใส ไม่มีรั่วไหลและขอให้ท้องที่ช่วยติดตามการใช้จ่ายงบประมาณด้วย โดยยึดหลักกฎหมายที่เป็นธรรมจริงๆ
 
 นายกฯ กล่าวว่า สำหรับเรื่องความขัดแย้งในสังคม ขอยืนยันในความกังวลที่ว่ารัฐบาลจะดำเนินการสองมาตรฐานหรือไม่ยุติธรรมว่า ตนจะไปติดตามทั้งหมดไม่ว่าใครร้องเรียนมา แต่ต้องเข้าใจว่าคดีความที่มีความแตกต่างของเรื่อง จะให้ปฏิบัติเหมือนกันคงไม่ได้ หากใครมีอะไรข้องใจให้มาถามตนได้ ยินดีรับฟังและชี้แจงให้ทราบ ซึ่งตนก็สอบถามหน่วยราชการ ตำรวจ ทหาร ในเรื่องคดีต่างๆ แต่ยืนยันว่าตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาล 5 เดือนที่ผ่านมาตนไม่เคยเข้าไปแทรกแซง และไม่เคยทะเลาะกับใคร พยายามชี้แจงสิ่งที่ทำอยู่เท่านั้น พร้อมรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นวันนี้รัฐสภาก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขแล้ว ตนเห็นด้วยกับประธานสภาที่ต้องการให้ใช้เวทีสภาในการแก้ไขปัญหากับประชาชนได้ ส่วนการชุมนุมที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญไม่เคยไปปิดกั้น แต่อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย
 
 “เมื่อประธานสภาบอกว่าจะมีการจัดสัมมนาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้บริหารท้องถิ่น ผมเห็นด้วยและสนับสนุนเพราะท่านที่นั่งอยู่ในที่นี้เป็นผู้ดูแลแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ขอให้สื่อสารปัญหามายังรัฐบาลให้เร็วที่สุด ไม่จำเป็นต้องไปปิดถนนก่อนแล้วรัฐบาลถึงทำให้ ส่วนการด่าว่าหรือตำหนิรัฐบาลสามารถทำได้ ถ้าไม่ได้ไปยุยงให้คนทำร้ายกันหรือทำลายทรัพย์สินราชการ คนที่จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่สามารถตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ต้องมีช่องทางรับฟังและแก้ไขปัญหา หาทางออกให้กับบ้านเมืองเพื่อให้ข้อขัดแย้งต่างๆ ไม่ให้ลุกลามเป็นปัญหาของประเทศ วันนี้เหลือการอบรมผู้นำท้องถิ่นอีก 22 รุ่น ทราบว่าโครงการจะจบลงในเดือนส.ค. ผมเห็นว่าเดือนส.ค.ไม่สายเกินไปถ้าพวกท่านที่มาร่วมอบรมในโครงการนี้แล้วกลับไปพูดจาทำความเข้าใจกับประชาชน ทำให้ปัญหาในพื้นที่คลายความขัดแย้งได้“ นายกฯ กล่าว 
 
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศได้เห็นคนทั่วโลกที่มีความรักประเทศไทยมาก เพราะเรามีของดีมากมาย แต่วันนี้แฟนๆ ของประเทศไทยจำนวนไม่น้อยเกิดความวิตกกังวลว่าทำไมบ้านเมืองเราไม่สงบเสียที ถ้าพวกเราช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับประเทศทำให้นักลงทุนกลับมา มีคนมาท่องเที่ยว ผลที่ได้ก็คือเกิดการสร้างงานในท้องถิ่นของท่านเอง ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพ มีรายได้ ซึ่งความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นไม่ได้เป็นของนายกฯ รัฐบาล แต่เป็นความสำเร็จของคนไทยทุกคน จึงอยากเชิญชวนให้พวกเรารักษาสิ่งนี้ รักษาประเทศให้มีความเข้มแข็ง โดยคำนึงถึงสถาบันหลักของชาติแล้วเราจะนำพาประเทศผ่านไปได้