ข่าว

เจ้าพระยาเอ่อ!ชาวปทุมฯเตรียมเรือเผ่น

เจ้าพระยาเอ่อ!ชาวปทุมฯเตรียมเรือเผ่น

13 ก.ย. 2555

"พระราชินี" พระราชทานชุดธารน้ำใจช่วยผู้ประสบอุทกภัยกรุงเก่า ขณะที่เจ้าพระยาเริ่มเอ่อล้นเข้าบ้านริมน้ำชาวปทุมธานีเตรียมเรือเผ่นหนี อ.จุฬาฯคาดน้ำเหนือไหลจ่อประชิดกรุงใน10วัน "มาร์ค”ถามรัฐบาลจะชดเชยน้ำท่วมอย่างไร

              เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.ย.2555 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ 6 อำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งขณะนี้ถูกน้ำจากภาคเหลือที่ไหลหลากลงมาสู่ภาคกลางเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน ไร่นา ได้รับความเสียหาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นผู้แทนพระองค์นำชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทยพระราชทาน พร้อมน้ำดื่ม จำนวน 2,000 ชุด ไปมอบให้แก่ราษฎรที่เดือดร้อนจากอุทกภัยในตำบลบางหัก ตำบลบางชะนี ตำบลบางหลวงโดด และตำบางบาล อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

               สำหรับที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ประกาศให้ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางบาล อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร อำเภอผักไห่ และอำเภอเสนา เป็นเขตภัยพิบัติแล้ว และในส่วนของสภากาชาดไทย ได้เตรียมความพร้อมเพื่อให้การช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย โดยได้ส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ของสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ออกสำรวจและประเมินสถานการณ์ในจังหวัดที่เกิดอุกทกภัย ดิน โคลนถล่ม และมีน้ำป่าไหลหลาก สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนราษฎร พร้อมให้ความช่วยเหลือไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 กันยายน เป็นต้นมา ที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง สระแก้ว สุโขทัย และพระนครศรีอยุธยา


เจ้าพระยาเอ่อชาวปทุมฯเตรียมเรือเผ่น

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่น้ำเจ้าพระยาเขตพื้นที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นรอยต่อจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเริ่มเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบางส่วน ที่มีพื้นที่ต่ำ โดยเฉพาะเขตพื้นที่หมู่ 5 ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก ชาวบ้านเริ่มขนย้ายของขึ้นที่สูง และชาวบ้านในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มมีการเตรียมยาเรือไม้เตรียมหนี โดยระดับน้ำเข้าท่วมบ้านเรือน ประมาณ 10-20 ซม.

               ด้าน นายชาญ พวงเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เดินทางสำรวจพื้นที่บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเขตพื้นที่ จ.ปทุมธานี ทั้ง 7 อำเภอ โดยได้มีการเรียกประชุมผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการสำรวจหาข่าวเฝ้าระวังดูระดับน้ำในแต่ละพื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ ในการเตรียมความพร้อม  ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ อบจ.ได้ออกสำรวจหาข่าวลงเว็บไซต์ อบจ.ปทุมธานี แจ้งข่าวสารน้ำท่วมในพื้นที่ให้ประชาชนเฝ้าระวังเข้าดูข้อมูลถึงสถานการณ์น้ำได้


อ.จุฬาฯคาดน้ำเหนือไหลจ่อประชิดกรุงใน10วัน

               นายสุจริต คูณธนกุลวงศ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะทำงานอนุกรรมการระยะเร่งด่วน ในคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่จ.สุโขทัยว่า ขณะนี้มวลน้ำเริ่มทยอยไหลเข้าที่อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จากนั้นจะเข้าจ.นครสวรรค์ตามลำดับ ซึ่งที่จ.ชัยนาท ต้องเร่งพร่องน้ำเพื่อรับมวลน้ำก้อนนี้ที่อาจมาถึงในช่วง 5 วัน โดยระหว่างการไหลของน้ำพื้นที่ที่เป็นลุ่มต่ำจะได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งกรมชลประทานคงจะบริหารให้มวลน้ำชะลอความรุนแรง เพื่อลดผลกระทบไม่ให้เกิดเหตุเช่นเดียวกับที่จ.สุโขทัย นอกจากนี้ ปริมาณน้ำที่จะไหลลงมาเมื่อรวมกับปริมาณน้ำฝนที่จะตกหนักตามพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาช่วงวันที่ 14-17 ก.ย.นี้ ก็คาดว่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอน จึงเป็นหน้าที่ของกรมชลประทานที่ต้องเร่งระบายน้ำลงทะเลให้เร็วที่สุด 
 
              นายสุจริต กล่าวด้วยว่า ส่วนปริมาณฝนที่คาดว่าจะตกลงมานั้นน่าจะอยู่ที่ 60-80 มิลลิเมตร ซึ่งในกรุงเทพฯ หน่วยงานอย่างกทม.จะต้องดูแล ซึ่งปัจจุบันมวลน้ำจากด้านนอกยังไม่เข้ามารบกวนพื้นที่ชั้นในกรุงเทพฯ ถ้าช่วงดังกล่าวมีปริมาณฝนเกิน 60 มิลลิเมตร ในบางพื้นที่การระบายน้ำอาจจะทำได้ช้าลง แต่ระบบการระบายน้ำที่ติดตั้งไปแล้ว อาทิ เครื่องผลักดันน้ำก็จะเข้ามาช่วยเสริม ซึ่งปริมาณน้ำที่อยู่ด้านบนอาจใช้เวลาเดินทางถึงรอบกรุงเทพฯภายใน 7-10 วัน แต่หากปริมาณน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนมีจำนวนมากคาดว่าจะใช้เวลาเร็วกว่าเดิม ทั้งนี้ อยากเสนอให้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) เตรียมระบบการแจ้งเตือนน้ำท่วมให้เร็วขึ้นกว่าเดิม โดยมีหน่วยเฉพาะกิจลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนทันที เพราะหลังจากนี้จะเริ่มมีน้ำท่วมเป็นจุดๆ และเป็นบางช่วงๆ โดยเฉพาะพื้นที่ติดแม่น้ำ


โรงงานสุโขทัยได้รับผลกระทบน้ำท่วม11แห่ง

               นายกฤษณ์ พรอำนวยทรัพย์   ประธานสภาอุตสาหกรรมจ.สุโขทัย  เปิดเผยว่า  จากสถานการณ์น้ำท่วมในตัวเมืองจ.สุโขทัยพบว่ามีโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบการถูกน้ำท่วมทั้งหมด 19 แห่ง แต่จนถึงขณะนี้สามารถสำรวจความเสียหายได้เพียง 8 แห่ง  ที่เหลืออีก 11 แห่งยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ ส่วนการประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นเฉพาะโรงงาน 8 แห่งที่เข้าไปสำรวจได้ ตลอดระยะเวลา 4 วันที่น้ำท่วมประมาณ 5 ล้านบาทเศษ  เพราะโรงงานและสถานประกอบการส่วนใหญ่เป็นกิจการขนาดเล็กแลพกลาง ไม่ใช่กิจการขนาดใหญ่ และเป็นกิจการประเภทโรงงานอะไหล่ ทำเหล็ก น้ำดื่ม ฯลฯ

               นายกฤษณ์ กล่าวอีกว่า  สำหรับภาพรวมความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมตัวเมืองของจ.สุโขทัย ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจการค้า มีมูลค่าความเสียหายแล้วไม่ต่ำกว่า 500 - 700 ล้านบาทแล้ว  เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตัวเมืองครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุด  เพราะน้ำท่วมทุกครั้งจะเกิดขึ้นในพื้นที่รอบนอกตัวเมืองแต่ปีนี้น้ำทะลักเข้าท่วมในตัวเมือง


 "มาร์ค”ถามรัฐบาลจะชดเชยน้ำท่วมอย่างไร

               นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่น้ำท่วมที่ จ.สุโขทัย ของนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่ประชาชนได้ผู้นำไปแสดงความห่วงใย อย่างไรก็ตามเมื่อลงพื้นที่แล้วตนขอให้มีการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สุโขทัย อยุธยา พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ ชัยนาท ว่าจะมีแนวโน้มที่น้ำจะท่วมมากหรือท่วมน้อย อีกทั้งต้องมาทบทวนว่า  งบประมาณ 1แสน 2หมื่นล้านบาท ที่ลงไปไปอยู่ที่ไหน ทำไมน้ำท่วมยังเกิดขึ้น

               “วันนี้ นายกฯไปสุโขทัย ก็คงต้องมีคำตอบว่าสุโขทัยจะมีการเกณฑ์  การชดเชยเยียวยาอย่างไร พืชไร่ที่กำลังเสียหายที่พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ ชัยนาท และอยุธยา จะชดเชยกันอย่างไร บางปะอินที่ชาวนาเกี่ยวข้าวแล้วเสียหายจะชดเชยอย่างไรก็ต้องมี”นายอภิสิทธิ์ กล่าว