ข่าว

รวบ!หนุ่มฉกไอโฟน-ไอแพด32เครื่อง

รวบ!หนุ่มฉกไอโฟน-ไอแพด32เครื่อง

13 ก.ย. 2555

รวบหนุ่มอ้างลูกชาย พ.ต.อ. บุกงานคอมแอนด์โมบาย ฉกไอโฟน 4 เอส - นิว ไอแพด รวดเดียว 32 เครื่อง ควงขายห้างดังกลางกรุง สารภาพต้องการเงิน ใช้หนี้พนันบอล ตำรวจเผยตระเวนทุบกระจกรถฉกทรัพย์ใน มช. แล้วหลายครั้ง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ก.ย. 55  พ.ต.ต.พูนทรัพย์ รวมสุข สว.สส.สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ คุมตัวนายพฒน หรือ โน๊ต พูนสถาพร อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/23 หมู่ 2 ต.ดอนตะโก อ.เมืองราชบุรี และ น.ส.อังคนา ถาริน อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 2 ต.แม่เหล่า อ.แม่ใจ จ.พะเยา แฟนสาว ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์หรือรับของโจร หลังทั้งสองร่วมกันขโมยโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตถึง 32 เครื่อง จากงานมหกรรมคอมแอนด์โมบายเฟสติวัลเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา

          พ.ต.ต.พูนทรัพย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา ตัวแทนจากบริษัทจำหน่ายโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรายใหญ่รายหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ ว่ามีคนร้ายบุกงัดห้องเก็บสินค้าภายในหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งบริษัทไปออกบูธแสดงสินค้า งานมหกรรมคอมแอนด์โมบายเฟสติวัลเชียงใหม่ 2012  และขโมยแท็บเล็ต ยี่ห้อ แอปเปิล รุ่น นิวไอแพด ไปจำนวน 11 เครื่อง , โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ แอปเปิล รุ่นไอโฟน 4 เอส จำนวน 6 เครื่อง และ แท็บเล็ต ซัมซุง กาแล็กซี่แท็บ จำนวน 15 เครื่อง รวมทรัพย์สิน ที่หายไปทั้งหมด 32 เครื่อง มูลค่ากว่า 6 แสนบาท 

          หลังจากนั้นชุดสืบสวนอีกออกติดตามหาของกลางที่หายไปจนพบว่าถูกนำไปขายที่ร้านโทรศัพท์แห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง กรุงเทพมหานคร เมื่อตรวจสอบ ภาพวงจรปิดของทางร้าน จึงทราบว่าผู้ที่นำของกลางไปขายคือ นายพฒนกับแฟนสาว จึงขออนุมัติหมายจับและศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้ออกหมายจับที่ จ 406.1/2555 จับกุมนายพฒน และหมายจับที่ จ 406.2/2555 จับกุมน.ส.อังคณา ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์หรือรับของโจร กระทั่งภายหลังชุดสืบสวนทราบว่า ทั้งสองเปิดร้านเอ็นแอนด์เอ็นแฟชั่น จำหน่ายเสื้อผ้าหน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จึงนำหมายจับเข้าจับกุมทั้งสองได้ที่ร้านดังกล่าวในช่วงค่ำวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา

          จากการสอบสวนนายพฒน อ้างว่าเป็นบุตรชายของนายตำรวจยศ พ.ต.อ. นายหนึ่งใน จ.สงขลา พร้อมสารภาพว่า ในคืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.30 น. ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงินเทา หมายเลขทะเบียน กลต 800 เข้าไปในงานมหกรรมคอมแอนด์โมบายเฟสติวัลเชียงใหม่เพื่อดูลู่ทางขโมยสินค้า เมื่อเดินเข้าไปในงานพบว่า พนักงานของหลายบริษัทที่ออกบูธ กำลังทยอยเก็บสินค้าและเห็นพนักงานของบริษัทผู้เสียหายกำลังช่วยกันเก็บสินค้าจำนวนหลายสิบเครื่องเข้าห้องเก็บของ ตนจึงทำทีเดินเล่นในงานและเมื่อพนักงานของบริษัทดังกล่าวกลับออกไป จึงใช้ไขควงงัดประตูห้องเก็บของ และขโมยสินค้าของกลางใส่กล่องเดินปะปนกับพนักงานและประชาชนที่กำลังเดินทางกลับออกไป

          จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปที่ร้านของตนเองหน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ และนำของกลางไปเก็บในรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีขาว ทะเบียน ฏถ 630 กรุงเทพมหานคร ก่อนขับไปรับแฟนสาวที่ในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากนั้นได้ขับรถพากันนำของกลางไปขายจำนวน 2 เครื่อง ย่านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อหาเงินค่าน้ำมัน จากนั้นได้ขับรถยนต์ นำของกลางที่เหลือไปขายที่ร้านเคโฟน ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ในวันที่ 5 ก.ค. โดยใช้บัตรประชาชนผู้อื่นแสดงตนเป็นผู้ขาย

          นายพฒน รับว่า สาเหตุที่ลักทรัพย์เพราะต้องการเงินไปใช้หนี้พนันฟุตบอลพร้อมยอมรับด้วยว่านอกจากคดีนี้แล้ว ก่อนหน้านี้ยังเคยขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนลักทรัพย์สินและเคยทุบกระจกรถยนต์ที่จอดไว้ในหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขโมยทรัพย์สินหลายครั้ง โดยของกลางที่ได้ไปนำไปขายเล่นพนันฟุตบอลทั้งหมด ส่วนคดีล่าสุดได้นำบัตรประชาชนที่ได้จากประเป๋าของหนึ่งในผู้เสียหายไปใช้แสดงตนเป็นผู้ขาย

          พ.ต.ต.พูนทรัพย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้นายพฒน ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทั้งหมด 3 ครั้ง และก่อเหตุที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 1 ครั้ง ซึ่งหากรวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดที่ขโมยมาได้ รวมแล้วเกือบ 1 ล้านบาท