ข่าว

'ฟาโรห์'สิ้นพระชนม์เพราะมีหน้าอกใหญ่

'ฟาโรห์'สิ้นพระชนม์เพราะมีหน้าอกใหญ่

13 ก.ย. 2555

ศัลยแพทย์ชาวอังกฤษชี้ การมีหน้าอกขนาดใหญ่ อาจเกี่ยวกับโรคลมชักของ"ฟาโรห์ ตุตันคามุน" ทำให้สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น

          13 ก.ย. 55  ดร.ฮูทัน อัชราเฟียน ศัลยแพทย์ชาวอังกฤษจากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ได้ชี้ว่า ฟาโรห์ ตุตันคามุน ยุวกษัตริย์แห่งอาณาจักรอิยิปต์โบราณ มีฮอร์โมนที่ไม่สมดุล อันเป็นผลมาจากอาการชักเกร็งทั้งตัว ( temporal lobe epilepsy ) ที่่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองกลีบขมับ

          ฟาโรห์ ตุตันคามุน ทรงได้รับการเคารพบูชาเทียบเท่ากับพระเจ้าบนดิน แห่งราชวงศ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดที่ปกครองอาณาจักรที่เป็นหนึ่งในอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดของโลก แต่จากทฤษฎีใหม่ล่าสุด ทำให้ได้ข้อสันนิษฐานว่า ฟาโรห์ ตุตันคามุน และฟาโรห์องค์อื่นๆ ก่อนหน้าพระองค์ ต่างเผชิญความทุกข์ทรมานที่เหมือนกันอย่างมาก คือ การมีเต้านมใหญ่มากผิดปกติ และสิ่งนี้อาจอธิบายสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังการสิ้นพระชนม์ ตั้งแต่วัยรุ่นของฟาโรห์ ตุตันคามุน ซึ่งเป็นเรื่องที่นักประวัติศาสตร์ถกเถียงกันมาหลายทศวรรษ 

          ดร.อัชราเฟียน ชี้ว่า ฟาโรห์ ตุตันคามุน และฟาโรห์อีกหลายพระองค์ก่อนหน้านี้ ต่างสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และทุกพระองค์ล้วนมีพระวรกายคล้ายสตรีเพศอย่างชัดเจน ฟาโรห์ สแมงห์คาเร ( Smenkhkare ) ซึ่งเชื่อว่า ทรงเป็นพระปิตุลา หรือไม่ก็พระเชษฐาของฟาโรห์ ตุตันคามุน และฟาโรห์ แอคเคนาเตน ( Akhenaten ) พระบิดาของฟาโรห์ ตุตันคามุน ต่างมีภาพเขียนและ
ภาพสลักที่เผยให้เห็นสะโพกและหน้าอกขนาดใหญ่ 

          ดร.อัชราเฟียน ชี้ว่า ฟาโรห์แต่ละพระองค์ สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังเยาว์พระชันษา อันเป็นผลมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ซึ่งทฤษฎีนี้ได้รับการสนับสนุนจากข้อเท็จจริงที่ว่า ฟาโรห์สองพระองค์ก่อนหน้าฟาโรห์ อัคเคนาเตน คือ อาเมนโฮเทป ที่ 3 และทุสโมสิส ที่ 4 มีพระวรกายที่คล้ายคลึงกัน

          สุสานอันน่าตื่นตะลึงของฟาโรห์ ตุตันคามุน ถูกค้นพบเมื่อปี 2465 ตามมาด้วยข้อถกเถียงถึงสาเหตุการสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ของพระองค์ มีทฤษฎีออกมาจำนวนมาก รวมทั้ง การลอบปลงพระชนม์ , ถูกงูพิษกัด , โรคเรื้อน , มาลาเรีย , วัณโรค , โรคโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงรูปเคียว หรือแม้กระทั่ง อุบัติเหตุจากรถม้า 

          ดร.อัชราเฟียน เปิดเผยต่อหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ว่า มีทฤษฎีปรากฏออกมาจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่พุ่งประเด็นไปที่ตัวฟาโรห์แต่ละพระองค์ แต่ตัวเขาเชื่อว่า ฟาโรห์หลายพระองค์ทรงได้รับมรดกตกทอดจากโรคเกร็งชักทั้งตัว ที่ส่งผลให้หน้าอกมีขนาดใหญ่ผิดปกติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์ทางศาสนาด้วย 

          โรคเกร็งชักทั้งตัว ยังเป็นสาเหตุของอาการประสาทหลอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ผู้ป่วยตากแดด โดยอาการเหล่านี้ มาจากการทำงานของสมองกลีบขมับ ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานสมอง ส่วนที่ผลิตฮอร์โมน ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางเพศ และมีผลต่อการเติบโตของขนาดหน้าอก จากการตรวจพระศพของฟาโรห์ ตุตันคามุน พบร่องรอยกระดูกหักที่พระเพลา หรือขาข้างหนึ่ง
ที่ ดร.อัชราเฟียน เชื่อว่า อาจเป็นผลมาจากการเกร็งชัก 

          ฟาโรห์ อัคเคนาเตน ทรงมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับพลังอำนาจ ปฏิวัติความเชื่อในอาณาจักรอียิปต์ที่บูชาพระเจ้าหลายองค์ เป็นบูชาพระเจ้าองค์เดียว คือ สุริยะเทพ หรือ อาเตน ส่วนฟาโรห์ ทุสโมสิส
ที่ 4 จากจารึกที่แผ่นหินแกรนิตแดงใกล้กับสฟิงซ์ แสดงให้เห็นว่า ทรงมีวิสัยทัศน์โยงเวลาเที่ยงวันกับศาสนา 

          โฮเวิร์ด มาร์เคล นักประวัติศาสตร์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ชี้ว่า ทฤษฎีนี้น่าสนใจ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะพิสูจน์ความจริงในเรื่องนี้ เพราะไม่มีการทดสอบทางพันธุกรรมที่ชัดเจน
มันเป็นเพียงสมมติฐานที่น่าสนใจมาก แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยัน

 

 

---------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : http://www.dailymail.co.uk/news/article-2202342/Curse-pharaohs-man-boobs-Tutankhamens-death-blamed-inherited-disorder-led-unusually-large-breasts.html)